ไทยพาณิชย์ยกเลิกดีลซื้อหุ้นบิทคับ1.7หมื่นล.

บอร์ดบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกเลิกซื้อหุ้นบิทคับ รวมทั้งสิ้น 51% มูลค่ากว่า 1.78 หมื่นล้านบาทแล้ว แจงฐานะไม่มีปัญหาแต่มีประเด็นคั่งค้าง กับก.ล.ต.ที่ยังมีความไม่แน่นอน ด้านบิทคับก็แจงผลการตกลงร่วมกันกับบล.ไทยพาณิชย์ไม่ไปต่อ ระบุการสอบทานธุรกิจไม่มีปัญหา แต่ยังติดประเด็นชี้แจง ก.ล.ต.ส่งผลให้เกิดความล่าช้า ส่งผลให้หุ้นเอสซีบีซื้อขายสูงที่สุดกว่า 6 พันล้านบาท และราคาหุ้นปิดที่จุดสูงสุด 111 บาท เพิ่มขึ้น +6.50 บาท ขณะที่ราคาคับคอยน์ของบิทคับร่วงลงอย่างหนักถึง 22.33% มาอยู่ที่ 57.80 บาท

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 ส.ค. นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ได้ส่งหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การยกเลิกธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด มีเนื้อหาดังนี้

ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (“SCBS” หรือ “ผู้ซื้อ”) ในการประชุมครั้งที่ 13/2564 เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2564 ได้มีมติอนุมัติให้ SCBS ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) เข้าทำสัญญาซื้อหุ้น ในบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (“Bitkub”) จาก บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (“ผู้ขาย”) ในสัดส่วนร้อยละ 51 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ Bitkub คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 17,850 ล้านบาท รวมเรียกว่า “ธุรกรรมการซื้อขายหุ้น” นั้น

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา บริษัท และ SCBS ได้ร่วมกันสอบทานธุรกิจ ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ขายและ Bitkub โดยในระหว่างกระบวนการสอบทานธุรกิจ บริษัท และ SCBS ได้เห็นศักยภาพและความสามารถในหลากหลายด้านของกลุ่ม Bitkub และเห็นโอกาสในการร่วมมือพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินธุรกิจของ Bitkub ในอีกหลายด้าน

อย่างไรก็ดี ถึงแม้การสอบทานธุรกิจจะไม่มีข้อบ่งชี้ถึงความผิดปกติอันเป็นนัยสำคัญซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ แต่เนื่องจาก Bitkub ยังมีประเด็นคงค้างที่ต้องหาข้อสรุปตามคำแนะนำและสั่งการของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องระยะเวลาในการหาข้อสรุปดังกล่าว ผู้ซื้อและผู้ขายจึงได้ตกลงร่วมกันที่จะยกเลิกธุรกรรมการซื้อขายหุ้นในครั้งนี้ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น

ที่ประชุมคณะกรรมการ SCBS ครั้งที่ 15/2565 จึงมีมติให้ SCBS ยกเลิกธุรกรรมการซื้อขายหุ้น โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. 2565 ทั้งนี้ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ในการเข้าสู่ธุรกิจด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะมีบทบาทอย่างสำคัญต่อเศรษฐกิจและภาคการเงินของประเทศไทย

รายงานข่าวจากบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ระบุว่า ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัดและบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) หรือ บล.ไทยพาณิชย์ได้ดำเนินการสอบทานธุรกิจ (due diligence) ร่วมกันอย่างรอบคอบ ตามมติคณะกรรมการบล.ไทยพาณิชย์ที่อนุมัติให้ SCBS เข้าทำสัญญาธุรกรรมซื้อหุ้นในบริษัทบิทคับ ออนไลน์ จำกัด จาก บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ในสัดส่วน 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

บริษัทได้ให้ความร่วมมืออย่างดีกับบล.ไทยพาณิชย์ จำกัดและได้เปิดเผยข้อมูลที่แสดงถึงความสามารถในการดำเนินงานของบริษัท ที่มีศักยภาพ และแสดงผลประกอบการอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา ตลอดจนนำเสนอแผนกลยุทธ์การดำเนินงานและพัฒนาธุรกิจในอนาคต ซึ่งจากการสอบทานธุรกิจทางบล. SCBS ไม่พบข้อบ่งชี้ถึงความผิดปกติอันเป็นนัยสำคัญที่ไม่สามารถแก้ไขได้

อย่างไรก็ดี เนื่องจากบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ยังคงมีประเด็นคงค้างกับสำนักงานกํากับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการธุรกรรมดังกล่าว บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และ SCBS จึงได้ตกลงร่วมกันที่จะระงับธุรกรรมการซื้อขายหุ้นในครั้งนี้ เพื่อให้บริษัทดำเนินการหาข้อสรุปในประเด็นต่างๆ ตามคำชี้แนะและสั่งการโดยคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป

ทางด้าน บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ได้ออกแถลงการณ์เช่นกัน โดยระบุว่า การพัฒนาเครือข่าย บิทคับเชน ไม่ได้รับผลกระทบจากการระงับธุรกรรมการซื้อขายหุ้นระหว่าง SCBS และ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub Exchange) แต่อย่างใด

ทั้งนี้ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและดำเนินการเครือข่ายบิทคับเชน (Bitkub Chain) และออกเหรียญ Bitkub Coin (KUB) มีการดำเนินการที่เป็นเอกเทศแยกกันอย่างชัดเจนจากการดำเนินการของแต่ละบริษัทในกลุ่มบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ซึ่งรวมถึง บริษัท บิทคับ ออนไลน์ ผู้พัฒนาและดำเนินการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ (Bitkub Exchange) ทั้งในส่วนของด้านการดำเนินงานทางธุรกิจ การปฏิบัติการและข้อตกลงการซื้อขายหุ้นรวมถึงการลงทุนทางธุรกิจอื่นๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการเสนอเข้าซื้อหุ้นบริษัท บิทคับ ออนไลน์ ของ SCBS ซึ่งเป็นที่สนใจของสาธารณชนอยู่นั้น บริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งด้านการดำเนินงาน การพัฒนาเชิงธุรกิจ และการซื้อขายหุ้นบริษัทอย่างสิ้นเชิง

ทางด้าน บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้ประกาศว่า ผ่านเฟซบุ๊ก Bitkub Capital Group Holdings Co., Ltd ว่าบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ขอชี้แจงว่า บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทในเครือ บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป ที่มีการดำเนินงานเป็นเอกเทศจากทั้งบริษัทแม่และบริษัทอื่นๆ ในเครือร่วมกัน ได้แก่ บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด, บริษัท บิทคับ เวนเจอร์ส จำกัด, บริษัท บิทคับ อินฟินิตี้ จำกัด, บริษัท บิทคับ เอ็ม จำกัด และบริษัท บิทคับ เวิลด์เทค จำกัด ยังคงดำเนินงานตามปกติและไม่ได้รับผลกระทบจากการระงับธุรกรรมการซื้อขายหุ้นระหว่างบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBS และ บริษัทบิทคับ ออนไลน์ จำกัด หรือ Bitkub Exchange แต่อย่างใด

ขณะที่นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ท๊อป จิรายุส – Topp Jirayut ว่า การตัดสินใจยุติธุรกรรมซื้อขายหุ้นในครั้งนี้ เป็นการตกลงร่วมกันของผู้บริหารทั้งสองฝ่าย ที่ได้พิจารณาอย่างที่ถ้วนอย่างรอบด้านและเห็นตรงกันว่าเป็นทางออกที่ ดีที่สุด ณ เวลานี้ ผมและทีมงานตลอดจน ผู้บริหารต้องขอขอบพระคุณทาง SCBS ที่ได้ให้ความสนใจในสตาร์ตอัพและแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัล ตลอดจนเล็งเห็นถึงศักยภาพของบิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ และมีอุดมการณ์ที่จะสนับสนุนให้บริษัทของคนไทยได้เติบโตและขยายตัวไปยังประเทศอื่นๆ ได้

แต่ด้วยความล่าช้าของธุรกรรมจึงทำให้มีการยุติดีลในครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้กับทั้งสองฝ่ายได้เดินหน้าต่อไป บิทคับเป็นองค์กรที่มีอนาคตมาก ในฐานะผู้บริหารและผู้นำองค์กร ผมและทีมงานทุกคนยังคงเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ที่จะสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันในการเป็น National Champion ใหม่ให้กับประเทศไทย เพื่อให้เศรษฐกิจไทยก้าวไปสู่โลกอนาคต และเป็นศูนย์กลางทางการเงินและเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค พวกเรายังคงมุ่งมั่นเดินหน้าร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อสร้างนวัตกรรมที่จะสร้างโอกาสให้กับทุกคนตามแนวทางที่เราเชื่อมั่นต่อไป ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนมาโดยตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้น SCB เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เป็นหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดที่กว่า 6,121 ล้านบาท และราคาหุ้นปิดที่จุดสูงสุดของวันที่ 111 บาท โดยเพิ่มขึ้น +6.50 บาท หรือ +6.22% ขณะที่ราคาเหรียญ KUB ของ บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ในเครือ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ร่วงลงหนัก 22.33% มาที่ 57.80 บาท หลังจาก SCB มีการประกาศยกเลิกการให้ บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ (SCBS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเข้าซื้อหุ้น ในบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub)

ด้านนายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด ให้ความเห็นต่อกรณีการยกเลิกซื้อ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) ของ บริษัท เอสซีบี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ว่าถือเป็นผลดีต่อ SCB ทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากคลุมเครือมานานหลายเดือน อีกทั้งยังมองว่า SCB สามารถนำเงินที่จะใช้ซื้อ Bitkub กว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ไปใช้ลงทุนในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตัวเองน่าจะได้ความคุ้มค่ากว่า โดยที่ บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ ก็เตรียมดำเนินการเป็นศูนย์ซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี่อยู่แล้วด้วย การทำเองน่าจะดีกว่า ประกอบกัลตลาดคริปโตฯ ในปัจจุบันก็ไม่ได้อยู่ในภาวะตลาดกระทิง (Bull Market) หรือตลาดขาขึ้น แล้ว จึงยังมีเวลาในการพัฒนา อีกทั้งขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่า Bitkub จะถูกกล่าวโทษในประเด็นอื่นๆ จาก สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพิ่มเติมอีกหรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับการกล่าวโทษไปแล้วในระดับหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลัง SCBS ประกาศซื้อ Bitkub ในสัดส่วนการถือหุ้น 51% หรือคิดเป็นมูลค่า 1.78 หมื่นล้านบาท ซึ่งในเวลานั้น ทำให้ Bitkub ที่เติบโตมาจากบริษัท สตาร์ตอัพ ได้ก้าวขึ้นเป็น สตาร์ตอัพ ระดับ ยูนิคอร์น หรือ ธุรกิจสตาร์ตอัพ ที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยที่ แฟลช กรุ๊ป ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยแบบครบวงจร และเป็นบริษัทแม่ของ แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) ที่ให้บริการด้านขนส่งเอกชน เป็นสตาร์ตอัพไทยรายแรกที่ขึ้นสู่ระดับยูนิคอร์น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน