‘พ่อ-แม่’โดนด้วยขายลูก!ค้ามนุษย์

‘บิ๊กโจ๊ก’ พร้อมผู้ว่าฯอุดรธานีแถลง จับเสี่ยโรงเลื่อยอุดรฯพร้อมเมียตกเขียวเด็กหญิงชาวเขา 10 ขวบ เผยซื้อจากพ่อแม่ที่แม่สาย เชียงราย แค่ 1 หมื่น อ้างนำมาเลี้ยงดู แต่กลับล่วงละเมิดทางเพศ เด็กหนีออกมาขอความช่วยเหลือ ตร.บุกรวบได้ทั้งผัวเมีย ส่วนแม่และพ่อเลี้ยงของเด็กก็โดนเอาผิดด้วย ข้อหาค้ามนุษย์ นอกจากนี้จับสาวสอง ครูสอนเต้นแอโรบิก อนาจาร ข่มขืนน.ร.หญิง ถ่ายภาพ คลิปไว้ พบเด็กเป็นเหยื่อ 17 คน อีกรายจับหนุ่มขอนแก่นแช็ต ลวงด.ญ. 14 ผ่านแอพฯ หาคู่ ก่อนล่วงละเมิดทางเพศ สารภาพถ่ายคลิปไปขายผ่านเว็บ

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมด้วยนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าฯ อุดรธานี พล.ต.ต.ฉัตรชัย เรืองมาลัย รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รองผบช.ทท. พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ร่วมแถลงข่าวจับกุมนักธุรกิจโรงเลื่อยแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานี หลังตกเขียวเด็กหญิงชาวเขาอายุ 10 ขวบ จากจ.เชียงราย โดยซื้อตัวจากแม่และพ่อเลี้ยงเด็ก แล้วนำมากักขังหน่วงเหนี่ยวและล่วงละเมิดทางเพศในห้องเช่า นอกจากนี้ยังขยายผลจับกุมสาวสอง ครูสอนเต้นแอโรบิก ก่อเหตุอนาจารเด็กและข่มขืนนักเรียนหญิงในอ.น้ำโสม จ.อุดรธานี พร้อมถ่ายภาพและคลิปเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ จากการสอบสวนขยายผลพบมีเด็กหญิงถูกล่วงละเมิดทางเพศรวม 17 ราย ก่อนปิดท้ายด้วยคดีหนุ่มขอนแก่นแช็ตล่อลวงเด็กหญิง 14 ปี ผ่านแอพฯ หาคู่ ก่อนล่วงละเมิดทางเพศ ถ่ายคลิปอนาจารไปขายในเว็บไซต์ โดยการแถลงครั้งนี้มีขึ้นเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 7 ก.ย. ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 29 ส.ค.65 พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทร์พล รองผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเด็กหญิงหนีออกจากหอพักปีนเข้าบ้านมาขอความช่วยเหลือ พบด.ญ.ปลา (นามสมมุติ) อายุ 10 ขวบ ไม่ทราบสัญชาติ พูดภาษาไทยได้ ขอความช่วยเหลือด้วยอาการกลัวจนตัวสั่น จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่พมจ.อุดร ธานี ซักถามเบื้องต้นทราบว่าเมื่อประมาณเดือน เม.ย.65 ด.ญ.ปลาถูกนายเทพเสรี แซ่ก่อ อายุ 36 ปี นักธุรกิจโรงเลื่อยแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ซื้อตัวจากแม่และพ่อเลี้ยงที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย นำมาอยู่หอพักในอ.เมือง จ.อุดรธานี มีน.ส.อรสินี วัชรเดชวานิช อายุ 34 ปี ภรรยาคนแรกของนายเทพเสรีเป็นผู้ดูแล ก่อนที่ด.ญ.ปลาจะถูกนายเทพเสรี และน.ส. อรสินี ผัวเมียล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงดุด่า ทุบตีเด็ก และยึดบัตรประจําตัวไว้

จนเมื่อวันที่ 29 ส.ค.65 เวลาประมาณ 17.00 น. ขณะที่น.ส.อรสินีเผลอ ด.ญ.ปลาจึงแอบหนีออกมาจากห้องพักและไปขอความช่วยเหลือ ระหว่างการพูดคุยและช่วยเหลือเด็ก น.ส.อรสินีเข้ามาแสดงตัวเป็นผู้ปกครองเด็ก แต่เด็กไม่ได้ยินยอมกลับไปในการดูแล และบอกเรื่องราวทั้งหมด ตำรวจจึงบุกเข้าไปค้นห้องพักด้วยความยินยอมจากเจ้าของหอพัก พบน.ส.อรสินี ตรวจค้นพบอุปกรณ์เซ็กซ์ทอย เจลหล่อลื่น ถุงยางอนามัย ก่อนที่นายเทพเสรีจะขับรถเข้ามาที่ห้องพัก อ้างว่ารู้จักกับพ่อแม่เด็ก และนำตัวเด็กมาดูแลจริง แต่ด้วยพยานหลักฐานที่แน่นหนา จึงยอมรับสารภาพในที่สุด จึงแจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์ และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี

ส่วนแม่และพ่อเลี้ยงของด.ญ.ปลา ตำรวจยื่นคําร้องต่อศาลจ.อุดรธานีออกหมายจับเพิ่มเติม และจับกุมตัวทั้ง 2 คน พร้อมหลักฐานการรับโอนเงิน 10,000 บาท นําส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และเป็นการกระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด และรวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนคดีที่สอง เป็นการขยายผล หลังจากจับกุมนายธนัญญา ไชยปัญญา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 5 ต.บ้านหยวก อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ได้ของกลางโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พบภาพอนาจารเด็กกว่า 4,000 ภาพ และคลิปอนาจาร 3 คลิป ซึ่งเป็นคลิปที่นายธนัญญากระทำอนาจารเด็ก จากการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมจนทราบว่า นายธนัญญา เป็นสาวสอง ชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิง รับจ้างฝึกสอนเต้นแอโรบิกให้แก่นักเรียนในโรงเรียน แห่งหนึ่งในเขตอ.น้ำโสม ก่อนหลอกลวงเด็กนักเรียนหญิงอายุ 8-13 ปี จำนวนหนึ่งมาข่มขืนและกระทำอนาจารเป็นเวลาหลายปี จากการสอบสวนเพิ่มเติมมีเด็กตกเป็นเหยื่อมากถึง 17 ราย จึงดำเนินคดีในความผิดฐาน ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กและกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม ข่มขืนและกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี

และคดีที่สาม ตำรวจชุด TICAC ได้รับรายงานจากศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเด็กหายและเด็กถูกละเมิดแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา (NCMEC)ว่า มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ชื่อ “MaoNamHer oh” อัพโหลดสื่อลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ใช้บัญชีดังกล่าวคือนายรชต สนิทวงศ์ อายุ 26 ปี อาศัยอยู่ที่อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายค้น ตรวจสอบข้อเท็จจริงและค้นหาหลักฐานในการกระทำความผิด เมื่อวันที่ 10 ส.ค.65 เวลาประมาณ 08.40 น. ที่หอพักสุขสบายเพลส 2 ห้องหมายเลข 302 บ้านกอก ซอย 10 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบนายรชต อยู่ภายในห้องและพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องซึ่งเป็นของผู้ต้องหาเอง ภายในเครื่องพบสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก โดยรับว่าดาวน์โหลดภาพและคลิปวิดีโอสื่อลามกอนาจารเด็กมาจากเว็บไซต์ VK และในกูเกิ้ล มาเก็บไว้ในมือถือของตน โดยมีบางคลิปเป็นภาพนายรชตกระทำอนาจารเด็กผู้หญิง

จากการสอบถาม นายรชตรับว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่ตนนัดเจอผู้หญิงผ่านแอพ พลิเคชั่นหาคู่แอพหนึ่ง เป็นการคุยกับเด็กหญิงไปในเชิงชู้สาว และนัดเจอเพื่อมีเพศสัมพันธ์กัน พร้อมถ่ายคลิปเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือของตน เมื่อเดือนมี.ค. 64 ที่ห้องพักแห่งหนึ่งใน ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น จากการสืบสวนผู้หญิงในคลิปคือด.ญ.แพร (นามสมมติ) อายุ 14 ปี

ต่อมาวันที่ 18 พ.ค.65 ผู้ต้องหานําคลิปวิดีโอไปเสนอขายต่อผ่านเว็บไซต์ VK ผู้ต้องหารับสารภาพ จึงแจ้งข้อหา กระทำการค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์จากการ ผลิต สื่อลามก ซึ่งเป็นการกระทำต่อบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี, พรากและพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อหากําไรหรือเพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมีใช่ภริยาของตน, ครอบครอง สื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า หลังจากชุดปฏิบัติการ TICAC ได้รับการประสานข้อมูลจากศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเด็กหายและเด็กถูกละเมิดแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCMEC) จึงเร่งดำเนินการออกสืบสวน ติดตามและจับกุมผู้ต้องหาโดยเร่งด่วนทั่วประเทศ ในพื้นที่ภาค 4 บางคดีเป็นการกระทำผิดที่มีพฤติกรรมที่ภายนอกจะได้รับความไว้วางใจในการเข้าใกล้ชิดตัวเด็ก แต่อาศัยความใกล้ชิดและความไว้วางใจ ในการกระทำอนาจารและแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากตัวเด็ก รวมทั้งคดีที่ผู้ปกครองของเด็กยินยอมที่จะขายตัวเด็กเองเพื่อแลกกับเงินจำนวนหนึ่ง เมื่อทราบข้อมูลการกระทำผิด จึงต้องรีบเข้าช่วยเหลือและดำเนินคดีผู้กระทำผิดโดยเร็ว ส่วนเด็กและเยาวชนที่เป็นเหยื่อนั้น จะมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่ พม.และยุติธรรมจังหวัดเข้าช่วยเหลือและดูแลคุ้มครองเด็กตามกระบวนการ และจะใช้กฎหมายผิดฐานการค้ามนุษย์ ข้อหาการค้ามนุษย์ ไปถึงการยึดทรัพย์ และค้นหานำเด็กกู้ออกจากสื่อลามกทั้งหมด ทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ ตัวเลขการจับกุมเพิ่มมากขึ้น แต่การละเมิดเด็กยังมีมากขึ้น อยากฝากให้ พี่น้องประชาชนที่พบเห็นช่วยแจ้งตำรวจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน