ถวายราชสดุดีและแสดงความอาลัย ‘สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2’ ในที่ประชุม เลขาธิการองค์การสหประชาชาติระบุทรงมีพระจริยวัตรมั่นพระทัยและทรงสร้างแรงบันดาลใจซึ่งเป็นจุดยึดเหนี่ยว ของความมั่นคงตลอดหลายทศวรรษของประวัติศาสตร์ที่วุ่นวาย อีกทั้งทรงเป็นนักการทูต ที่สมบูรณ์และใช้ทักษะในฐานะประมุขหญิงเชื่อมต่อกับผู้คนทุกระดับ

วันที่ 16 ก.ย. เอเอฟพีและบีบีซีรายงานบรรยากาศการถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ที่เวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ ภายในพระราชวังเวสต์มินสเตอร์หรืออาคารรัฐสภาในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่สองจากทั้งหมดสี่วันว่า ยังคงมีประชาชนจากทั่วสารทิศยังต่อแถวเข้าถวายความอาลัยอย่างเนืองแน่น โดยเมื่อเวลา 19.45 น. วันพฤหัสบดี ที่ 15 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ประชาชนยืน เรียงรายบนทางเดินฝั่งใต้ริมแม่น้ำเทมส์ เป็นระยะทางยาวกว่า 8 กิโลเมตร และใช้เวลาในการต่อแถวจนถึงเวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ ราว 9 ชั่วโมง ขณะที่โฆษกนางลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงว่าผู้นำหญิง มีความปลาบปลื้มใจที่ประชาชนพร้อมใจแสดงความอาลัยต่อสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 ที่สำคัญคือผู้เข้าร่วมถวาย สักการะมีความรับผิดชอบและแสดงออก ถึงการเคารพซึ่งกันและกันระหว่างรอต่อแถว

สำหรับกำหนดการในเวลา 11.15 น. สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีคามิลลา พระมเหสี จะเสด็จไปยังกรุงคาร์ดิฟฟ์ เมืองหลวงของเวลส์ เพื่อร่วมพิธีสวดภาวนาและถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่มหาวิหารแลนดัฟฟ์ จากนั้นเสด็จไปยังเซเนดด์หรือรัฐสภาแห่งเวลส์ ซึ่งสมาชิกสภาจะกล่าวถวายแสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ และจะพระราชทานให้นายมาร์ก เดรกฟอร์ด มุขมนตรีเวลส์ พร้อมด้วยนางอีลิน โจนส์ ประธานรัฐสภาเวลส์ เข้าเฝ้าที่ปราสาทคาร์ดิฟฟ์ และจะทรงร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อองค์กรการกุศลท้องถิ่นที่ปราสาทคาร์ดิฟฟ์ด้วย

ถวายอาลัย – ประชาชนจำนวนมากเข้าถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในเวสต์มินสเตอร์ ฮอลล์ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ขณะที่มีคนต่อแถวรอถวายความอาลัยเนืองแน่นตลอดทั้งคืน

ช่วงบ่าย สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระมเหสีเสด็จกลับมายังพระราชวังบักกิงแฮม ในกรุงลอนดอน เวลาราว 19.30 น. สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะเสด็จไปยังเวสต์มินสเตอร์ ฮอลล์ เพื่อประทับยืนถวายอารักขารอบหีบพระบรมศพตามราชประเพณี ร่วมกับเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี พระขนิษฐา และพระอนุชาทั้งสองพระองค์ ได้แก่ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเส็กซ์ โดยพิธีดังกล่าวจะใช้เวลา 15 นาที

ส่วนในวันที่ 19 ก.ย. หลังจากเสร็จสิ้น พระราชพิธีที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ในช่วงเช้า หีบพระบรมศพจะเคลื่อนไปยังปราสาท วินด์เซอร์ ทางด้านตะวันตกของกรุงลอนดอน ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระบรมวงศานุวงศ์จะทรงร่วมขบวนเชิญพระบรมศพ เสด็จพระราชดำเนินจากจัตุรัสในปราสาท วินด์เซอร์ไปยังโบสถ์น้อยเซนต์จอร์จ เพื่อประกอบพิธีฝังหีบพระบรมศพภายในโถงใต้ดินประดิษฐานพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 แห่งสหราชอาณาจักร พระราชบิดาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พร้อมด้วยหีบพระศพสมเด็จพระราชินี เอลิซาเบธ พระราชชนนี และพระอังคารของ เจ้าหญิงมาร์กาเร็ต เคาน์เตสแห่งสโนว์ดอน พระขนิษฐา โดยพระบรมศพสมเด็จ พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะเคียงข้างหีบพระศพเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระราชสวามี ซึ่งสิ้นพระชนม์และถูกฝัง ในโถงใต้ดินเมื่อปี 2564

ด้านเอ็ดเวิร์ด ฟิตซาแลน-โฮวาร์ด เอิร์ลมาร์แชลหรือดยุกแห่งนอร์ฟอล์ก ผู้รับผิดชอบดำเนินการเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เปิดเผยว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ 2 ทรงอยู่เหนือกาลเวลา เป้าหมายของ พระราชพิธีพระบรมศพซึ่งจะเกิดขึ้นในอีก ไม่กี่วันข้างหน้านี้ จะรวมผู้คนทั่วโลกและ ทุกศาสนาเข้าด้วยกัน สำหรับผู้นำระดับโลกที่ยืนยันว่าจะเดินทางมาร่วมพระราชพิธีพระบรมศพที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ได้แก่ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ผู้นำแคนาดา นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีส ผู้นำออสเตรเลีย และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส

นอกจากนี้ ยังมีราชวงศ์จากทั่วโลกที่จะเสด็จ ร่วมพระราชพิธี รวมถึงสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ จักรพรรดิญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ทางการอังกฤษไม่ได้ส่งเทียบเชิญไปยัง เมียนมา เบลารุส และรัสเซีย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียแถลงว่าการตัดสินใจ ไม่เชิญผู้นำหรือผู้แทนรัฐบาลรัสเซียเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ ถือเป็นการกระทำ ที่ผิดทำนองคลองธรรมและหมิ่นต่อความ ทรงจำขององค์พระราชินี

ขณะเดียวกัน เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชาย แห่งเวลส์ และแคตเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระชายา เสด็จเยือนพระตำหนักแซนดริงแฮม มณฑลนอร์ฟอล์ก และทอดพระเนตร ช่อดอกไม้จำนวนมากที่ประชาชนวางเรียงรายหน้ารั้วพระตำหนัก เพื่อแสดงความอาลัย ต่อการจากไปของสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 โดยทั้งสองพระองค์ทรงมี พระปฏิสันถารอย่างเป็นกันเองกับพสกนิกร ที่ยืนรอเข้าเฝ้าอย่างแน่นขนัด

จากคลิปรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์สกายนิวส์ เปิดเผยให้เห็นเจ้าชายวิลเลียมตรัสกับกลุ่มคนที่มารอรับพระองค์และพระชายาว่า ระหว่างทรงพระดำเนินตามขบวนเชิญหีบพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จากพระราชวังบักกิงแฮมไปยังเวสต์ มินสเตอร์ฮอลล์ เมื่อวันพุธที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับพระองค์ เพราะทำให้ความทรงจำหลายอย่างกลับมา “นี่เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่คุณคิดกับตัวเองว่าเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนี้แล้ว แต่ผมไม่ได้เตรียมตัวขนาดนั้น” เจ้าชายวิลเลียมตรัสถึงเมื่อครั้งที่พระองค์มีพระชันษา 15 ปี และต้องพระดำเนินร่วมขบวนเคลื่อนหีบพระศพเจ้าหญิง ไดอาน่า พระมารดา เมื่อเดือนก.ย.2540

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 ก.ย. นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวถวายราชสดุดีและแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ระหว่างการประชุมที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยระบุว่าสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีพระจริยวัตรมั่นพระทัยและทรงสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นจุดยึดเหนี่ยว ของความมั่นคงตลอดหลายทศวรรษของประวัติศาสตร์ที่วุ่นวาย

พระองค์ทรงเป็นนักการทูตที่สมบูรณ์ และบ่อยครั้งที่พระองค์ทรงใช้ทักษะทางการทูต ในฐานะประมุขหญิง “เป็นเวลาเจ็ดทศวรรษที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงก้าวข้ามบทบาทในการเชื่อมต่อกับผู้คนทุกระดับที่พระองค์ทรงพบปะมากที่สุด ทั้งผู้นำระดับโลกและคนธรรมดา ด้วยเหตุนี้ พระองค์ จึงเป็นหนึ่งในผู้นำโลกที่ทุกคนให้ความเคารพ นับถือและชื่นชอบมากที่สุดในยุคของเรา และการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธทิ้งช่องว่างที่ไม่สามารถเติมเต็มได้” นายกูเตร์เรสระบุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน