‘สรรพากร’ระบุเป็นเงินได้บุคคลฟันย้อนหลังด้วย
คนถูกลอตเตอรี่ส่อต้องเสียภาษี หลังแพลตฟอร์มเอกชนโชว์มอบเงินสดรางวัลใหญ่นับสิบล้าน จูงใจคนซื้อ ชี้เข้าข่ายเป็นเงินได้ ไม่ใช่เงินรางวัล สรรพากรเร่งหาข้อสรุป เผยผู้ที่ถูกรางวัลที่ผ่านมาจะโดนเรียกเก็บย้อนหลังด้วย ด้านสำนักสลากชงบอร์ดถกพรุ่งนี้ เคาะขายหวย 2-3 ตัวงวดแรกภายใน ก.ย.2566 จ่ายรางวัลแข่งใต้ดิน 3 ตัวตรงขั้นต่ำบาทละ 200 ส่วน 3 ตัวโต๊ดบาทละ 100 สำหรับ 2 ตัวบาทละ 50 มีลุ้นแจ๊กพอต เล็งขึงเกณฑ์หย่าศึกตบหน้าตู้เอทีเอ็มแย่งซื้อ-จองหวย ย้ำทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันแน่นอน ส่วนสลากดิจิทัลเริ่ม ขายอืด จ่อเบรกพิมพ์เพิ่มไม่ถึงเป้า 20 ล้านใบ
เมื่อวันที่ 27 ก.ย. นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะโฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งในวันที่ 29 ก.ย.นี้มีวาระพิจารณาสำคัญ 3 เรื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ได้แก่ มาตรการระยะสั้น แก้ไขปัญหากรณีการทะเลาะเบาะแว้งของผู้มีสิทธิ์ซื้อ-จองสลากที่หน้าตู้เอทีเอ็ม พิจารณาแนวโน้มการเพิ่มสลากดิจิทัลเข้าสู่ระบบ โดยในงวดวันที่ 16 ต.ค.2565 จะมีสลากดิจิทัลขายรวม 14 ล้านใบ จากงวดปัจจุบันที่ 13 ล้านใบ นำเสนอผลรับฟังความเห็นประชาชนเกี่ยวกับประชาพิจารณ์ สลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลข 3 หลัก
ด้านพ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า การแก้ปัญหาให้ผู้มีสิทธิ์ซื้อ-จอง ที่มีข้อเสนอให้พิมพ์สลากเพิ่มให้เพียงพอ จากปัจจุบันที่พิมพ์อยู่ที่ 100 ล้านใบ เป็นการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด โดยการพิมพ์จำนวนสลากขาย ต้องคำนึงถึงผู้ซื้อเป็นหลัก ถ้าทำสลากมามากๆ จะเหลือ คนรับผิดชอบก็จะเป็นผู้ขาย ส่วนจะแก้ไขการแย่งกันของผู้ซื้อ-จองอย่างไรในวันที่ 29 ก.ย.นี้ จะได้ข้อสรุป โดยยืนยันว่า การแก้ปัญหาหน้าตู้เอทีเอ็ม จะใช้หลัก เท่าเทียม และเป็นธรรม เข้าถึงอย่างทั่วถึง
ส่วนการขายสลากดิจิทัล โดยตั้งเป้าปลายปี 2565 ที่ 20 ล้านฉบับ ก็ต้องมาพิจารณาความสมดุล ให้ตอบสนองกับผู้ซื้อเป็นหลัก ไม่ได้ยึดกรอบที่จำนวน หรือเพิ่มจำนวนสลากแล้วผู้ซื้อไม่ได้ปรับตัว โดยปัจจุบัน มีผู้ซื้อสลากดิจิทัลอยู่ราว 1.3 ล้านคน ต่องวด ขณะที่ซื้อสลากแบบใบมีมากกว่า 10 ล้านคน สะท้อนว่า คนก็ยังคุ้นเคยกับการซื้อแบบใบอยู่ การปรับจากซื้อเป็นใบมาเป็นดิจิทัล ต้องใช้เวลา ก็จะบ่งบอกว่าควรต้องเพิ่มสลากดิจิทัลถึงระดับไหน โดยในงวดวันที่ 16 ต.ค. มี 14 ล้านใบ คาดว่าจะขายได้ภายใน 10 วัน
พ.ท.หนุนกล่าวว่า ส่วนแนวทางสลากเลข 3 หลัก ในระยะยาวต้องมีผลิตภัณฑ์ใหม่ จากการประชาพิจารณ์ผลออกมาเชิงบวก ทั้งจากผู้ค้า ผู้ซื้อ และผู้มีส่วนได้เสีย หลังเข้าที่ประชุมคณะกรรมการในวันที่ 29 ก.ย.นี้ หากเห็นชอบ ตั้งแต่เดือน ต.ค.ก็จะเสนอตามสายงาน และเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี ให้ประกาศเป็นรูปแบบ ประเภทสลากแบบใหม่ได้ในช่วงต้นปี 2566 และคาดว่าจะสามารถขายงวดแรก ได้ก่อน หรือภายในเดือน ก.ย.2566
ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่าสำหรับรูปแบบการจ่ายเงินรางวัลเบื้องต้น ราคาจำหน่ายสลากคาดว่าจะอยู่ที่ใบละ 50 บาท จ่ายเงินรางวัลแบบผันแปรตามจำนวนผู้ซื้อ แต่จะอยู่ในกรอบกฎหมายสำนักงานสลาก ที่กำหนดให้จ่ายเงินรางวัล 60% ของยอดจำหน่าย โดยการซื้อสลาก 1 ใบ สามารถลุ้นได้ 4 รางวัล คือ 1.รางวัล 3 ตัวตรง คาดว่าจะจ่ายเงินรางวัลขั้นต่ำได้ที่ บาทละ 200 บาท 2.รางวัล 3 ตัวสลับหลัก หรือ 3 ตัวโต๊ด คาดว่าจะจ่ายเงินรางวัลขั้นต่ำได้ที่ บาทละ 100 บาท 3.รางวัล 2 ตัว คาดว่าจะจ่ายเงินรางวัลขั้นต่ำได้ที่ บาทละ 50 บาท และ 4.รางวัลแจ๊กพอต จ่ายเงินรางวัล 1% ของ 60% จากยอดขายสลากในแต่ละงวด
“การจ่ายเงินรางวัลสลากแบบเลข 3 ตัว โดยเฉพาะเลข 3 ตัวตรงต้องมีความจูงใจมากพอ จึงจะสามารถแข่งกับหวยใต้ดินได้ ซึ่งหวยใต้ดินจ่ายรางวัล 3 ตัวตรงที่บาทละ 500 บาท การกำหนดขั้นต่ำที่บาทละ 200 บาท คนซื้อมีสิทธิ์จะได้เงินรางวัลสูงกว่านั้น ถ้าหมายเลขที่ซื้อ มีจำนวนคนซื้อไม่สูงมาก แต่ถ้ามีคนซื้อเลขเดียวกันมากๆ จนถึงระดับที่ได้เงินรางวัลบาทละ 200 บาท ระบบก็จะมีการปิดการจำหน่ายชั่วคราว จนกว่าปริมาณการซื้อทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น จึงจะสามารถกลับมาแทงเลขดังกล่าวได้” พ.ท.หนุนกล่าว
รายงานข่าวจากกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากรอยู่ระหว่างพิจารณา กรณีที่แพลตฟอร์มขายสลากออนไลน์ของเอกชนหลายราย ใช้วิธีการทางการตลาด โดยนำเงินสดไปมอบให้ลูกค้าในกรณีที่ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนมาก เช่นรางวัลที่ 1 หลายใบ เงินรางวัลหลาย 10 ล้านบาท เพื่อจูงใจให้ลูกค้ามาซื้อสลาก โดยอ้างว่าไม่หักค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการตั้งข้อสังเกตว่า การนำเงินสดไปมอบให้ลูกค้าโดยตรง อาจเข้าข่าย เป็นเงินได้ ต้องนำมาคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีหรือไม่ ซึ่งต่างจากการนำสลากมาขึ้นเงินรางวัลเอง ที่จะเสียเฉพาะค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของเงินรางวัล เช่น รางวัลที่ 1 ที่ 6 ล้านบาท เสียอากรแสตมป์ 30,000 บาท แต่ประมวลรัษฎากร จะมีการยกเว้น ไม่ต้องมาเสียภาษีเงินได้อีก
รายงานข่าวระบุว่า หากพิจารณาแล้วว่า การรับเงินรางวัลในลักษณะดังกล่าว ต้องเสียภาษีเงินได้ ก็อาจจะมีผลย้อนหลังกับผู้ที่ได้รับเงินรางวัลจากแพลตฟอร์มเอกชนไปก่อนหน้านี้ รวมถึงผู้ที่ได้รับเงินรางวัลในปีนี้ทั้งหมด ต้องยื่นแบบคำนวณรายได้ เพื่อใช้เสียภาษี แต่กรมต้องไปดูให้ชัดเจนก่อนว่า วิธีการจ่ายเงินรางวัลของแพลตฟอร์มเอกชนให้กับลูกค้า ว่ามีรายละเอียดเป็นอย่างไร
รายงานข่าวจากสำนักงานสลากกินแบ่ง เปิดเผยว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์มเอกชน มีรายได้จากการขายสลากในหลายรูปแบบ เช่น การรับสลากจากรายย่อยมาขายในราคาต่ำ การคิดค่าบริการจากลูกค้า ซึ่งปัจจุบัน อยู่ที่ใบละ 27 บาท ทำให้ขายสลากให้ลูกค้าใบละไม่ต่ำกว่า 100 บาท และที่ผ่านมา แพลตฟอร์มเอกชนหลายราย ที่ใช้วิธีการมอบเงินสดให้ลูกค้า ในลักษณะทำการตลาด ว่ามีเงินจ่ายจริง รางวัลเต็มจำนวน และนำสลากใบจริงมาขึ้นรางวัล โดยเสียเฉพาะอากรแสตมป์เท่านั้น
ที่ผ่านมาแพลตฟอร์มเอกชนหลายรายใช้วิธีรับเงินรางวัล โดยแจ้งเป็นบุคคลธรรมดาไม่ใช่นิติบุคคล และไม่ชัดเจนว่าผู้ที่มารับเงินรางวัลเองนั้นเป็นเจ้าของสลากตัวจริงหรือไม่ จึงบอกไม่ได้ว่า สุดท้ายแล้วผู้รับเงินรางวัลตัวจริงต้องเสียภาษีหรือไม่ จึงขอเตือนให้ผู้ที่ซื้อสลากผ่านแพลตฟอร์มเอกชน หากถูกรางวัล ควรมาขึ้นเงินรางวัลด้วยตัวเอง