กันน้ำย้อนกลับลาดกระบังจ่อ6แขวงภัยพิบัติ

ผอ.เขตลาดกระบังแจง ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กรณีใช้ถุงทรายอุดท่อ เป็นวิธีบล็อกน้ำท่วมขังถนนกันน้ำไหลย้อนกลับ เหตุสูบออกไม่ได้ แต่หลังน้ำลดลืมเอาออก ทำให้ท่อตัน น้ำท่วมขัง มอบรอง ผู้ว่าฯ ไปตรวจสอบเขตอื่นด้วย หวั่นเกิดปัญหาซ้ำรอย เชื่อไม่ได้วางยาผู้ว่าฯ จ่อประกาศให้ 6 แขวงของลาดกระบัง บ้านจม กว่าหมื่นหลัง เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย เจ้าพระยาเอ่อล้นท่วมบ้านริ่มตลิ่งเมืองอ่างทองซ้ำ ส่วนระยองยังหนัก กว่า 6 พันครัวเรือนยังจม ประกาศปิดอีก 4 โรงเรียน ป้องกันอันตราย ‘บิ๊กตู่’ รุดตรวจจุดท่วมวันนี้ ปภ.แจ้ง 30 จังหวัดเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก ท่วมขัง และน้ำล้นตลิ่ง ช่วง 17-20 ก.ย. ทั้งภาคเหนือ อีสาน และกลาง กำชับ 13 อ่างเก็บน้ำเสี่ยงล้นทะลัก น้ำเหนือไหลเข้าบ้านหมี่ ลพบุรี แล้ว ท่วมบ้านริมตลิ่งจมครึ่งเมตร

ระยองอ่วม – สภาพน้ำยังคงท่วมหนัก ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ประชาชนเดือดร้อนกว่า 6,000 หลังคาเรือน โรงเรียนประกาศปิดอีก 4 แห่ง จังหวัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย แจกอาหารและน้ำดื่ม เมื่อวันที่ 15 ก.ย.

ระยองยังจม6.5พันหลัง
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า สถานการณ์น้ำท่วมที่จ.ระยอง โดยนายประเสริฐ วงศ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา อ.เมือง จ.ระยอง กล่าวว่า ระดับเริ่มลดลงจากเดิมกว่า 2 เมตร แต่ยังมีน้ำท่วมสูงอยู่ที่ระดับ 1 เมตร ถึง 1.20 เมตร โดยยังมีพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด 8 หมู่บ้าน ของต.ทับมา จากการสำรวจเบื้องต้นมีจำนวนบ้านที่ถูกน้ำท่วม ประมาณ 6,530 หลังคาเรือน มีผู้ที่อพยพมายังศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่โรงเรียนบ้านทับมา จำนวนหลายพันคน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่บริการส่งอาหาร และรถรับส่งตลอด รวมถึงเรื่องการรักษาพยาบาล มีรถพยาบาลเคลื่อนที่อยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และโรงครัวพระราชทานฯ ที่ลานจอดรถห้างแม็คโคร ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม หากไม่มีฝนตกลงมาอีก ระดับน้ำก็คงจะลดระดับลงอัก เพราะมีเครื่องผลักดันน้ำทำงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อผลักดันน้ำลงสู่ทะเล

ด้านสถานศึกษาในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระยอง ได้ประกาศปิดการเรียนการสอนอีก 4 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนวัดเกาะกลอย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง และโรงเรียนเซนต์โยเซฟระยอง เนื่องจากการเดินทางที่ยากลำบาก โดยปิดไปก่อน จะมีการประเมินสถานการณ์เป็นรายวันว่าจะเปิดเรียนวันไหน

สำหรับถนนในพื้นที่อ.เมือง ยังมีน้ำท่วมอยู่ ประกอบด้วย ถ.จันทอุดม ต.ท่าประดู่ ถนนสาย ค 2 (หน้าโรงเรียนกวงฮั้ว) ถ.หนองมหาด (หลังห้างแม็กโคร) และบริเวณ แยกเกาะกลอย (หน้าวัดเกาะกลอย) ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ ส่วนถนนสาย 36 (ระยอง-ชลบุรี) น้ำได้ลดลงแล้ว รถวิ่งผ่านไปมาได้ตามปกติ

‘บิ๊กตู่’รุดช่วยพื้นที่ประสบภัย
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม มีกำหนดการเดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.ระยอง โดยเริ่มจากที่ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย (โรงเรียนเทศบาลทับมา) พื้นที่ต.ทับมา อ.เมือง พร้อมมอบสิ่งของให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยด้วย

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) เปิดเผยว่า พื้นที่ จ.ระยอง ที่มวลน้ำสูงขึ้นและทะลักเข้าเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้กองทัพเรือให้เสริมกำลังทหาร เครื่องมือช่าง เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ สนับสนุนหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ จัดทำแนวกั้นน้ำ และเร่งเปิดทางน้ำ ลดความเสียหายพื้นที่เขตเมือง พื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่อุตสาหกรรม อีอีซี

ส่วนสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศที่กำลังเกิดขึ้น กห.โดยทุกเหล่าทัพ ยังคงหนุนเนื่องสนับสนุนรัฐบาล เร่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่วิกฤตหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงลดความเสียหาย การดูแลประชาชนที่ยังคงอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังสูง โดยเฉพาะการเร่งเปิดทางน้ำและระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วม โดยระดมกำลังทหาร เครื่องจักรและเครื่องมือช่างจากทุกเหล่าทัพเข้าพื้นที่วิกฤต สนับสนุนเร่งกำจัดขยะและวัชพืชจำนวนมากที่ขวางทางน้ำและประตูระบายน้ำออก เพื่อให้การระบายน้ำลงแม่น้ำสายหลักได้เร็วและมากขึ้น รองรับสถานการณ์สภาพอากาศที่ยังผันแปร โดยเฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ที่ทุกเหล่าทัพยังคงสนับสนุน กทม.อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการช่วยเร่งเก็บสวะ เศษขยะ จากท่อและทางระบายที่อุดตัน เร่งสูบและผลันดันน้ำลงคลองสายหลัก รวมทั้งจัดยานพาหนะเสริมรับประชาชน จากจุดขนส่งสาธารณะเข้าพื้นที่พักอาศัย

6แขวงจ่อพื้นที่ประสบภัย
ที่ศาลาว่าการกทม. นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร แถลงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ว่า ขณะนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ น้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือแต่พื้นที่เขตลาดกระบัง กำลังเร่งระบายออกผ่านคลองแสนแสบ คลองพระโขนง และแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา หากฝนไม่ตกลงมาอีก คาดว่าไม่เกิน 7 วัน จะกลับเข้าสู่ปกติ โดยกทม. ได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย ทั้งทหารบก ทหารเรือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมชลประทาน ในการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำ กระสอบทรายและกำลังพลในการให้ความช่วยเหลือประชาชน ขณะที่คลองเปรมประชากร ระดับน้ำลบดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 0.78 ม. ซึ่งหากประชาชนจุดใดที่ยังไม่น้ำท่วมขังให้แจ้งสำนักงานเขตดอนเมือง เพื่อสูบน้ำออกลงคลองเปรมประชากรได้

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันเดียวกัน ยังไม่น่ากังวล โดยผ่านจุดวัดบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 2,638 ลบ.ม.ต่อวินาที และน้ำขึ้นสูงสุดที่จุดวัดปากคลองตลาด อยู่ที่ระดับ 1.38 ม.รทก. โดยแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมเจ้าพระยา รับได้ถึง 2.80 เมตร โดยได้สั่งการให้ 17 เขตริมแม่น้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังระดับน้ำ พร้อมจัดเตรียมกระสอบทรายไว้ตามแนวคัน ขณะที่จุดฟันหลอ ริมแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เพิ่มแนวกระสอบทราย เป็น 2.50 เมตร จากเดิม 2.25 เมตรแล้ว สำหรับช่องทางการช่วยเหลือประชาชน มี 2 ช่องทาง ได้แก่ สายด่วน 1555 และแอพพลิเคชั่นทราฟฟี่ฟองดูว์

ด้าน น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ปรับให้กทม.มีศูนย์กลางข้อมูล เพื่อสื่อสารกับประชาชนให้มากขึ้น ขณะเดียวกันสำนักการระบายน้ำ ได้ประสานกับกรมชลประทานอย่างใกล้ชิดและเต็มที่ เพื่อนำข้อมูลไปแจ้งสำนักงานเขต เพื่อให้สำนักงานเขต จัดเจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) และสำนักเทศกิจ (สนท.) ออกไปประจำจุดวิกฤตน้ำท่วม และจุดเสี่ยงต่างๆ ก่อนเกิดฝนตก พร้อมทั้งตั้งกองอำนวยการที่สำนักงานเขต 50 เขต และศูนย์บริหารจัดการข้อมูลสถานการณ์น้ำกรุงเทพมหานคร (วอลรูม) ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) เพื่อประสานงานและให้ความช่วยเหลือทุกด้าน ทั้งการจราจร การขนย้ายประชาชน แจกอาหาร ถุงยังชีพ ยารักษาโรค ดูแลผู้ป่วยติดเตียง การจัดตั้งศูนย์พักคอย สุขาเคลื่อนที่ ตลอดจนการเสริมความช่วยเหลือ โดยจัดทำสะพานไม้ และจัดทีมเข้าพื้นที่

ส่วนการให้ความช่วยเหลือประชาชน กทม.ได้ดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ทั้งการจัดถุงยังชีพ การจ่ายเงินเยียวยา โดยขณะนี้สำนักงานเขตที่ได้รับผลกระทบ กำลังสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลและภาพถ่าย นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในเขตลาดกระบัง ในบางแขวง ยืนยันว่าไม่ได้ประกาศให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก แต่เพื่อขอรับความช่วยเหลือและการสนับสนุนเพิ่มเติมจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อีกส่วนหนึ่ง โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาเดียวกันกับข้อบัญญัติของกทม.โดยแขวงที่จะประกาศ ประกอบด้วย 6 แขวง ได้แก่ แขวงลาดกระบัง แขวงคลองสองต้นนุ่น แขวงคลองสาม ประเวศ แขวงขุมทอง แขวงทับยาว และแขวงลำปลาทิว โดยได้สำรวจมีประชาชนได้รับความเสียหาย 10,300 หลังคาเรือน 20,767 คน พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหาย 1,322 ไร่ เป็นนาข้าว 800 ไร่ ไม้ผล-สวนผัก 22 ไร่ และบ่อปลา 500 ไร่

‘ชัชชาติ’แจงถุงทรายอุดท่อ
ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เมื่อวานที่ไปพบพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้รับความร่วมมืออย่างดี ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์น้ำในเขตลาดกระบัง วิกฤตที่สุด ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งระบายน้ำออกนอกพื้นที่ ซึ่งในโซนตะวันออก กรมชลประทาน รับผิดชอบระบายน้ำออกไปบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เพราะน้ำด้านนอกมันเยอะมาก ส่วนด้านใต้ ระบายน้ำออกผ่านคลองสำโรง ถ้าน้ำเยอะ ก็จะระบายออกยาก สุดท้ายต้องระบายมาแถวคลองประเวศ คลองพระโขนง ซึ่งระยะทางไกล กว่า 20 ก.ม. และมีเส้นทางคดเคี้ยว

ส่วนกรณีกระสอบทรายอุดท่อระบายน้ำในพื้นที่เขตลาดกระบังนั้น ได้สอบถามเขตแล้ว ซึ่งเขตชี้แจงว่าเป็นวิธีการบล็อกน้ำในถนน เพราะสูบออกไม่ได้ ต้องบล็อกกันน้ำไม่ให้ไหลย้อนกลับเข้ามา แต่ตนไม่เชื่อ จึงไปสอบถามที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดตามมาหลายครั้ง คือ บล็อกน้ำแล้วลืมเอาออก ทำให้ท่อตัน เมื่อประชาชนเห็นก็มีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ จึงพบว่ามีกระสอบทรายมาอุดท่อ ซึ่งคิดว่าอาจจะมีหลายพื้นที่ จึงมอบให้นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ไปตรวจสอบ เชื่อว่ากรณีดังกล่าว ไม่ได้เป็นการวางยา เพราะถ้าวางยาจริง ผอ.เขต ต้องโดนก่อน เรื่องพวกนี้มันปิดกันไม่ได้ ขอบคุณประชาชนที่แจ้ง อาจจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ดังนั้น จึงต้องปรับปรุงเรื่องการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานอื่นรับทราบด้วย

ส่วนการลอกท่อของกรมราชทัณฑ์ ขณะนี้งานชะลอ จึงต้องหารือกับรมว.ยุติธรรม ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับประชาชนพบว่าเส้นทางที่ลอกท่อไปแล้ว เช่น ลาดพร้าว การระบายน้ำดีขึ้น จริงๆ แล้วกรุงเทพฯ 80% น้ำไม่ท่วม มีท่วมเพียงบางจุด เพราะมีฝนตก 1,600 ม.ม. เท่าๆ กับค่าเฉลี่ยทั้งปี ซึ่งการแก้ปัญหาระยะสั้นทำให้ยาก เพราะมีปัญหาด้านกายภาพ เมื่อวานจึงเสนอแนวคิดทำทางด่วนน้ำ ซึ่งต้องมีแผนบูรณาการหลายจังหวัด จริงๆ แล้ว กรมชลประทาน มีแผนอยู่แล้ว ป่าสักอ่าวไทย เจ้าพระยาอ่าวไทย แต่เป็นโครงการระยะยาว ต้องเวนคืนที่ และมีปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งต้องใช้เวลานาน จึงต้องทำอุโมงค์น้ำ จากคลองลำปลาทิว ออกคลองร้อยคิว ระยะทางไม่เกิน 20 ก.ม. เพื่อตัดน้ำจากลาดกระบัง ฝั่งตะวันออก ลงอ่าวไทยได้ทันที โดยใช้เวลาไม่นานและสามารถแก้ปัญหาน้ำในฝั่งตะวันออก โดยไม่ต้องผ่านเข้ากรุงเทพฯ

ถกดร.เสรีป้องกทม.จมซ้ำ
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ปัจจุบันฟลัดเวย์ฝั่งตะวันออกใช้ไม่ได้แล้ว เพราะมีทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ และสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำ หากทำอุโมงค์ดังกล่าวสำเร็จ จะแก้ปัญหาน้ำท่วมและพัฒนาพื้นที่กรุงเทพฯ ในฝั่งตะวันออก ซึ่งจะเชื่อมต่อโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศด้วย

ส่วนความร่วมมือกับจังหวัดปริมณฑล จะนัดผู้ว่าฯ จังหวัดนั้นๆ หารือทีละจังหวัด และนัดรวมอีกครั้ง โดยกทม.จะเป็นเจ้าภาพเอง โดยจะหารือเรื่องน้ำ ซึ่งไม่กังวล เพราะกรมชลประทาน รับผิดชอบ แต่จะเน้นเรื่องฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เพราะหากพื้นที่รอบนอกมีการเผา จะส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ จะหารือกับนายเสรี ศุภราทิตย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในวันที่ 17 ก.ย. เพื่อรับฟังความเห็นและแนวคิดในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพฯ ในประเด็นกรุงเทพฯ จมบาดาลใน 30 ปี ซึ่งต้องเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ จะคิดว่าอีก 30 ปี ก็ตายก่อนแล้วไม่ได้ ถ้าไม่เริ่มก็จะไม่ได้ทำอะไร จึงต้องมีแผนปฏิบัติการ โดยกทม.จะนำร่อง เสนอรัฐบาลต่อไป

องอาจ-ควงดร.เอ้ช่วยดอนเมือง
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีต ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และประธานคณะกรรมการการศึกษาทันสมัยของพรรค ลง พื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในเขตดอนเมือง พร้อมนำข้าวสาร และไข่ไก่ไปมอบให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนด้วย

นายองอาจกล่าวว่า ได้ลงพื้นที่บริเวณชุมชนวัดดอนเมืองด้านเหนือริมคลองเปรมประชากร ที่ถูกน้ำจากคลองเปรมประชากรเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนในชุมชน ซึ่งเป็นบ้านเก่าอยู่ติดพื้น เมื่อฝนตกหนัก และน้ำในคลองขึ้นสูง น้ำจะล้นเข้ามาในบ้านที่อยู่ริมคลองรวดเร็วมาก ทำให้ไม่ทันตั้งตัว เก็บของไม่ทัน บางบ้านน้ำขึ้นมาเร็วถึงที่นอน ชาวบ้านจึงฝากร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตดอนเมืองเพื่อขอให้มีการแจ้งเตือนชาวบ้านที่อยู่ริมคลองเปรมประชากรให้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีน้ำเอ่อล้นเข้ามาในบ้านเมื่อไหร่ จะได้ยกของขึ้นที่สูงได้ทัน เพราะจากที่น้ำท่วมเมื่อ 7 วันที่ผ่านมา ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าจาก กทม. จึงไม่มีใครเตรียมตัวขนของขึ้นที่สูง ได้ทัน

นายองอาจกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ชาวบ้านขอให้ทาง กทม. เข้ามาช่วยทำทางเดินเท้าให้สูงขึ้นเหนือน้ำ เพื่อให้เดินออกจากซอยลึกมาถึงถนนใหญ่ได้สะดวกกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และควรเข้ามาปรับปรุงซอยให้เดินเข้าออกได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วย

ด้านสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน บริเวณหมู่ 6 ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 6 หลังคาเรือน โดยบางหลังถูกน้ำท่วมสูง 70 ซ.ม.

ขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมวลน้ำที่ไหลผ่านสถานีโทรมาตร C.7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง มีระดับน้ำสูง 7.68 เมตร จากระดับตลิ่ง 10 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,795 ลบ.ม.ต่อวินาที และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

น้ำเหนือบ่าถึงบ้านหมี่แล้ว
ส่วนสถานการณ์น้ำเหนือจากภาคเหนือตอนบน ได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน บริเวณหมู่ 5 บ้านสระมะเกลือ ต.หนองเมือง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ระดับน้ำสูง 50 ซ.ม. และกำลังจะไหลลงหมู่ 1 ซึ่งเคยถูกน้ำท่วมสูงทุกปี โดยทางหน่วยงานท้องถิ่นได้ประกาศให้ชาวบ้านได้คอยเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำตลอดเวลา และหากบ้านไหนที่เสี่ยงที่จะรับน้ำก็ให้เตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นไปอยู่เหนือน้ำเพื่อป้องกันความเสี่ยงถูกน้ำท่วม

นนท์ร้องเขื่อนทำน้ำทะลัก
ที่รัฐสภา นายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือ ทนายโป้ง ในฐานะทนายในพื้นที่ จ.นนทบุรี นำรายชื่อประชาชนชาวต.อ้อมเกร็ด และ ต.ท่าอิฐ หมู่ 1-4 อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เข้าร้องเรียนต่อ นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กรณีปัญหาเรื่องเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่กรมชลประทานสร้างไว้ ปี 2555 จากวัดใหญ่สว่างอารมณ์ จนถึงบริเวณวัดแสง ต.ท่าอิฐ ระยะทาง 5-6 ก.ม. แต่หลังจากที่น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 จากนั้นทุกปีน้ำกลับมุดใต้เขื่อนขึ้นมาท่วมบ้านเรือนเสียหาย และพื้นที่สวนเกษตร โดยช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย. ชาวบ้านต้องมานั่งกรอกทรายเพื่อกั้นน้ำ ซึ่งปีนี้ก็มีน้ำมากกว่าปกติ คล้ายกับปี 2554 จนทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีความกังวลต่อระดับน้ำที่อาจท่วมได้ทุกเมื่อ

ด้านนายอภิชาติกล่าวว่า จากนี้จะได้เชิญ ผู้บริหารของกรมชลประทานและตัวแทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาให้ข้อมูล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบการก่อสร้าง และการบำรุงรักษาเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาของกรมชลประทานแห่งนี้ หรือมีแนวทางจัดการแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืนอย่างไร

เลี่ยงแช่น้ำ-ห่วงป่วยโรคฉี่หู
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนนี้มีฝนตกหนัก ส่งผลให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม เกิดน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ รัฐบาลห่วงใยประชาชนอาจเจ็บป่วยด้วยโรคสำคัญที่มากับน้ำท่วมที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ โรคไข้ฉี่หนู หรือ Leptospirosis และโรคเมลิออยด์ (Melioidosis) หรือโรคไข้ดิน จึงขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากทั้งสองโรคดังกล่าว โดยช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ พบผู้ป่วยทั้งสองโรครวมแล้วกว่า 3,300 ราย

น้ำวังล้น – อาสากู้ภัยช่วยขนย้ายทรัพย์สินและเครื่องใช้ออกจากบ้านถูกน้ำท่วม หลังแม่น้ำวังล้นตลิ่งท่วมหลายชุมชนในต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง เนื่องจากเขื่อนกิ่วลมมีปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุดต้องเร่งระบาย เมื่อวันที่ 15 ก.ย.

แจ้ง30จว.เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง
ขณะที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้ติดตามสถานการณ์ปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่อง น้ำท่า และปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ประกอบกับ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้มีประกาศฉบับที่ 39/2565 แจ้งว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างวันที่ 17 – 20 ก.ย.ดังนี้

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก น้ำท่วมขัง ภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ (อ.เวียงแหง อมก๋อย) แพร่ (อ.ร้องกวาง) น่าน (อ.ปัว บ่อเกลือ) ลำปาง (อ.แจ้ห่ม เมือง เกาะคา) กำแพงเพชร (อ.คลองลาน) ตาก (อ.ท่าสองยาง แม่ระมาด แม่สอด พบพระ อุ้มผาง วังเจ้า เมือง) อุตรดิตถ์ (อ.ฟากท่า) พิษณุโลก (อ.ชาติตระการ นครไทย) และเพชรบูรณ์ (อ.หล่มสัก เมือง วิเชียรบุรี) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เลย (อ.วังสะพุง) บึงกาฬ (อ.โซ่พิสัย) ขอนแก่น (อ.หนองเรือ บ้านฝาง เมือง พระยืน มัญจาคีรี) กาฬสินธุ์ (อ.ยางตลาด) ชัยภูมิ (อ.คอนสาร หนองบัวแดง) อำนาจเจริญ (อ.เสนางคนิคม ชานุมาน) อุบลราชธานี (อ.เมือง ดอนมดแดง สว่างวีระวงศ์ พิบูลมังสาหาร เขมราฐ) ยโสธร (อ.มหาชนะชัย) นครราชสีมา (อ.โนนไทย โนนสูง เมือง) และศรีสะเกษ (อ.ราษีไศล) ภาคกลาง ได้แก่ กาญจนบุรี (อ.สังขละบุรี) ราชบุรี (อ.บ้านคา) เพชรบุรี (อ.หนองหญ้าปล้อง แก่งกระจาน) ประจวบคีรีขันธ์ (อ.หัวหิน) จันทบุรี (อ.นายายอาม ท่าใหม่ เมือง แหลมสิงห์ ขลุง) และตราด (อ.เขาสมิง แหลมงอบ เมือง คลองใหญ่ เกาะช้าง เกาะกูด)

พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่ง บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำชี แม่น้ำมูน แม่น้ำนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำระยอง แม่น้ำจันทบุรี และแม่น้ำตราด

จับตา13อ่างเก็บน้ำทะลัก
ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่มีปริมาตรน้ำสูงกว่าเกณฑ์ปฏิบัติการเก็บกักน้ำสูงสุด (Upper Rule Curve) 13 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมากิ่วลม และแม่มอก จ.ลำปาง อ่างเก็บน้ำทับเสลา จ.อุทัยธานี อ่างเก็บน้ำกระเสียว จ.สุพรรณบุรี อ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น อ่างเก็บน้ำลำตะคอง ลำพระเพลิง และมูนบน จ.นครราชสีมา อ่างเก็บน้ำคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง รวมทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีปริมาตรน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้นกระทบพื้นที่ด้านท้ายน้ำทั่วประเทศ

กอปภ.ก.จึงได้แจ้งให้ 30 จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า รวมถึงติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำพร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำ ระบายน้ำ และพร่องน้ำในพื้นที่ พร้อมทั้งให้จัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและชุดปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที หากมีแนวโน้มจะเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ให้จังหวัดดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด

เร่งระบาย15เขตกทม.ท่วมขัง
ส่วนผลกระทบจากร่องมรสุม ฝนตก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากน้ำท่วมขัง และน้ำล้นตลิ่ง ตั้งแต่วันที่ 4 – 15 ก.ย. ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน ลำปาง ตาก แม่ฮ่องสอน หนองบัวลำภู ขอนแก่น กาฬสินธุ์ เลย ปทุมธานี สมุทรปราการ ระยอง ชลบุรี และจันทบุรี รวม 30 อำเภอ 69 ตำบล 368 หมู่บ้าน

ขณะที่กรุงเทพฯ น้ำท่วมใน 15 เขต ได้แก่ เขตทุ่งครุ เขตสวนหลวง เขตบางนา เขตสะพานสูง เขตห้วยขวาง เขตดุสิต เขตลาดกระบัง เขตมีนบุรี เขตคลองสามวา เขตหลักสี่ เขตลาดพร้าว เขตดอนเมือง เขตสายไหม เขตบางเขน และเขตหนองจอก รวม 15 แขวง ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,089 ครัวเรือน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน