กทม.ร่วมกองทัพบก เร่งตั้งกระสอบริมฝั่ง
ผู้ว่าฯ‘ชัชชาติ’พร้อม‘บิ๊กบี้’ผบ.ทบ. นำจิตอาสาระดมตั้งทรายบิ๊กแบ๊กอีก 2 หมื่นใบ อุดจุดฟันหลอตามแนวเจ้าพระยา ท่าเรือตากสิน สะพานปลาเจริญกรุง ขณะที่โผงเผงจมแล้วเจ้าพระยาทะลัก อยุธยาระดับน้ำยังเอ่อเพิ่ม เอ่อท่วมวัด โรงเรียน และสวนกล้วยจมนับเมตร ‘บิ๊กป้อม’ กำชับยึด 13 มาตรการรับมือฝน-ภัยแล้ง สั่ง ผู้ว่าฯทุกจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม ส่งจนท.ประจำจุดพร้อมเข้าช่วยเหลือ-อพยพพื้นที่ประสบภัย 24 ชั่วโมง ครม.ควัก 5.2 พันล้านสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมถนน และพัฒนาแหล่ง เก็บกักน้ำ พื้นที่อปท. 69 จังหวัด รวม 2,086 โครงการ
กำชับ 13 มาตรการรับท่วม-แล้ง
เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมครม.เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำหลาก น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีสภาพอากาศที่มีฝนตกปกคลุมทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยพล.อ.ประวิตร สั่งการให้ ทุกหน่วยงาน เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมเพื่อรับฤดูฝน และดูแลช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเข้าร่วมประชุมกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือตามกรอบแนวทาง 13 มาตรการรับมือฤดูฝนและภัยแล้งพร้อมกับติดตามการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นไปตามมาตรการ และมีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า 4 พื้นที่ ได้แก่ จ.พิษณุโลก ชัยนาท อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี พร้อมย้ำให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เป็นพื้นที่มีแนวโน้มที่จะเกิดน้ำท่วม ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเชิงรุกป้องกันน้ำท่วมตามมาตรการให้ทำอย่างรวดเร็วและกระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและปรับแผนรับมือให้ทันต่อสถานการณ์เพื่อป้องกันและลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
เท 5.2 พันล้านพัฒนาแหล่งน้ำ
นายอนุชากล่าวว่า มติที่ประชุมครม. ได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 5,282,570,100 บาท เพื่อก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมถนน และพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำ ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ได้รับความเสียหายจากสาธารณภัย หรือเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนพื้นที่ใน 69 จังหวัด จำนวน 2,086 โครงการ เร่งฟื้นฟูสิ่งก่อสร้าง ถนน และพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ของ อปท. ให้สามารถกลับมาใช้งานได้ปกติและมีประสิทธิภาพโดยเร็ว โดยครอบคลุมทั่วประเทศทุกภูมิภาค โดยครม.เน้นย้ำ ให้จัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.นี้ และให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของราชการและประชาชน โดยหน่วยงานรับงบประมาณ ประกอบด้วย
องค์การบริหารส่วนจังหวัด 12 จังหวัด 414 โครงการ วงเงิน 528,498,100 บาท, เทศบาลนคร จำนวน 1 จังหวัด 2 โครงการ วงเงิน 20,989,000 บาท, เทศบาลเมือง จำนวน 10 จังหวัด 19 โครงการ วงเงิน 67,192,100 บาท, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 68 จังหวัด 1,651 โครงการ วงเงิน 4,665,890,900 บาท, เทศบาลตำบล จำนวน 58 จังหวัด 430 โครงการ วงเงิน 1,230,243,800 บาท, องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 68 จังหวัด 1,221 โครงการ วงเงิน 3,435,647,100 บาท โดยวงเงินงบประมาณ จำแนกตามภาค ดังนี้ ภาคเหนือ จำนวน 9 จังหวัด 183 โครงการ วงเงิน 346.13 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 19 จังหวัด 883 โครงการ วงเงิน 1,884.28 ล้านบาท ภาคกลาง จำนวน 16 จังหวัด 580 โครงการ วงเงิน 1,146.00ล้านบาท ภาคตะวันออก จำนวน 7 จังหวัด 52 โครงการ วงเงิน 142.02 ล้านบาท ภาคตะวันตก จำนวน 5 จังหวัด 65 โครงการ วงเงิน 325.90 ล้านบาท ภาคใต้ จำนวน 13 จังหวัด 323 โครงการ วงเงิน 1,438.24 ล้านบาท

ผบ.ทบ.-ผู้ว่าฯ – พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. นำจิตอาสาช่วยกันตักทรายใส่กระสอบนำไปวางตามจุดเสี่ยงน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณสวนสาธารณะใต้สะพานตากสิน เขตสาทร กทม. เมื่อวันที่ 30 ส.ค.
วางบิ๊กแบ๊กเจ้าพระยาเพิ่ม
ที่สวนหย่อมใต้สะพานตากสิน เขตสาทร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมกิจกรรมจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ บูรณาการความร่วมมือระหว่าง กทม.และกองทัพบก ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เขตสาทร โดยร่วมกันบรรจุและวางแนวกระสอบทราย บริเวณใต้สะพานตากสิน เขตสาทร โดยมี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 กองพันทหารม้าที่ 3 กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ (ม.1 พัน.3 รอ.) นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ผู้บริหารกทม. สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตสาทร สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา และประชาชน จิตอาสา เข้าร่วม
นายชัชชาติกล่าวว่า การร่วมกันบรรจุและวางแนวกระสอบทรายเพิ่ม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มระดับสูงขึ้น เนื่องจากบริเวณนี้เป็นจุดอ่อนน้ำท่วม โดยจะบรรจุทราย 50 คิว ประมาณ 20,000 ใบ หลังจากนั้นจะนำไปวางเรียงตามจุดฟันหลอต่างๆ อาทิ ท่าเรือตากสิน และสะพานปลา (ซอยเจริญกรุง 58) ซึ่งเจ้าหน้าที่บรรจุทรายของกทม. มีเพียงพนักงานกวาด ต้องกวาดถนนตั้งแต่ตี 5 พอมีทหารมาช่วยก็ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น
“วันนี้มีกำลังพลจากเจ้าหน้าที่ทหาร 50 นาย เจ้าหน้าที่กทม. 50 นาย และประชาชนจิตอาสาร่วมบรรจุทราย โดยกิจกรรมจิตอาสาฯ ครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือระหว่าง กองทัพบก กับ กทม. ที่จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนมากขึ้น นอกจากนี้อาจมีอีกหลายมิติที่กทม. จะร่วมมือกับกองทัพบก อาทิ การเก็บขยะหน้าตะแกรงสถานีสูบน้ำ การขุดลอกคูคลอง และการหาจุดทำแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำ” นายชัชชาติกล่าว
‘โผงเผง’จมแล้วกว่า 50 หลัง
ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่างๆ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านจังหวัด และคลองสาขาต่างๆ แม่น้ำน้อย มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 5-10 ซ.ม. ในพื้นที่ของ ต.วัดตะกู อ.บางบาล ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรปลูกกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ ถูกน้ำจากแม่น้ำน้อยล้นตลิ่งเข้าท่วมสวนกล้วยสูง 1 เมตร ได้รับความเสียหายกว่า 30 ไร่
ขณะที่วัดบุญกันนาวาส ต.ไทรน้อย อ.บางบาล พบว่าน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าท่วมวัด และโรงเรียน ระดับน้ำสูงประมาณ 70 ซ.ม.
ด้าน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ที่มีคลองโผงเผง ซึ่งเป็นคลองสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้วกว่า 50 หลังคาเรือน 6 หมู่บ้าน และมีแนวโน้มว่าน้ำท่วมจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายหน่วยงานต้องระดมกำลังช่วยชาวบ้านป้องกันน้ำท่วม เช่นที่บริเวณวัดถนน หมู่ 1 ต.โผงเผง นายฉัตรชัย เย็นทรวง ปลัดอำเภอป่าโมก พร้อมด้วยนางกรรณิกา ยิ่งมานะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 และทหารจาก ป.1 พัน 11 รอ. จำนวน 20 นาย พร้อมรถ จีเอ็มซีบรรทุกกระสอบทรายสร้างแนวกั้นน้ำจากคลองโผงเผงที่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวน 8 หลัง จนไม่สามารถเดินเข้าออกได้ ต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะแทน
นายชัยวัฒน์ ปลายเนิน โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่ริมคลองโผงเผง หมู่ 3 ต.โผงเผง กล่าวว่า ได้เร่งรัดให้ผู้รับเหมาก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมระยะทาง 123 เมตร งบประมาณ 17 ล้านบาท โดยก่อกำแพงป้องกันน้ำท่วม ส่วนช่องว่างจะเอาดินมาเสริมเป็นคันป้องกันน้ำระหว่างรอยต่อเขื่อน
‘แก่งคอย’เร่งกู้ดินสไลด์
ส่วนที่ จ.สระบุรี หลังจากการที่มีพายุเข้าฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้เกิดการสไลด์ลงแม่น้ำเป็นทางยาวกว่า 10 เมตร ในเขตพื้นที่หมู่ 7 ต.เตาปูน อ.แก่งคอย ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน โดยทาง สนง.ปภ.สระบุรี และ อบต.เตาปูน เข้าตรวจสอบเพื่อหาแนวทางแก้ไข
ด้านบ้านพระพุทธบาทน้อย หมู่ 10 ต.สองคอน อ.แก่งคอย ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงจากภูเขา ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน ทาง อบต.สองคอนได้นำรถแบ๊กโฮมาช่วยชาวบ้าน โดยขุดลอกวัชพืชที่ขวางเส้นทางระบายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก โดยชาวบ้านระบุว่า 10 กว่าปีแล้วสถานการณ์น้ำไม่เคยแรงเท่านี้ ครั้งนี้หนักที่สุด

ฝายพัง – ฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร แตกพังเสียหาย เนื่องจากหินทิ้งที่กั้นขวางทางน้ำทรุดตัว ทำให้กระแสน้ำไหลผ่านช่องชำรุดอย่างรวดเร็วและรุนแรง เมื่อวันที่ 30 ส.ค.
ฝายกั้นพัง-น้ำปิงทะลัก
ส่วนที่ จ.กำแพงเพชร ฝายชั่วคราวกั้น แม่น้ำปิง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เกิดพัง เสียหาย ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำไหลผ่านช่องทางน้ำไหลอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง หลังจากทราบข่าวว่าฝายแตกก็รีบเดินทางมาจับปลาแม่น้ำปิงติดตามโขดหินกันอย่างคึกคัก เพื่อนำไปทำอาหาร บางคนนำไปขาย โดยชาวบ้านที่จับปลาขายบอกว่าตอนนี้จับปลาขึ้นมาขายได้เกือบ 1,000 บาทแล้ว
สำหรับฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว เชื่อมต่อระหว่างบ้านโขมงหัก ต.เทพนคร-บ้านวังยาง ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เกิดชำรุดเสียหาย เนื่องจากหินทิ้งที่กั้นขวางทางน้ำปิง เกิดทรุดตัวทำให้แรงดันน้ำพัดหินทิ้งพังทลายลง จึงมีช่องทางน้ำไหลเป็นบริเวณกว้าง โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.ที่ผ่านมา จุดที่ชำรุดเสียหายมีความกว้างประมาณ 40 เมตร ซึ่งเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง และได้ซ่อมแซมฝายเรียบร้อย ก่อนจะมาเกิดเหตุขึ้นอีก ขณะนี้กำลังรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสำรวจความเสียหายและซ่อมแซมต่อไป
คันดินแม่วังถล่มเอ่อท่วม
ขณะที่ จ.ลำปาง จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการปล่อยระบายน้ำจากเขื่อนกิ่วลมลงสู่แม่น้ำวังตามหลักเกณฑ์เฝ้าระวังรักษาระดับน้ำในเขื่อนไม่ให้สูงเกินมาตรฐาน ซึ่งส่งผลให้แม่น้ำวังเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ในพื้นที่หมู่ที่ 7 และ 12 ต.ยกกระบัตร อ.สามเงา จ.ตาก ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับ อ.แม่พริก จ.ลำปาง มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน จำนวน 75 ครัวเรือน
ล่าสุดคันดินกั้นน้ำที่บริเวณหน้าวัดวังน้ำผึ้ง หมู่ที่ 3 ต.วังจันทร์ อ.สามเงา ได้พังลง ทำให้น้ำไหลทะลักเข้ามาท่วมพื้นที่หมู่ 8 หมู่ 10 ต.ยกกระบัตร โครงการชลประทานตาก พร้อมกำลังพลจาก มทบ.310 ได้นำถุงทรายบิ๊กแบ๊ก 30 ถุง น้ำหนักถุงละ 1 ตัน โยนลงร่องน้ำที่ขาด เพื่อลดแรงดันน้ำ ส่วน ปภ.ตากเตรียมเรือไฟเบอร์จำนวน 2 ลำ พร้อมสนับสนุน อบต.เพื่อให้ประชาชนที่มีน้ำท่วมสูงใช้เข้าออกพื้นที่
นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผวจ.ตาก กล่าวว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาในระยะสั้น โดยทำเขื่อนป้องกันตลิ่งในพื้นที่เสี่ยง เพื่อไม่ให้น้ำในแม่น้ำวังเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เพิ่มเติม รวมถึงให้กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและดำเนิน การมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้แก่ ผู้ประสบภัยด้วย สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ให้ศึกษาลุ่มแม่น้ำวัง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งอุทกภัย และภัยแล้งอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
เตือนรับลุ่มน้ำชี-มูนล้น
วันเดียวกัน กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้มีประกาศว่า ตามที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ในพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูน ในช่วงวันที่ 26-31 ส.ค. พบว่า ณ ปัจจุบันระดับน้ำแม่น้ำมูน บริเวณ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ท้ายจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำชีและแม่น้ำมูนเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่าในวันที่ 3-8 ก.ย. บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก จะมีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนัก ซึ่งกอนช. และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ดังนี้
พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำระดับน้ำท่วมขังมี แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.30-0.50 เมตร ในช่วงวันที่ 31 ส.ค.-10 ก.ย. ในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ลุ่มน้ำชี ลำน้ำพรม และลำน้ำเชิญไหลผ่าน