ศาลพิพากษาประหารชีวิตสถานเดียว แม่โหดวางยาลูก 2 คน ลูกเลี้ยง 4 ขวบดับ และลูกแท้ๆของตัวเองวัย 2 ขวบสาหัส ก่อนนำรูปโพสต์เฟซบุ๊กขอรับบริจาค เจ้าตัวรับสารภาพ เเต่ศาลไม่ลดโทษ ชี้เหตุรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ศาลอาญามีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ คม.38/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องน.ส.ณัฐติวรรณ หรือภัทธานิษฐ์ หรือนิษฐา หรือปุ๊ก จิตรำลึก หรือจิตลำลึก หรือวงวาล หรือวัฒนกุลทิตย์ หรือรักษ์กุลเจตน์ จำเลย ข้อหาค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ฯ จากการนำคนมาขอทาน เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตาย, พยายามฆ่าผู้อื่นฯ, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นฯ, ทำการขอทานฯ, ฉ้อโกงฯ, ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ชักจูงใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทาน

กรณีกล่าวหาว่า ระหว่างวันที่ 22 เม.ย.58 – 12 ส.ค.62 จำเลยซึ่งรับเด็กหญิง อายุ 4 ขวบเศษ (ผู้ตาย) จากมารดามาเลี้ยงอุปการะอยู่ในบ้านจำเลย ขณะรับเลี้ยงนั้นให้เด็กกลืนอาหารที่ผสมสารมีฤทธิ์กัดกร่อนต่อเนื่องกันหลายครั้ง เป็นเหตุให้เด็กมีอาการบาดเจ็บทางเดินอาหาร ความดันโลหิตสูงรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด จนต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลหลายครั้ง แล้วจำเลยนำภาพของเด็กขณะที่เจ็บป่วย ไปโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว เชิญชวนประชาชนเกิดความสงสารมาร่วมช่วยเหลือซื้อสินค้าต่างๆ และขอรับบริจาคค่ารักษาพยาบาล นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 10 ก.ย.60 – 18 พ.ค.63 จำเลยได้ทำให้บุตรของจำเลย ซึ่งเป็นเด็กชายอายุ 2 ขวบเศษ ผู้เสียหายที่ 1 บาดเจ็บสาหัส จากการกลืนกินอาหารที่มีสารฤทธิ์กัดกร่อนผสมอยู่ต่อเนื่องหลายครั้ง โดยจำเลยโพสต์ภาพเด็กขณะเจ็บป่วยเชิญชวนให้มีการบริจาคเช่นเดียวกัน ซึ่งมีผู้เสียหายที่ 2-6 เกิดความสงสารและได้ร่วมบริจาคผ่านบัญชีของจำเลย ระหว่างการพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพ

โดยศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (1)(2), 35, 52 วรรคสาม, 53/1 (1)(2) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 91, 289, 290, 342, 343 วรรคสอง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1)(2) พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26(5), 78 พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559 มาตรา 13 (2) วรรคหนึ่ง, 19

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานค้ามนุษย์โดยเป็นธุระจัดหาฯ จัดให้อยู่อาศัยหรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการนำคนมาขอทานหรือการอื่นที่คล้ายคลึงกัน อันเป็นการขูดรีดบุคคล ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัส, ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำการขอทานโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ชักจูงส่งเสริมยินยอมหรือกระทำ ด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานหรือกระทำผิดเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

ให้ลงโทษฐานค้ามนุษย์โดยเป็นธุระจัดหาฯ จัดให้อยู่อาศัยหรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการนำคนมาขอทานหรือการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคลไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ประหารชีวิต

ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกตลอดชีวิต ฐานฉ้อโกงโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน, ฐานฉ้อโกงโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายบท ให้ลงโทษฐานฉ้อโกงโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 กระทง กระทงละ 5 ปี รวมเป็นจำคุก 30 ปี

ส่วนที่จำเลยให้การรับสารภาพนั้นเพราะจำนนต่อหลักฐาน จึงไม่ลดโทษให้ โดยเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้ประหารชีวิตสถานเดียว ทั้งนี้เมื่อจำเลยต้องโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษที่โจทก์ขอบวกโทษมารวมเข้ากับคดีนี้ได้อีก และไม่นับโทษจำเลยต่อจากคดีที่โจทก์ขอ

โดยศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวน 31,600 บาท, 2,000 บาท, 3,800 บาท, 3,140 บาท, 2,400 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 2-6 ตามลำดับด้วย และให้ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน