เมื่อเวลา 00.03 น. วันที่ 21 ส.ค. นายดุรงค์ฤทธิ์ ศิริวัฒนพันธ์ นายอำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี พร้อมด้วยนายพุฒิชาติ จันทอง ป้องกันจังหวัดสระบุรี และนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ นางสุภาภรณ์ ชมชัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นำชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง จู่โจมเข้าตรวจค้นจับกุมสถานประกอบการชื่อ “ละอ่อน” ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย

พบนักเที่ยวชายหญิงจำนวนมากกำลังดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงนักร้องและเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่ม เมื่อทราบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุม นักเที่ยวต่างแตกตื่นฮือกันวิ่งหนี เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้หยุดและเปิดไฟประกาศให้อยู่ในความสงบ

จับผับ – ฝ่ายปกครอง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เข้าตรวจสอบผับ ‘ละอ่อน’ ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย พบนักท่องราตรี 34 คน โดยมีวัยรุ่นอายุ 17-18 ปีรวมอยู่ด้วย 7 คน ตร.สั่งปรับก่อนปล่อยตัวไป ส่วนเจ้าของผับ ถูกดำเนินคดีข้อหาลักลอบเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อ 21 ส.ค.

จากการตรวจสอบพบนักเที่ยวไม่พกบัตรประชาชน 34 ราย เยาวชนอายุ 17 ปี 2 ราย และ 18 ปี 5 ราย โดยมีนายชุติพนธ์ สุมาวัน อายุ 35 ปี เป็นผู้จัดการ จึงควบคุมตัวส่งสภ.แก่งคอย ดำเนินคดี และเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย จากการตรวจสอบในโซนผับ พบว่ามีการใช้อาคารสถานที่ผิดประเภทและต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีช่องทางหนีไฟ ไม่มีป้ายบอกทางหนีไฟ ไม่มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่พบอุปกรณ์ดับเพลิง และประตูทางเข้า-ออกมีทางเดียว

จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่าสถานประกอบการดังกล่าว ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, จำหน่ายสุราให้แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี, จำหน่ายสุราเกินกว่าเวลาที่กฎหมายบัญญัติ ความผิดฐานโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม, ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร และยังเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคสช. ที่ 22/2558 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางและการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ข้อ 4 (1)-(4)

ขณะเดียวกันจะเสนอผวจ.สระบุรีออกคำสั่งปิดสถานประกอบการดังกล่าว 5 ปี พร้อมทั้งประสานอบต.ตาลเดี่ยวเข้าตรวจสอบอาคารสถานที่ดังกล่าว หากพบกระทำผิดกฎหมายจะให้มีการสั่งระงับการใช้อาคารต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน