มอบตัวแล้วหนุ่มหึงโหด มือสาดน้ำกรดสาวจนต้องหนีขอความช่วยเหลือร้านเสริมสวยย่านดอนเมือง โผล่พบตร.ปักธงชัย สารภาพทำเพราะรักอยู่กินกันมา 7 ปี มีลูก 3 คน แถมลูกติดฝ่ายหญิงอีก 1 รวมเป็น 4 อ้างรู้ทั้งรู้แอบนอกใจจนมีลูกกับคนอื่นยังเต็มใจรับเลี้ยง แต่ฝ่ายหญิงพยายามขอหย่าอย่างเดียว ขนาดอุ้มลูก 3 ขวบไปตามง้อยังไม่ใจอ่อนเลยสาดกรดใส่หน้าจนลูกถูกลูกหลงเจ็บไปด้วย

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ดอนเมือง ไปรับตัวนายสมประสงค์ นาดอน อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุสาดน้ำกรดหญิงสาวบริเวณใบหน้าจนต้องวิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือในร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง ย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ มีผู้นำคลิปจากกล้องวงจรปิดโพสต์ในโลกออนไลน์ หลังเข้ามอบตัวที่สภ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา นำกลับไปสอบสวนอย่างละเอียดที่สน.ดอนเมือง

พ.ต.อ.ชนัตถ์ กวีขาวฉลาด ผกก.สภ.ปักธงชัย เผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสมประสงค์เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปักธงชัย เบื้องต้นผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายภรรยา คือน.ส.ธนธรณ์ เผ่าจินดา 25 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสจริง พนักงานสอบสวนทำบันทึกรับมอบตัวและประสานให้ตำรวจ สน.ดอนเมือง มารับตัวไปดำเนินคดีดังกล่าว เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า รู้จักกับภรรยาเมื่อประมาณ 7 ปีก่อน ที่จ.ภูเก็ต ขณะทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ส่วนฝ่ายหญิงทำงานร้านเสริมสวย โดยฝ่ายหญิงมีลูกติดมาด้วย 1 คน และอยู่กินมีลูกด้วยกันอีก 3 คน ต่อมาพากันย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ

สาดกรดเมีย – ตำรวจสน.ดอนเมือง คุมตัวนายสมประสงค์ นาดอน อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาสาดกรดภรรยาจนบาดเจ็บสาหัส หลังก่อเหตุในกทม.แล้วหนีกลับบ้านต่างจังหวัดก่อนเข้ามอบตัวที่สภ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

นายสมประสงค์ให้การอ้างอีกว่า ต่อมา ทราบว่าฝ่ายหญิงไปมีคนอื่น และมีลูกกับชายคนอื่นอีก 1 คน พร้อมกับพยายามขอเลิกกับตน ก่อนเกิดเหตุไปขอคืนดีกับฝ่ายหญิง แม้ทำใจไม่ได้หลังจับได้ว่าเขามีชู้แอบไปๆ มาๆ หากันบ่อยๆ แต่ยังมีความผูกพันเพราะมีลูกด้วยกันถึง 3 คน จึงตามง้อโดยพาลูกไปหาด้วย แต่อีกฝ่ายไม่กลับมาคืนดี ตอนไปเคลียร์ฝ่ายหญิงบอกแค่ให้ไปหย่าอย่างเดียว ทำให้โมโหถึงขีดสุดจึงบันดาลโทสะ เอาน้ำกรดไปสาดใส่หวังระบายความโกรธ แต่ลูกอายุ 3 ขวบที่ไปด้วยโดนลูกหลงไปด้วย

“ก่อนไปผมเตรียมน้ำกรดมาอยู่แล้ว คิดอยู่หลายวันว่าจะทำหรือไม่ทำดี ถ้าเขาพูดให้กำลังใจให้เราอยู่ต่อโดยไม่มีเขาก็จะไม่ทำ แต่เขาพูดตัดขาดไม่เหลือเยื่อใย และเห็นเขามีชู้เลยรับไม่ได้ทำใจไม่ได้ รู้สึกเสียใจภายหลังและสงสารลูก เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องการเลี้ยงดูลูกเลย เงินเขาไม่เคยส่งให้ลูก แต่สิ่งที่ทำลงไปผมก็ใจร้อนด้วยไม่อยากให้สังคมนำไปทำแบบผม ถ้าทำไปผลมันก็จะออกมาเป็นแบบนี้ ตอนรับโทษจะฝากลูกไว้ให้พ่อแม่เลี้ยงไปก่อน หลังจากจากพ้นโทษออกมาแล้วก็จะขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปรับปรุงตัวเป็นคนใหม่ ในเมื่อมันพลาดไปแล้วก็ต้องยอมรับผลที่ทำ และจะไม่กลับไปหาผู้หญิงคนนี้อีกแล้วแล้ว เนื่องจากต้องการให้มันจบๆ ไป จะได้ไม่ต้องมาทรมานชีวิตอีก” นายสมประสงค์กล่าว

ด้านนางมาลี สรสิทธิ์ อายุ 50 ปี แม่ของนายสมประสงค์ เผยว่า ตั้งแต่ภรรยาของลูกชายคลอดลูกมาได้ 3 เดือน เขานำลูกมาให้เลี้ยงตั้งแต่คนแรกจึงบอกเขาไปว่า มีลูกพอได้แล้ว อย่าไปมีเยอะ เนื่องจากฐานะที่บ้านยากจน แต่เขาไม่ได้สนใจมีลูกมาเรื่อยๆ แล้วนำเด็กมาให้เลี้ยงตลอด จึงย้ายมาอยู่ที่ จ.นครราชสีมา มีแต่ปู่ซึ่งทำอาชีพเก็บของเก่าขาย ที่เป็นคนหาเลี้ยงเด็กตั้งแต่เด็กเกิดมา คนเป็นแม่ไม่เคยส่งเสียค่าเลี้ยงดูลูกมาให้สักบาท เพิ่งมาส่งให้แค่เดือนที่ผ่านมา 1,500 บาท เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา เขาไม่ได้ส่งเงินมาให้อีก ลูกชายจึงมาบอกว่า เขามีผู้ชายใหม่แล้วและจะขอเลิก

“หลังจากนั้นก็ลงมารับลูกชายวัย 3 ขวบของเขาไปด้วย เพราะคิดว่าฝ่ายหญิงจะกลับมา แต่อยู่ด้วยกันได้ไม่กี่วันก็เป็นเหมือนเดิม ฝ่ายลูกชายทำใจเลิกไม่ได้ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ตอนได้ยินข่าวลูกชายไปทำร้ายฝ่ายหญิงตกใจมากว่าจะมีใครช่วยดูแลเด็กทั้ง 5 คน เนื่องจากปู่ทำงานคนเดียว เป็นแค่ลูกจ้างเขาคอยรับซื้อของเก่า ถ้าเราเลี้ยงไม่ไหวก็อยากส่งให้มูลนิธิเด็กดูแลแทน และได้ปรึกษากับปู่ว่าให้ลูกมามอบตัวดีกว่า โทษหนักจะได้เป็นเบา ถ้าหนีโทษก็จะยิ่งหนักกว่าเดิม ถ้ารับโทษออกมาแล้วก็ค่อยมาอยู่กับลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ก็ยังไม่สาย” นางมาลีกล่าว

ต่อมาเวลา 15.40 น. เจ้าหน้าที่ฝ่าย สืบสวนคุมตัวนายสมประสงค์ถึงห้องฝ่ายปฏิบัติการสืบสวน สน.ดอนเมือง ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าได้วางแผนมาก่อนหรือไม่ และตั้งใจฆ่าลูกวัย 2 เดือนตามที่ฝ่ายหญิงอ้างหรือเปล่า เจ้าตัวไม่ตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น แต่เมื่อถามว่ารักฝ่ายหญิงมากเลยใช่หรือไม่ ผู้ต้องหาได้แต่พยักหน้า พร้อมยกมือไหว้ พูดสั้นๆ ว่า ขอโทษ ที่ทำไปเพราะไม่อยากให้เขามีคนอื่น รักเขา ผมอยากให้เขากลับมา เมื่อถามถึงเหตุผลที่ทำลงไป นายสมประสงค์ตอบว่า ไม่อยากให้เขามีคนอื่น ถ้าเขากลับมาก็พร้อมที่จะรับได้ จากนั้นตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาเข้าห้องสอบปากคำทันที

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส ส่วน จะเข้าข่ายเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นหรือไม่ ยังต้องรอดูผลการสอบปากคำ ผู้บาดเจ็บและผู้ก่อเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน