บุกพิสูจน์หินหัวงูเกล็ดพญานาค – วันที่ 1 ก.ย. นายวีรดนย์ ศิริ นายอำเภอกุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย ปลัดอำเภอ ผู้ใหญ่บ้านห้วยแดง ผู้นำชุมชน อส. และชาวบ้านในพื้นที่ ไปตรวจพิสูจน์หินประหลาดก้อนใหญ่คล้ายหัวงูยักษ์และมีเกล็ดด้วย บริเวณกลางป่าลึกในเขต อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งการเดินทางเป็นไปด้วยความลำบาก ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ต้องนั่งรถอีแต๊ก รถจักรยานยนต์ และเดินเท้าเข้าไปหลายกิโลเมตรกว่าจะถึงจุดหมาย

พญานาค – เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสำรวจก้อนหินยักษ์รูปทรงคล้ายพญานาค และมีร่องหินสลับเหมือนเกล็ด กลางป่าหมู่บ้านห้วยแดง ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 1 ก.ย.
นายวีรดนย์กล่าวว่า พื้นที่แถบนี้มีก้อนหินลักษณะคล้ายงูหลายจุด จุดที่ 1 พบหินคล้ายหัวงู ยาว 6 เมตร สูง 2.5 เมตร ตั้งอยู่ริมห้วย เป็นที่ส.ป.ก. บนก้อนหินยังมีลายหินสลับไปมา ลักษณะคล้ายเกล็ดพญานาค บริเวณนี้เรียกกันว่าแอ่งสาวเอ้ ปัจจุบัน เป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน อยู่ระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และภูล้อมข้าว หรือภูจ้อก้อ เขตรอยต่อกับ อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร ห่างจากตัว อ.กุฉินารายณ์ 22 ก.ม.
จุดที่ 2 บริเวณที่พักสงฆ์ศิลามณี บนภูล้อมข้าว พบหินคล้ายงูขนาดใหญ่ที่ขดตัว และมีก้อนศิลาขนาดใหญ่หลายจุด มีลูกหินคล้ายลูกนิมิต และมีรูปคล้ายคนนั่งพักบริเวณหิน ทั้งยังมีก้อนหินคล้ายรูปเต่าหลายจุด และก้อนหินขนาดเล็กใหญ่ 3 ก้อน ซึ่งมีความแข็งคล้ายเหล็ก ชาวบ้านห้วยแดงนำมาวางเป็นฐานพระพุทธรูปไว้ที่สำนักสงฆ์ศิลามณี และจุดที่ 3 บริเวณภูสีฐาน จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ และมองจากสำนักสงฆ์ศิลามณี พบน้ำตกไหลลงมาจากยอดเขา ซึ่งชาวบ้านห้วยแกงเรียกกันว่าน้ำตกบังอี่ หรือน้ำตก 7 ชั้น ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในภูสีฐาน
นายวีรดนย์กล่าวอีกว่า การพบหินดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน จากนี้ทางอำเภอจะประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมนำเรื่องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพัฒนาผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ประชาชน