เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK 2,062 ราย สะสม 4,639,261 ราย หายป่วย 2,100 ราย สะสม 4,589,321 ราย เสียชีวิต 28 ราย สะสม 32,109 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 17,831 ราย อยู่ ร.พ.สนามและอื่นๆ 8,335 ราย และอยู่ในร.พ. 9,496 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 785 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 386 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 อยู่ที่ 14% ถือว่าลดลงต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 35 ราย แต่ไม่มีผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ ภาพรวมผู้ป่วยเฉลี่ยรายวัน ผู้ป่วยอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตเริ่มมีทิศทางลดลง
ขณะที่การฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 23 ส.ค. ฉีดได้ 33,255 โดส สะสม 142,515,148 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 57,227,694 โดส คิดเป็น 82.3% เข็มสอง 53,670,662 โดส คิดเป็น 77.2% และเข็มสามขึ้นไป 31,616,792 โดส คิดเป็น 45.5% สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดเข็มสามแล้ว 6,397,556 โดส คิดเป็น 50.4% ส่วนเด็กอายุ 5-11 ปี ฉีดเข็มแรก 3,291,532 โดส คิดเป็น 63.9% และเข็มสอง 2,395,127 โดส คิดเป็น 46.5%
ด้าน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการวิชาการ อย. ได้มีมติอนุมัติตามที่ไฟเซอร์ได้ยื่นเรื่องขอขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกัน โควิด-19 สูตรสำหรับเด็กอายุ 6 เดือน-5 ขวบ ฝาสีม่วงแดง เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีรายงานว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 80.3% ทั้งนี้ สูตรดังกล่าวจะฉีดขนาด 3 ไมโครกรัม ทั้งหมด 3 เข็ม หลังฉีดเข็ม 1 เว้นระยะห่าง 3 สัปดาห์ แล้วฉีดเข็ม 2 จากนั้นเว้นระยะอีก 8 สัปดาห์จึงฉีดเข็ม 3 โดยวัคซีน 1 ขวด มี 10 โดส ทั้งนี้ กรณีวัคซีนไฟเซอร์ที่ฉีดเด็กโตจะฉีดขนาด 10 ไมโครกรัม ส่วนผู้ใหญ่ฉีด 30 ไมโครกรัม