เฉพาะถัง15กก.ค่าไฟ9พันล้านช่วยเปราะบาง

ตรึงราคาก๊าซหุงต้มที่ 408 บาทถังขนาด 15 ก.ก.จนถึงวันที่ 31 ต.ค.กบง.เคาะแพ็กเกจลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชนด้านพลังงาน พร้อมขยายมาตรการคงสัดส่วนการผสมบี 100 ในดีเซล 5% หรือดีเซล B5 ตั้งแต่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค.65 พร้อมขยับราคาเอ็นจีวี 1 บาทต่อก.ก. เป็น 16.59 บาทต่อก.ก. มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. เพื่อไม่ให้บิดเบือนเกินไปหลังต้นทุนจริงจ่อแตะ 29-34 บาทต่อก.ก. และลดภาระปตท.อุดหนุนแล้ว 6,757 ล้านบาท พร้อมทบทวนวงเงินดูแลค่าไฟกลุ่มเปราะบางเป็น 9,000 ล้านบาท ชงเข้าครม.ขอความเห็นชอบวันที่ 13 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์ มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ในฐานะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่าที่ประชุม กบง.มีการพิจารณาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากพลังงานที่อยู่ในระดับสูง โดยเห็นชอบให้ตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในราคา 408 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม(ก.ก.) อีก 1 เดือน จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. เป็นสิ้นสุดในวันที่ 31 ต.ค.2565 และมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงาน จัดทำแนวทางการช่วยเหลือ มุ่งเป้าภาคครัวเรือน เพื่อลดผลกระทบต่อภาระ ค่าครองชีพของประชาชน

นอกจากนี้ กบง.เห็นชอบให้ขยายเวลาคงสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลหรือบี 100 ในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 5% หรือบี 5 และขอความร่วมผู้ค้าน้ำมันคงค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มดีเซลไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค.2565 จากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่ก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) กบง.มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกเอ็นจีวีสำหรับรถยนต์ทั่วไปเพียง 1 บาทต่อก.ก. จาก 15.59 บาทต่อก.ก. เป็น 16.59 บาทต่อก.ก. ตามแนวโน้มต้นทุนเอ็นจีวีที่คาดว่าช่วงปลายปี 2565 อาจปรับตัวสูงขึ้นอยู่ในช่วง 29-34 บาทต่อก.ก.

ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา กบง.ได้มีมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและ ผู้ประกอบการ ที่ใช้เอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิงมาโดยตลอด ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีภาระการช่วยเหลือเอ็นจีวี (ตั้งแต่ 1 พ.ย.2564-15 ก.ย.2565) รวมทั้งสิ้น 6,757 ล้านบาท ขณะที่ภาครัฐยังคงราคาขายปลีกเอ็นจีวีสำหรับรถยนต์ทั่วไปไว้ที่ 15.59 บาทต่อก.ก. ทำให้เกิดการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการในธุรกิจเอ็นจีวี

“แม้ต้นทุนจริงจะขยับไปสูง แต่ กบง.ให้ปรับราคาขึ้นเพียง 1 บาทต่อก.ก. และยังให้คงมาตรการช่วยเหลือกลุ่มรถแท็กซี่ในโครงการ NGV เพื่อลมหายใจเดียวกันของ ปตท. โดยให้สามารถซื้อเอ็นจีวีได้ในราคาเดิมที่ 13.62 บาทต่อก.ก. เป็นเวลา 3 เดือน คือ ตั้งแต่ 16 ก.ย.-15 ธ.ค.2565” นายสุพัฒนพงษ์ระบุและว่าได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือ ปตท. และให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ติดตามสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติอย่างใกล้ชิดหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญให้นำเสนอ กบง. เพื่อพิจารณาการกำหนดราคา เอ็นจีวีที่เหมาะสมในระยะต่อไป

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า กบง.ยังมีมติเห็นชอบทบทวนประมาณการงบประมาณตามแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนที่ได้รับผล กระทบจากค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดก.ย.-ธ.ค.2565 ที่ปรับขึ้น 68.66 สตางค์ต่อหน่วยของกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน ในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมทั้งผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ ผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่บริการของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กิจการไฟฟ้าสวัสดิการฯ) เป็นเวลา 4 เดือน (ก.ย.-ธ.ค.) ที่เดิมคาดการณ์ไว้ที่ 8,000 ล้านบาท แต่จากรายงานของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายที่มีจำนวนผู้ใช้ไฟใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้งบประมาณส่วนนี้ปรับไปเป็นราว 9,000 ล้านบาท ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 13 ก.ย.นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน