มากันเนืองแน่น วิหารเซนต์ไจล์ส ใน‘สกอตแลนด์’
ต่อแถวยาวเหยียด ประชาชนพากันร่วมถวายอาลัย ‘ควีน เอลิซาเบธที่ 2’ ระหว่างเชิญพระบรมศพมาประดิษฐาน ณ วิหารเซนต์ไจล์สในกรุงเอดินบะระ ประเทศสกอต แลนด์ จากนั้นจะเชิญพระบรมศพกลับกรุงลอนดอน ประดิษฐานที่เวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ พร้อมเปิดให้ถวายความอาลัยไปจนถึงวันที่ 19 ก.ย.นี้ และจะมีพิธีฝังที่โบสถ์น้อยเซนต์จอร์จ ภายในปราสาทวินด์เซอร์
สำนักข่าวบีบีซี เอเอฟพี และรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ถึงบรรยากาศบริเวณวิหารเซนต์ไจล์สในกรุงเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์ว่ามีประชาชนหลายพันคนพากัน ต่อแถวรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จ พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร หลังสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยเจ้าหญิงแอนน์ พระราชธิดาองค์โตในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเส็กซ์ ทรงร่วมขบวนเคลื่อนย้ายหีบพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จากพระราชวังโฮลีรูดเฮาส์มายังวิหารเซนต์ไจล์ส เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่น
สำหรับกำหนดการเชิญหีบพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 มาประดิษฐานที่เวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษนั้น จะเริ่มเมื่อเวลา 17.00 น. ตามเวลาของอังกฤษ หรือราว 23.00 น. ตามเวลาของไทย โดยขบวนรถยนต์จะเคลื่อนย้ายหีบพระบรมศพไปยังท่าอากาศยานเอดินบะระ ซึ่งระหว่างทางคาดว่าจะมีประชาชน จำนวนมาก รอเข้าเฝ้าส่งพระบรมศพอย่างหนาแน่นตลอดสองข้างทาง จากนั้น หีบพระบรมศพจะถูกเคลื่อนขึ้นเครื่องบินพระที่นั่ง โดยมีเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ พระราชธิดาประทับบนเครื่องบินลำดังกล่าวซึ่งจะออกเดินทางในเวลาราว 18.00 น. ก่อนเวลา 19.00 น. เล็กน้อยเครื่องบินพระที่นั่งจะลงจอดที่สนามบินกองทัพอากาศนอร์ทโอลท์ กรุงลอนดอน และขบวนรถยนต์จะรับหน้าที่เคลื่อนหีบพระบรมศพไปยัง พระราชวังบักกิงแฮม ซึ่งสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3 สมเด็จพระราชินีคามิลลา และพระบรมวงศานุวงศ์รอเข้าเฝ้ารับพระบรมศพ จากนั้นกองทหารเกียรติยศจะเคลื่อนหีบพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ไปประดิษฐานที่ห้องบาวรูมและจะมีคณะนักปฏิบัติ ด้านศาสนกิจสับเปลี่ยนเฝ้าพระบรมศพ

ถวายอาลัย – สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ประทับยืนหน้าหีบพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระบรมราชชนนี ขณะที่ประชาชนจำนวนมากต่อแถวยาวเข้าถวายสักการะแสดงความอาลัยพระบรมศพ ที่วิหารเซนต์ไจล์ส กรุงเอดินบะระ สกอตแลนด์ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.
ขณะที่ช่วงเช้าวันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา จะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแรกที่กรุงเบลฟาสต์ ประเทศไอร์แลนด์เหนือ รวมทั้งมีพระบรมราชานุญาตให้นายคริส ฮีตัน-แฮร์ริส รัฐมนตรีว่าการไอร์แลนด์เหนือ และผู้นำพรรคการเมืองต่างๆ เข้าเฝ้า โดยประธานสภาไอร์แลนด์เหนือจะนำกล่าวถวายความอาลัย จากนั้นสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และ พระมเหสีจะทรงร่วมพิธีสวดภาวนาที่วิหารเซนต์แอนน์ก่อนเสด็จกลับมายังกรุงลอนดอน
สำหรับหมายกำหนดการวันที่ 14 ก.ย. หีบพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ 2 จะเคลื่อนจากพระราชวังบักกิงแฮม ในเวลา 14.22 น. โดยขบวนรถม้าของกองทหาร ปืนใหญ่ กองทหารม้าจากพระราชวังบักกิงแฮม จะเคลื่อนพระบรมศพไปยังพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ผ่านเส้นทางใจกลางกรุงลอนดอน สวนควีนส์การ์เดนในเขตเบย์สวอเตอร์ ถนนเดอะมอลล์ ที่ทำการกองทหารม้าในเขตไวต์ฮอลล์ ถนนพาร์เลียเมนต์ จัตุรัสรัฐสภา และสวนนิวพาเลซยาร์ด ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ โดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จร่วมขบวนไปตลอดทาง ระหว่างนั้น กองทหารยิงปืนใหญ่สลุตที่สวนสาธารณะไฮด์ปาร์กและเจ้าพนักงานตีระฆังจากหอนาฬิกา พระราชวังเวสต์มินสเตอร์หอนาฬิกาบิ๊กเบน
เวลาราว 15.00 น.วันที่ 14 ก.ย. ขบวนเคลื่อนหีบพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ถึงเวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ และจะประดิษฐานบนแท่นสูง ซึ่งแต่ละมุมของแท่นประดิษฐานหีบพระบรมศพจะมี เจ้าหน้าที่ทหารประจำสำนักพระราชวัง ยืนถวายการอารักขาตลอด 24 ชั่วโมง เวลา 17.00 น. พระบรมวงศานุวงศ์ถวายสักการะต่อหีบพระบรมศพ
จากนั้นจึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะและไว้อาลัยแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โดยจะเปิดจนถึงเวลา 06.30 น. ของวันจันทร์ที่ 19 ก.ย. ก่อนจะจัดขบวนเชิญหีบพระบรมศพมายังมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เพื่อประกอบพระราชพิธีพระบรมศพ โดยรัฐบาล กำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการ คาดว่าประมุขและผู้นำประเทศจากทั่วโลก จะเดินทางมาร่วมพระราชพิธีซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นลง หีบพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 จะถูกเคลื่อนไปยังซุ้มประตูชัยเวลลิงตันหรือซุ้มเวลลิงตัน บริเวณสวน สาธารณะไฮด์ปาร์ก เพื่อเชิญขึ้นรถเคลื่อนพระบรมศพมุ่งหน้าไปยังพระราชวังวินด์เซอร์และประกอบพิธีฝังที่โบสถ์น้อยเซนต์จอร์จ ภายในปราสาทวินด์เซอร์ มณฑลบาร์กเชอร์
วันเดียวกัน เอพีรายงานว่า ทางการปาปัวนิวกินี ประเทศแถบโอเชียเนีย หนึ่งในสมาชิกชาติเครือจักรภพ ประกาศรับรองให้สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เป็นประมุขของรัฐแล้ว หลังการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้นด้านนอกอาคารรัฐสภาในกรุงพอร์ตมอร์สบี นายเจมส์ มาราเป นายกรัฐมนตรี และนายบ็อบ ดาเด ผู้ว่ากรุงพอร์ตมอร์สบี เป็นประธานร่วมกล่าวสุนทรพจน์แสดงความอาลัยต่อสมเด็จ พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และประกาศ ให้สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เป็นประมุข
รายงานระบุว่าปาปัวนิวกินีเป็น 1 ใน 5 ประเทศแถบเอเชียและแปซิฟิกที่มีประมุขแห่งรัฐพระองค์เดียวกับสหราชอาณาจักร เช่นเดียวกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หมู่เกาะโซโลมอน และหมู่เกาะตูวาลู นายมาลาเป กล่าวว่าพิธีนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระราชกรณียกิจ และคุณูปการซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ 2 ทรงดำรงพระองค์เป็นแบบอย่างมาโดยตลอดพระชนม์ชีพ และเพื่อเป็นประจักษ์พยานต่อการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทั้งนี้ นายมาลาเปและผู้นำชาติอื่นๆ มีกำหนดจะเดินทางเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ในวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งตรงกับวันประกาศเอกราชครบ 47 ปี ของปาปัวนิวกินีด้วย