อินทร์บุรีหนีท่วมอ่างทองเก็บข้าว’โผงเผง’จมเพิ่ม

เจ้าพระยาทะลัก ท่วมบ้านริมคลองโผงเผงป่าโมก อ่างทองแล้วกว่า 150 หลัง แม่น้ำน้อยเอ่อล้นตลิ่งที่วิเศษชัยชาญอ่วมจม 219 หลัง สวน-นา-ไร่ล่มจำนวนมาก ชาวอินทร์บุรี สิงห์บุรี อพยพขึ้นมาจับจองที่ริมถนนพักอาศัยชั่วคราวหวั่นหนีน้ำไม่ทัน ‘บิ๊กตู่’ ให้กำลังใจทหารช่วยน้ำท่วม ตรวจสถานการณ์น้ำที่อยุธยา สั่งติดตามสถานการณ์น้ำ 24 ชั่วโมง ฝนถล่มภูเก็ตข้ามคืนน้ำไหลบ่าจมทั่วเมืองทั้งบ้านเรือน สนามบิน สถานที่ราชการ และโรงเรียน ชาวบ้านย้ายรถไม่ทัน น้ำท่วมกว่าเมตร เกือบมิดหลังคา ผวจ.ภูเก็ตรุดตรวจสอบ-ช่วยเหลือ สั่งตั้งโรงครัว ขึ้นที่วัดมงคลวราราม บรรเทาความเดือดร้อน

เยี่ยมกำลังพล – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลกองทัพ ในการ ช่วยเหลือป้องกันน้ำท่วมที่วัดกษัตราธิราชวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 2 ก.ย.

‘บิ๊กตู่’ดอดตรวจอยุธยารับท่วม
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม พร้อมคณะ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาและการปฏิบัติงานของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงกลาโหม โดย พล.อ.ประยุทธ์และคณะได้ตรวจดูความคืบหน้าการก่อสร้างบังเกอร์น้ำ รับฟังสถานการณ์ การเตรียมการ การแก้ไขสถานการณ์ พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารกรมทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ (รอ.) โดยพบว่าได้มีการตั้งบังเกอร์กั้นน้ำระบบ น็อกดาวน์เสร็จแล้ว เหลือการคลุมผ้าใบ และวางแนวกระสอบทรายด้านนอกของบังเกอร์ จากนั้นตรวจสอบระบบการสูบน้ำ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อินทร์บุรีอพยพขึ้นบนถนน
ขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่ ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี พบว่าระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนในที่ ราบต่ำ โดยเฉพาะบริเวณหมู่ 1 และหมู่ 2 ต.ชีน้ำร้าย ประกอบกับตำบลชีน้ำร้ายเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีแนวเขื่อนกั้นน้ำ ดังนั้นในช่วงฤดูฝนของทุกๆ ปี ก็จะประสบปัญหาน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นประจำ โดยประชาชนที่มีบ้านชั้นเดียวเริ่มเตรียมสร้างที่พักอาศัยชั่วคราวบริเวณริมถนนคันคลองชลประทาน สายสิงห์บุรี-ชัยนาท ส่วนผู้ที่มีที่พักเป็นอาคารบ้านเรือน 2 ชั้น ต่างก็เร่งเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นไปไว้บนชั้น 2 บางส่วนก็เร่งเตรียมขนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการเกษตร รวมถึงสัตว์เลี้ยงย้ายไปพักไว้ยังริมถนนคันคลองด้วยเช่นกัน

ส่วนที่บริเวณทุ่งนาหลังสวนน้ำเฉลิม พระเกียรติ อ.เมือง จ.อ่างทอง พบว่าชาวนาได้เร่งเก็บเกี่ยวข้าวในนา ทั้งที่ยังเขียวไม่ครบอายุการเก็บเกี่ยว ถึงแม้จะขายไม่ได้ราคาที่ต้องการ จากเกวียนละ 8 พันบาท เหลือเกวียนละ 6 พันบาท ก็ต้องเร่งเก็บเกี่ยว เพื่อป้องกันข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยวจมน้ำเสียหาย หลังจากน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และน้ำในคลองก็เพิ่มสูงขึ้นไม่มีที่ระบายออก

ด้านสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน จ.อ่างทอง มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สถานีวัดน้ำ C7A หน้าศาลากลางจังหวัด มีระดับน้ำสูง 7.39 เมตร จากระดับตลิ่ง 10.00 เมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,846 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นตลิ่งในคลองโผงเผง ซึ่งเป็นสาขาแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จำนวน 151 หลังคาเรือน และได้รับผลกระทบจากแม่น้ำน้อยเอ่อล้นตลิ่ง ในพื้นที่ของ ต.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จำนวน 219 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรกรรมได้รับความเสียหายจำนวนมาก

น้ำป่าถล่มปางมะผ้า
ส่วนที่จ.แม่ฮ่องสอน หลังเกิดฝนตกหนักตั้งแต่คืนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ในพื้นที่อ.ปางมะผ้า โดยนายอเนก ปันทะยม นายอำเภอปางมะผ้า เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุจากกำนันและประชาชนในพื้นที่ว่า ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม บ้านแม่หมูลีซอ หมู่ 8 ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า และสถานการณ์น้ำในลำห้วยแม่อูมอง ใกล้กับจุดตรวจผามอน ที่ปริมาณน้ำในลำห้วยสูงขึ้นอย่างน่าวิตก รวมไปถึงบริเวณพื้นที่บ้านไร่ หมู่ 3 ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า บริเวณถนนก่อนถึง วัดบ้านไร่ยังมีน้ำนองอยู่ จึงได้มอบหมายให้ นายรุ่งเรือง ปัญญาละ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย สมาชิก อส. กองร้อย อส.อ.ปางมะผ้าที่ 8, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสบป่อง, และกำนันตำบลสบป่อง ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่น้ำป่าไหลหลาก และให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมกำชับผู้ใหญ่บ้านเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีเหตุการณ์ผิดปกติให้แจ้งอำเภอทราบเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป และ ควรย้ายสัตว์เลี้ยงหรืออุปกรณ์ทางด้านการเกษตรขึ้นที่สูง

ด้านจ.นครราชสีมา ที่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเค็ม ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 749 ไร่ ตั้งอยู่ที่บ้านหญ้าคา ต.หนองแจ้งใหญ่ อ.บัวใหญ่ ล่าสุดปริมาณน้ำภายในอ่างเกือบล้นความจุอ่าง โดยอยู่ที่ 631,000 ลบ.ม. คิดเป็น 94.05% เป็นน้ำใช้การได้ 519,000 ลบ.ม. คิดเป็น 92.86% ผู้นำในท้องที่และเจ้าหน้าที่ชลประทานต้องระดมแรงงานชาวบ้านช่วยกันขุดดินทำคันอ่างกั้นน้ำที่ไหลมาจากลำห้วยธรรมชาติ เร่งพร่องน้ำออก เพื่อเตรียมรับมวลน้ำฝนที่จะตกลงมาตลอดเดือนก.ย.นี้

มิดคัน – รถยนต์ผู้พักอาศัยคอนโดมิเนียมในอ.ถลาง จ.ภูเก็ต ถูกน้ำท่วมฉับพลันแทบมิดคันหลังเกิดฝนตกหนักทั้งคืนจนถึงเช้า ก่อนที่สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในวันเดียวกัน เมื่อวันที่ 2 ก.ย.

ฝนถล่ม-ภูเก็ตจมมิดรถ
ที่จ.ภูเก็ต เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักไปทั่ว อ.ถลาง ตั้งแต่ช่วงเช้า ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร จากสถานการณ์ดังกล่าว นายอุดมพร กาญจน์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า มีประชาชนแจ้งมาว่าเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ อ.ถลาง อาทิ หน้าปั๊มซัสโก้เมืองใหม่ หน้าโรงเรียนเมืองถลาง หน้าสนามบินภูเก็ต ขณะที่บางพื้นที่น้ำท่วมสูงจนท่วมเกือบมิดหลังคารถยนต์ โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ตได้ส่ง เจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ลงพื้นที่แล้ว พบว่าเป็นน้ำท่วมที่รอระบาย ไม่ใช่น้ำทะเลหนุน และทราบว่าน้ำลดลงแล้ว

ด้านท่าอากาศยานภูเก็ต ที่ตั้งอยู่ใน อ.ถลาง แจ้งว่า เนื่องด้วยสภาพอากาศในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ขอให้ ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมายัง ท่าอากาศยานภูเก็ตอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหายบริเวณ ต.สาคู อ.ถลาง แล้วได้มอบหมายให้นายบัญชา ธนูอินทร์ นายอำเภอถลาง พร้อมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ ตั้งโรงครัวขึ้นที่วัดมงคลวราราม หรือวัดในยาง เพื่อให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นการเร่งด่วน

7 จังหวัดยังจม
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 7 จังหวัดคือ แม่ฮ่องสอน, น่าน, ลำปาง, พิจิตร, สระบุรี, สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวม 22 อำเภอ 127 ตำบล 523 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 64 ครัวเรือน

ส่วนการเกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก กาฬสินธุ์ เลย สระบุรี ราชบุรี รวม 6 อำเภอ 6 ตำบล 13 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความ เสียหาย 28 หลัง ผู้บาดเจ็บ 2 ราย (ราชบุรี) โดยอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน