มูลค่า100ล.-ส่งขายไทย ดีเอสไอฮึ่มฟันเสี่ยนำเข้า

ลุยยึด 35 รถหรูมูลค่า 100 ล้าน ขโมยจากอังกฤษส่งขายในไทย ‘รมว.ยธ.-ดีเอสไอ’ แถลงผลงานประสานตำรวจลอนดอน อายัดได้แล้ว 26 คัน ฮึ่มฟันเจ้าของอีก 9 คันที่เหลือ จี้คืนของกลาง ‘สมศักดิ์’ขอบคุณ 26 เหยื่อ ด้านดีเอสไอพร้อมเป็นพยานฟ้องบริษัทขายรถเรียกเงินคืน

advertisement

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษ โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับคำร้องขอความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา (MLAT) จากหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติ ของสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ขอให้สืบสวนขบวนการโจรกรรมรถยนต์ราคาสูงจากประเทศอังกฤษ และนำเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย 35 คัน ราคาที่ประเทศอังกฤษประมาณ 2,400,000 ปอนด์สเตอร์ลิง เทียบเงินไทยมากกว่า 100 ล้านบาท หากนำเข้ามายังไทยราคาจะเพิ่มเป็น 3 เท่า

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ดีเอสไอเริ่มดำเนินการตั้งแต่ วันที่ 18 พ.ค. 2560 ปัจจุบันสามารถสืบสวนติดตามยึดรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมได้ 26 คัน ยังติดตามยึดไม่ได้ อีก 9 คัน ซึ่งข้อมูลที่อังกฤษส่งมาให้ทั้งหมดในปี 2564 ดังนั้นการทำงานในตรงนี้ไม่ได้ล่าช้า ดีเอสไอจะเร่งรัดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้ เพื่อดำเนินคดีกับตัวการและผู้ร่วมขบวนการทุกคน

“ขอขอบคุณผู้ซื้อและครอบครองรถยนต์ ทั้ง 26 คัน ที่ยอมรับข้อเท็จจริงและได้ยินยอมส่งมอบรถยนต์ให้พนักงานสอบสวน ยึดเป็นของกลางในคดี ขอเตือนบุคคลที่เป็นผู้ที่ครอบครองรถยนต์อีก 9 คัน ซึ่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ติดต่อประสานไปแล้ว แต่ยังไม่ยินยอมส่งมอบรถยนต์ให้ ท่านอาจจะตกเป็นผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีได้หากไม่ให้ความร่วมมือกับทางราชการ” นายสมศักดิ์กล่าว

ยึดรถหรู – นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แถลงผลงานยึดรถยนต์หรูจำนวน 26 คัน ที่ถูกขโมยจากประเทศอังกฤษ ลักลอบนำมาขายในประเทศไทย โดยสั่งการดีเอสไอเร่งติดตามอีก 9 คันที่เหลือ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.

นายไตรยฤทธิ์กล่าวว่า ระหว่างปี พ.ศ.2559-2560 หน่วยข่าวกรองอาชญากรรมยานยนต์แห่งชาติ สหราชอาณาจักร ร่วมกับตำรวจนครบาลลอนดอน ได้สืบสวนสอบสวนภายใต้ชื่อ “ปฏิบัติการไททาเนียม” (Operation Titanium) กรณีขบวนการโจรกรรมรถยนต์ราคาสูงส่งออกจากสหราชอาณาจักรแล้วนำเข้ามาในประเทศไทย และเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2561 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้อนุมัติให้เป็นคดีพิเศษ ที่ 78/2561

นายไตรยฤทธิ์กล่าต่อว่า สำหรับรถทั้งหมดต้องประสานอังกฤษ ว่าผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของรถจะรับคืนอย่างไร ในส่วนของโชว์รูม ผู้นำเข้าต้องดูที่เจตนาว่าได้ร่วมกระบวนการหรือไม่ ซึ่งดีเอสไอจะรีบดำเนินการทันที โดยกำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการ นอกจากนั้นได้ตั้งทีมสอบและทีมสืบแยกกันทำงานเพื่อความรวดเร็ว โดยดีเอสไอต้องการสร้างความเชื่อมั่น และท่านรัฐมนตรีได้กำชับต้องเร่งดำเนินการ เพราะเรื่องนี้กระทบภาพลักษณ์ของประเทศ

“ผู้ที่เป็นผู้ซื้อและครอบครองรถยนต์ ทั้ง 26 คัน สามารถใช้สิทธิตามกฎหมาย แพ่ง ฟ้องร้องผู้ที่จำหน่ายรถยนต์ให้ท่านได้ ดีเอสไอยินดีสนับสนุนพยานหลักฐานและเป็นพยานให้ท่าน ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ซื้อโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน” อธิบดีดีเอสไอกล่าว

ด้านพ.ต.ท.พะเยากล่าวว่า การดำเนินการของดีเอสไอนั้น เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2560 ได้นำหมายค้นไปตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด พบรถยนต์ที่มียี่ห้อ รุ่น สี และเลขตัวรถ ตรงตามบัญชีรถยนต์ของอังกฤษ จอดอยู่ที่โชว์รูม 2 แห่ง รวม 7 คัน จึงได้ยึดและอายัดไว้ จากนั้นได้รับแจ้งจากกรมศุลกากรว่ามีบริษัทรถยนต์จากประเทศอังกฤษ ประสานมาว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรม อยู่ในเขตปลอดอากร (Free Trade Zone) จึงเข้าตรวจสอบและยึดอายัด 6 คัน และเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2561 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ทางอังกฤษสืบสวนและส่งพยานเอกสารและหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ 35 คัน ที่ถูกโจรกรรมมาให้เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี จนกระทั่งวันที่ 13 ก.ย. 2564 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับเอกสารและพยานหลักฐานต่างๆ ของรถยนต์ทั้ง 35 คันจากอังกฤษ

พ.ต.ท.พะเยากล่าวอีกว่า จากข้อมูลทราบว่า กลุ่มคนไทยที่มีโชว์รูมจำหน่ายรถหรู ร่วมมือกับกลุ่มคนต่างชาติในอังกฤษ โดยเครือข่ายกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ติดต่อทำสัญญาเช่าซื้อหรือเช่ารถยนต์ ระยะสั้น แล้วนำไปส่งมอบให้กับเครือข่ายอีกกลุ่มหนึ่ง จัดทำเอกสารเท็จหรือปลอม อาทิ ใบตราส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ (Invoice) เพื่อตบตาศุลกากร จากนั้นรถยนต์จะถูกส่งออกจากอังกฤษทางเครื่องบินจากสนามบินฮีตโธรว์ ไปยังประเทศสิงคโปร์ แล้วขนส่งทางเรือจากประเทศสิงคโปร์เข้ามายังประเทศไทย

จากนั้นทั้งคณะได้ลงมาเดินดูรถของกลางที่ยึดได้ บริเวณหน้าอาคาร โดยยี่ห้อรถยนต์และรุ่นรถ อาทิ ลัมโบร์กินี ฮูราแคน สไปเดอร์, เฟอร์รารี่, BMW-M4, เบนซ์ AMG, นิสสัน GTR, ปอร์เช่ คาเยน, เรนโรเวอร์ สปอร์ต, มินิคูเปอร์, ฟอร์ด มัสแตง, เล็กซัส, อาวดี้ Q7, โฟล์กสวาเกน และฮอนด้า GT Type-R

วันเดียวกัน นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยา เสพติด (ป.ป.ส.) เผยเตรียมจัดงานขายทอดตลาดทรัพย์สินในคดียาเสพติดในวันที่ 22 ก.ย. 65 โดยจะเริ่มขายทอดตลาดตั้งแต่เวลา10.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) ประกอบไปด้วย ยานพาหนะ เช่น รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ รถยนต์หรูและซูเปอร์คาร์ เช่น ลัมโบร์กินี, เบนซ์ นาฬิกาแบรนด์ ปาเต็กฟิลิปป์,โรเล็กซ์, ริชาร์ดมิลล์ กระเป๋าแบรนด์เนม ชาเนล, คริสเตียนดิออร์, แอร์เมส เป็นต้น รวมทั้งทองรูปพรรณ เครื่องประดับ เสื้อกีฬาพร้อมลายเซ็นจากสโมสรฟุตบอลชั้นนำ และอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 419 รายการ

โดยทรัพย์ที่เป็นไฮไลต์ของการประมูล คือ รถซูเปอร์คาร์ ลัมโบร์กินี รุ่น Gallardo Lp 560-4 ปี 2013 เปิดประมูลเริ่มต้นที่ 8 ล้านบาท นาฬิการิชาร์ดมิลล์ ราคาเริ่มต้นที่ 4 ล้านบาท และตุ๊กตาหมีแบร์บริก รุ่น Peko Monchhichi ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 1 แสนบาท

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การดำเนินงานตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เน้นขยายผลทรัพย์สิน เพื่อให้ได้เครือข่ายผู้กระทำความผิด และตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติด ทำให้เราสามารถยึดทรัพย์ได้ตามเป้าหมาย 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินที่ยึดมาได้จะนำมาขายทอดตลาด และเงินที่ได้เราคืนกลับสู่ประเทศชาติและประชาชน อยากให้ทุกคนช่วยกันแจ้งเบาะแสยาเสพติดผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 โดยมูลค่าทรัพย์สินที่ขายทอดตลาด จะแบ่งให้กับผู้แจ้งเบาะแส 5% อีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน