เบลล์หมอดูไฮโซ แจ้งจับ3โรงพัก
ลูกชายอดีตดีเจดังขึ้น โรงพักปากเกร็ด นนทบุรี รับข้อหาบุกรุกบ้านสาวหมอดูไฮโซเมียเก่า ยอมรับทำร้ายอีกฝ่ายจริง แต่อ้างมีสาเหตุ ย้อนถามสังคมเคยสงสัยไหมก่อนมาคบกันอีกฝ่ายก็ถูกผัวเก่าซ้อมมาเหมือนกัน ด้านหมอดูสาวเผยเตรียมเดินสายแจ้งจับคดีทำร้ายร่างกายอีก 2 โรงพัก เผยตั้งแต่เกิดเหตุไม่เคยขอโทษอะไร ชี้อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกผิดที่ทำร้ายผู้หญิง เพราะถูกกระทำตลอดไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวหรือที่สาธารณะ
เมื่อวันที่ 27 ส.ค. น.ส.ธัญญ์สมินธิ์ หรือ เบลล์ มหาโชติเทวากุล อายุ 28 ปี ไฮโซสาวหมอดูรับเสริมดวง เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “เบลล์ญาณบารมี” พร้อมนายชวิศ ควันธรรม อายุ 25 ปี อดีตสามีที่เลิกรากันไปกว่า 1 ปี และเป็นลูกของอดีตดีเจนักจัดรายการเพลงสากลทางวิทยุและโทรทัศน์ชื่อดังในยุค 70 เข้าพบพนักงานสอบสวนสภ.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตามหมายเรียกเพื่อตกลงค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรณีที่นายชวิศได้ทำลายประตูบ้านเลขที่ 92/1 หมู่บ้านเดอะเพลนท์ ซิตี้ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด ของ น.ส.ธัญญ์สมินธิ์พังเสียหายและพยายามจะบุกเข้าไปในบ้านเพื่อจะทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 20 ส.ค. ก่อนฝ่ายสาวจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีในวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา

รับซ้อมเมีย – นายชวิศ ควันธรรม ลูกชายดีเจคนดัง พร้อมน.ส.ธัญญ์สมินธิ์ มหาโชติเทวากุล หรือ เบลล์ ญาณบารมี ไฮโซสาวหมอดู อดีตภรรยา เข้าพบตำรวจสภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในคดีบุกรุก โดยยอมรับทำร้ายอดีตภรรยาจริง เมื่อวันที่ 27 ส.ค.
รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งคู่เข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง และเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งแรกของทั้งสองคน โดย นายชวิศมีสีหน้าท่าทีเรียบเฉยในระหว่างให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน
น.ส.ธัญญ์สมินธิ์ เผยหลังให้ปากคำเสร็จว่า หลังจากเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ดเสร็จ จะเดินทางไปให้ปากคำต่อในคดีทำร้ายร่างกายที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ พร้อมพยานหลักฐานยืนยันในเรื่องของการทำร้ายร่างกายอย่างชัดเจนต่อไป นอกจากนี้ยังแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายกับคู่กรณีไว้ที่ สน.โคกครามด้วย ส่วนในวันนี้ที่ สภ.ปากเกร็ดเป็นการไกล่เกลี่ยตกลงชดใช้ค่าเสียหายเท่านั้น แม้จะเป็นการพบเจอหน้ากันครั้งแรกหลังเป็นข่าว แต่ยังไม่เคยได้รับคำ ขอโทษใดๆ ออกมาจากปากเขาเลย และยังเห็นเขาไปโพสต์แขวะในทำนองว่า ออกสื่อทำเป็นปากกล้าพอลับหลังแอบไปนั่งร้องไห้ แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมยังคงไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งที่ทำร้ายร่างกายตนเองบ่อยมาก แทบจะเกือบทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ไม่ว่าจะในที่ส่วนตัวหรือที่สาธารณะ มีพยานยืนยันไว้หมดแล้ว
ด้านนายชวิศกล่าวว่า มารับทราบข้อหาบุกรุกเคหสถานในยามวิกาลกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพียงข้อหาเดียว มาด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่หลบไม่หนีไปไหน ยอมรับว่าได้ทำร้ายร่างกายจริงให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายไป แต่เรื่องอื่นๆ ที่เขาไปให้ข่าวว่าเสพยาหรือทำร้ายร่างกายเขาทุกวันนั้น ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์และให้ทนายความดำเนินเรื่องตามขั้นตอนต่อไป ส่วนเรื่องอีกฝ่ายจะไปแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ และสน.โคกคราม ยังไม่ได้รับการติดต่อจากตำรวจ หากมีการติดต่อมาพร้อมไปรับทราบข้อหาเช่นเดียวกัน ไม่หลบหนีไปไหนแน่นอน
ที่ผ่านมาหลังตกเป็นข่าว มีสื่อมากมายพยายามมาสอบถามกับผมว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจริงไหม ทำร้ายร่างกายเขาจริงหรือไม่ ผมได้ตอบไปว่าทำจริง แต่มันมีมูลเหตุที่เกิดเรื่อง ผมยังไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องมามัดตัวตนในภายหลัง อีกเรื่องที่อยากชี้แจงคือเรื่องที่เขาไปให้ข่าวในทำนองที่ว่า เวลาเกิดเหตุนั้นพ่อกับแม่ของผมไม่เคยช่วยเหลือหรือพาเขาหลบหนีเลยนั้น ขอยืนยันว่าตลอดเวลาที่เกิดเรื่องทุกครั้ง พ่อกับแม่ของผมพาเขาหนีทุกรอบ จนน้อยใจต้องถามพ่อกับแม่ว่า ผมใช่ลูกของพ่อกับแม่จริงๆ หรือเปล่า เพราะเอะอะอะไรพ่อกับแม่ก็เข้าข้างแต่ฝ่ายผู้หญิงจนน้อยใจ ประเด็นเรื่องการทำร้ายร่างกายยอมรับว่าทำจริง ผิดก็ว่าไปตามผิดเลย แต่ทุกคนเคยสงสัยไหมว่าทำไมอดีตแฟนคนนี้ของผม ก่อนที่จะมาคบกับผม เขาก็ถูกอดีตแฟนทำร้ายร่างกายมาเหมือนกัน ทุกอย่างมีมูลเหตุเพียงยังไม่อยากที่จะพูดถึง“ นายชวิศ กล่าว