เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถาบันบำราศนราดูรรายงานว่า พบผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานรรายที่ 7 ทีมสอบสวนโรคดำเนินการสอบสวนโรคในวันที่ 27 ส.ค. สอบถามประวัติของผู้ป่วย เป็นหญิงไทย อายุ 37 ปี อาศัยอยู่บ้านคนเดียวที่ กทม. พบประวัติมีเพศสัมพันธ์กับชายต่างชาติผิวสีก่อนมีอาการป่วย จากการสอบสวนโรคและเวชระเบียนของสถาบันบำราศนราดูรพบว่า ในระยะ 3 สัปดาห์ก่อนป่วย ไปเที่ยวย่านบันเทิงที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ นอกจากนี้ ผู้ป่วยรายดังกล่าวมีประวัติไปเยี่ยมญาติสูงอายุ ทำให้มีผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 3 ราย จึงติดตามเฝ้าระวังอาการผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงทั้ง 3 รายอย่างใกล้ชิด ซึ่งวันที่สัมผัสผู้ป่วยวันสุดท้ายคือวันที่ 21 ส.ค. และจะครบกำหนดระยะเฝ้าระวังในวันที่ 11 ก.ย.
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า วันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK 1,769 ราย สะสม 4,646,412 ราย หายป่วย 2,305 ราย สะสม 4,596,636 ราย เสียชีวิต 27 ราย สะสม 32,222 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 17,554 ราย อยู่ ร.พ.สนามและอื่นๆ 8,397 ราย และอยู่ใน ร.พ. 9,157 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 764 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 383 ราย อัตรา ครองเตียงระดับ 2-3 อยู่ที่ 13.5% ทั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ และไม่มีผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ ภาพรวมผู้ป่วยเฉลี่ยรายวัน ผู้ป่วยอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตมีทิศทางลดลงต่อเนื่อง
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีอินเดียพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดมะเขือเทศ (Tomato Flu) ว่า จากการติดตามพบว่า ผู้ป่วยในอินเดียเป็น กลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี พบผู้ติดเชื้อเกือบร้อยคน ไม่มีผู้เสียชีวิต เชื้อไวรัสชนิดนี้แพร่กระจายได้ง่ายจากการสัมผัส อาการเริ่มต้นจะคล้ายไข้หวัด คือ มีไข้ ปวดเมื่อยตัว ต่อมามีผื่นขึ้น มีลักษณะแดง และเป็นตุ่มน้ำคล้ายมะเขือเทศ อาการไม่รุนแรง หายเองได้ จากการสันนิษฐานลักษณะทางระบาดวิทยาและอาการเด็กที่ป่วย จะคล้ายกับโรคมือ เท้า ปาก ที่พบได้บ่อยในเด็ก ไม่ใช่โรคติดเชื้อชนิดใหม่ จากข้อมูลเบื้องต้นที่มี ถือว่าสถานการณ์ของโรคไข้หวัดมะเขือเทศยังไม่น่ากังวล และยังไม่มีรายงานการพบผู้ป่วยในประเทศไทย