โขงเจียมอ่วมพายุเข้าจุดแรก‘ชัชชาติ’ระดม-พร่องคลอง
ป้องกันน้ำเหนือ-ทะเลหนุน‘เขื่อนเจ้าพระยา’เร่งระบาย

‘โนรู’ ถล่ม ‘โขงเจียม-อุบลฯ’ จุดแรก เข้าไทย ‘ชัชชาติ’ สั่งกทม. รับมือ 3 เด้ง มาพร้อมกันทั้งฝน-น้ำเหนือทะเลหนุน กทม.สั่งทุกเขตเตรียมพร้อม-ตั้ง 5 จุดแจกกระสอบทรายทั่วกรุง กรมทรัพยากร ธรณีเตือนดินถล่ม 43 จว. แนะวิธีอพยพปลอดภัย นักวิชาการชี้เป็นดีเปรสชันรุนแรงกว่าที่เคยเจอ รบ.โต้เขื่อนแตก ฝนถล่มอุบลฯ เครื่อง ‘บิ๊กป๊อก’ ลงไม่ได้ต้องวนไปแลนดิ้งพิษณุโลก เขื่อนอุบลรัตน์จ่อวิกฤตเร่งถกจัดการน้ำ โคราชแจ้งเตือนเขตเมือง ร.พ.มหาราชขอทหารช่วยเสริมกระสอบป้องท่วม

‘โนรู’ถล่มโขงเจียมจุดแรก
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 ก.ย. น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุฯ เตือน “พายุโนรู” ฉบับที่ 15 ระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. พายุโซนร้อน “โนรู” บริเวณแขวงสาละวัน ประเทศลาว มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 20 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกของ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดว่าพายุนี้จะเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง บริเวณ อ.โขงเจียม ในช่วงเย็นวันนี้ และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งให้ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ฤทธิ์โนรู – ภาพมุมสูงสภาพน้ำท่วมอ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เป็นบริเวณกว้าง หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุโนรูที่มุ่งหน้าเข้าประเทศไทยทางภาคอีสาน ทางจังหวัดต้องเตรียมแผนอพยพประชาชน เมื่อวันที่ 28 ก.ย.

อ่วมฝนเหนือยันใต้
จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ วันที่ 29 ก.ย. ภาคเหนือ : แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง น่าน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคตะวันออก : ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ : เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 30 ก.ย. ภาคเหนือ : แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร ชัยภูมิ และนครราชสีมา, ภาคกลาง : จนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคตะวันออก : ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ : เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 1 ต.ค. 65

เตือนดินถล่ม 43 จว.
นายสุวิทย์ โคสุวรรณ รองโฆษกกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ดินถล่มเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นโนรู พบพื้นที่ได้รับผลกระทบจากดินถล่มส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบเชิงเขา และชุมชนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทางน้ำตามร่องเขาที่มวลดินเคลื่อนที่ผ่าน คาดการณ์เนื่องจากอิทธิพลพายุไต้ฝุ่น “โนรู” พบว่าประเทศไทยมีพื้นที่เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากระหว่างวันที่ 28-30 ก.ย.

พื้นที่เฝ้าระวังธรณีพิบัติภัยดินถล่ม 43 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ นครราชสีมา ชัยภูมิ เลย หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู ขอนแก่น, ภาคเหนือ ได้แก่ จ.ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา แพร่ ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุทัยธานี นครสวรรค์, ภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด, ภาคกลาง ได้แก่ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี สระบุรี ลพบุรี นครนายก และภาคใต้ ได้แก่ จ.ระนอง พังงา ชุมพร

แนะวิธีอพยพปลอดภัย
ส่วนข้อควรระมัดระวังเกี่ยวกับสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยดินถล่มเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงที่จะอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม หลีกเลี่ยงการก่อสร้างที่กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินถล่ม หลีกเลี่ยงการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่บริเวณที่สูงชัน และที่ลาดเชิงเขาที่มีผลทำให้เสถียรภาพของลาดดินลดลง อาจส่งทำให้เกิดการเลื่อนไถลของชั้นดินและหินได้

นอกจากนี้ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยงภัย และลักษณะบ้านเรือนที่เสี่ยงภัยในชุมชน พร้อมทั้งร่วมกันจัดทำแผนเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยในชุมชน รวมถึงแผนอพยพหนีภัย ตลอดจนร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยดินถล่มของชุมชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสังเกตสิ่งบอกเหตุการณ์เกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก เช่น มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ระดับน้ำในทางน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สีของน้ำในทางน้ำเปลี่ยนเป็นสีดิน มีเสียงดังมาจากภูเขาเนื่องจากเกิดการถล่มบนภูเขา เป็นต้น พร้อมทั้งการติดตามข่าวสารสภาพอากาศ ประกาศแจ้งเตือนภัยดินถล่ม และข่าวประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติตนขณะเกิดเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่ม ควรอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยตามเส้นทางอพยพที่กำหนดไว้อย่างรวดเร็วและไม่ควรกังวลในการเก็บทรัพย์สิน ทั้งนี้ ข้อพึงระวังในช่วงการอพยพคือไม่ควรอพยพข้ามลำน้ำ เพราะอาจจะเกิดการชำรุดหรือพังลงมาของสะพานข้ามลำน้ำทำให้ถูกน้ำพัดพาไปได้ และระหว่างที่อพยพอย่าเข้าใกล้บริเวณดินถล่มและเส้นทางของดินถล่มโดยเด็ดขาด หากพลัดตกน้ำให้หาต้นไม้ใหญ่ยึดเกาะและปีนให้พื้นน้ำ ห้ามว่ายน้ำหนีเพราะอาจกระแทกกับเศษหิน ดิน ซากต้นไม้ ที่ลอยมากับน้ำได้ และไม่ควรเข้าใกล้หรือกลับเข้าไปในบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย เพราะอาจเกิดดินถล่มซ้ำได้

เขื่อนเจ้าพระยาระบายเพิ่ม
กรมชลประทาน โดยศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 ก.ย. ที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,363 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.91 เมตร แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ก่อนปริมาณน้ำนี้จะไหลไปรวมกับน้ำที่มาจากเเม่น้ำสะแกกรังผ่านสถานีวัดน้ำ Ct.19 จ.อุทัยธานี 231 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนพื้นที่ตอนล่างที่สถานีวัดน้ำ C.29A อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 2,738 ลบ.ม.ต่อวินาที

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พายุไต้ฝุ่น “โนรู” ทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ส่งผลปริมาณน้ำฝน น้ำท่า ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น กรมชลประทานได้ทยอยปรับการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราไม่เกิน 2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ของวันที่ 28 ก.ย. และเน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตาม 13 มาตรการ รับมือฤดูฝนปี 2565 ตามที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนดอย่างเคร่งครัด ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำจากทางหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ หรือโทร.สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมชลประทาน 1460

ชี้‘โนรู’รุนแรง
นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย ถึงเรื่องพายุโนรู ว่า ความเร็วจะมากกว่า 190 ก.ม.ต่อช.ม. ก่อนเข้าเวียดนาม 160 ก.ม.ต่อช.ม. แต่พอขึ้นบกเวียดนามกำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งเวียดนามไม่เคยเจอ และเราก็ไม่เคยเจอ เราจะรับมือกันอย่างไร เมื่อก่อนเราเจอมากกว่า 118 ก.ม.ต่อช.ม. แต่ไม่เคยเจอ 160 และ 190 เป็นเวรี่สตรอง

จากการศึกษาที่เกิดถึงระดับนี้ เพราะโลกร้อนขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้พายุทุกรูปแบบที่เกิดในทะเลแรงขึ้น 4-5 วันข้างหน้าจะเกิดพายุในทะเลจีนใต้เป็นหย่อมๆ แต่ไม่รู้จะรุนแรงแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ปีนี้เราเจอ ซูเปอร์ไต้ฝุ่นเป็นลูกที่ 3 แล้ว ทั้งนี้ในแต่ละปีจะเจอไม่มากคือไม่เกิน 3 ลูก แต่ความแรงจะมากขึ้นในอนาคตข้างหน้า

พายุโนรูรอบนี้จากการคาดการณ์ของศูนย์ฮ่องกงและญี่ปุ่น ว่า พอเข้าเวียดนามระหว่างรอยต่อพายุธรรมดากับไต้ฝุ่นมันจะแรงขึ้นแล้วค่อยอ่อน และเมื่อมาถึงเราก็จะเป็นรอยต่อ ภาคอีสานจะหนักสุด บ้านเรือนของราษฎรอาจมีปัญหาเรื่องหลังคาบ้านต้องระวัง การคาดการณ์ลมก็จะแรงด้วย เพราะพายุที่เข้ามาเมื่อเช้าเข้าอุบลราชธานีแล้ววิถีลม 200 ก.ม. เริ่มเข้ามาแล้ว ลมจะแรง ฝนจะแรง แต่หนักจริงๆ คือตีหนึ่งคืนนี้ ฝนหนักต่อเนื่องที่ภาคกลางและภาคเหนือ โดยใช้เวลา 3 วัน ถึงจะออกจากประเทศไทย น่าจะออกจากไทยวันที่ 1 ต.ค.

“อีสานกลางล่าง ตะวันออก กลางลุ่มเจ้าพระยากลางตอนบน เหนือตอนล่าง หลังหมดโนรูมีอีกลูกที่อันดามัน วันที่ 1-3 จะมีหย่อมในอันดามันและอ่าวไทยจะมาซ้ำเติมอีกรอบ กลางล่าง กทม.ปริมณฑลโดนแน่ ส่วนอีกชุดที่มาหลังจากนี้ไม่แน่ใจ การตั้งรับมีการตั้งรับศูนย์อำนวยการส่วนหน้าแล้ว ในพื้นที่ซึ่งดี เพราะเป็นการรับมือในพื้นที่ แต่ต้องบูรณาการให้ดีเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ” นายเสรีกล่าว

รบ.โต้เขื่อนแตก
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุโนรู” ทำให้มีการเผยแพร่ข้อมูลมีเขื่อนแตกหรือไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อีกแล้ว ผ่านสื่อโซเชี่ยลจนเกิดความเข้าใจผิด ขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลข่าวสารการแจ้งเตือนและความเคลื่อนไหวของสถานการณ์จากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด จากรายงานสถานการณ์น้ำของกรมชลประทาน พบว่า สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง 447 แห่ง มีปริมาตรน้ำในอ่าง 55,078 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 72 ปริมาตรน้ำในอ่าง เทียบกับปี 2564 มากกว่าปี 2564 จำนวน 5,935 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 1,156.63 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย 462.06 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 21,030 ล้าน ลบ.ม.

น.ส.รัชดากล่าวว่า อ่างเก็บน้ำทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ในประเทศไทยยังสามารถรับน้ำได้ ขอให้เชื่อมั่นต่อแผนรับน้ำ และการระบายน้ำของรัฐบาล ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์พายุโนรูอยู่ตลอดเวลา โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จัดประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ติดตามสถานการณ์เตรียมการรับมือและพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผล กระทบจากการเคลื่อนตัวของพายุโนรู

‘ชัชชาติ’พร้อมรับมือ‘โนรู’
ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เผยถึงแผนรับมือพายุโนรูในพื้นที่กทม. ว่า ภาคอีสาน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน น่าจะวิกฤตเพราะอยู่ในเส้นทางโดยตรง กทม.คงโดนหางพายุ ที่ผ่านมาร่องความกดอากาศต่ำทำให้ กทม.ฝนตกเยอะ ปริมาณฝนอาจจะเยอะกว่าพายุโนรู ข้อดีคือทำให้เห็นจุดอ่อนของพื้นที่ ซึ่งได้ปรับปรุงและเตรียมรอรับพายุโนรูไว้แล้ว

สิ่งที่ต้องระวังคือน้ำที่ไหลจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่อาจจะรับน้ำจากพายุปล่อยต่ำมาทางคลองด้านใต้ไหลมาถึงฝั่งตะวันออกของ กทม. เขื่อนเจ้าพระยาอาจปล่อยน้ำเข้าทุ่งมากขึ้น หากปล่อยมาในช่วงน้ำหนุนคงต้องระวังเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อเสริมกระสอบทรายในจุดอ่อนแอ พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง คือ โซนตะวันออกของ กทม. ตั้งแต่เขตมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง สะพานสูง และสวนหลวง โซนเหนือในเขตดอนเมือง และบางเขน โซนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตสัมพันธวงศ์ และป้อมปราบศัตรูพ่าย สำหรับกระสอบทราย 2,500,000 ใบที่ กทม.สั่งมาจะกระจายไปในจุดเสี่ยง โดยเฉพาะโซนตะวันออกของ กทม.และริมแม่น้ำเจ้าพระยา คงต้องให้กรอกทรายเข้ากระสอบใกล้กับจุดเสี่ยง จะได้ไม่ต้องขนย้ายมาก

ส่วนเกณฑ์การเยียวยาผู้ประสบภัยในเขตลาดกระบังที่ประชาชนสะท้อนว่า เกณฑ์อาจจะเยอะเกินไป นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้กันทั่วประเทศ ให้ตามอำเภอใจไม่ได้ ผู้อำนวยการเขตต้องสำรวจผู้ประสบภัย ก่อนส่งรายละเอียดให้กรมป้องกันบรรเทาและสาธารณภัย (ปภ.) คงต้องสอบถามว่าติดปัญหาอะไรหรือไม่ การปรับเกณฑ์คงไม่ง่าย ส่วนหลักเกณฑ์การเยียวยาของ กทม. ได้มอบหมายให้ น.ส. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ดูแลเรื่องนี้ ต้องทำให้ละเอียด เพราะมีความเสียหาย และเงินช่วยเหลือก็เป็นภาษีประชาชน

แจกกระสอบทราย 5 จุด
นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือพายุโนรู ว่า ได้สั่งการสำนักการระบายน้ำ และสำนักงานเขต ทั้ง 50 เขต ดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไข และให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ดังนี้ 1. สำนักการระบายน้ำเร่งพร่องน้ำในคลองสายหลัก แก้มลิง water bank พร้อมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และสนับสนุนเขตที่มีปัญหา รวมทั้งประสานการไฟฟ้านครหลวง รถโมบายแก้ไขกรณีสถานีสูบน้ำ บ่อสูบน้ำ ไฟฟ้าดับ ตลอดจนติดตามสถานการณ์กลุ่มฝนแจ้งเตือนประชาชน และสำนักงานเขต ขณะเดียวกันให้ตรวจสอบงานก่อสร้างต่างๆ ไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ป้องกันท่อระบายน้ำอุดตัน

2. สำนักงานเขต จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้กับประชาชน รวมทั้งประสานขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ หากจำเป็น เช่น สำนักการระบายน้ำ ทหาร เป็นต้น พร้อมติดตามสถานการณ์จากสำนักการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่จุดอ่อนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที ขณะเดียวกันจัดเตรียมศูนย์อพยพในแต่ละสำนักงานเขต

ด้าน นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ขณะนี้กทม.กำลังเร่งบรรจุกระสอบทรายเพื่อนำไปใช้ในการป้องกันน้ำท่วม โดยหน่วยงาน องค์กร หรือประชาชนที่มีจิตอาสาประสงค์จะร่วมบรรจุกระสอบทราย สามารถไปยังจุดที่สะดวก ได้แก่ จุดที่ 1 ศูนย์กีฬาบึงหนองบอน เขตประเวศ จุดที่ 2 ใต้สะพานรัชวิภา เขตจตุจักร จุดที่ 3 ใต้สะพานสาทร เขตสาทร จุดที่ 4 ใต้สะพานพุทธมณฑลสาย 1 เขตตลิ่งชัน และจุดที่ 5 ใต้สะพานต่างระดับเพชรเกษม-บางแค เขตบางแค ติดต่อแจ้งความประสงค์ร่วมบรรจุกระสอบทรายได้ที่ ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. โทร. 0-2248-5115

เครื่อง‘บิ๊กป๊อก’ลงอุบลไม่ได้
สถานการณ์ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จุดแรกที่พายุโนรูจะเข้าสู่ประเทศไทย มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา สภาพอากาศแปรปรวนส่งผลให้เครื่องบินโดยสารพบสภาพอากาศปิดไม่สามารถลง ต้องบินกลับกรุงเทพฯ ทำให้มีผู้โดยสารขาออกจากจังหวัดอุบลราชธานีไปกรุงเทพฯ ประมาณ 100 คนเศษติดค้างที่สนามบินอุบลราชธานี รวมถึงครื่องบินกองทัพอากาศ ที่พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จากสนามบินดอนเมือง มาติดตามการรับมือพายุโนรูที่สำนักงานชลประทานที่ 7 และตรวจความพร้อมเครื่องจักรกลใช้รับมือพายุในพื้นที่ อ.เมืองอุบลราชธานี ไม่สามารถบินมาลงได้ต้องเปลี่ยนไปลงที่สนามบินขอนแก่น แต่ได้รับแจ้งทางจังหวัดขอนแก่นมีฝนตกและไม่มีท่าทีจะหยุดทำให้ต้องบินไปลงที่ จ.พิษณุโลกแทน

นายมนตรี สีหมงคลสกุล ผอ.โครงการชลประทานจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานได้ลดลงเหลือ 102% จากการที่ได้มีการเร่งระบายน้ำในตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำฝนเช้าอยู่ที่ 14 มิลลิลิตร และจากอิทธิพลของพายุโนรูที่คาดการณ์จะทำให้มีฝนสะสมถึง 100 มิลลิลิตร และจะส่งผลให้น้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นถึง 106% แต่ยังคงไม่น่าเป็นห่วงเนื่องจากจุดวิกฤตอยู่ที่ 115% และทางเจ้าหน้าที่มีแผนการเตรียมรับมือจากอิทธิพลของพายุโนรูในครั้งนี้

เขื่อนอุบลรัตน์จ่อวิกฤต
นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานเขต 6 จ.ขอนแก่น กล่าวว่าขณะนี้น้ำในแม่น้ำชีที่ไหลผ่านบริเวณบ้านกุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น มีระดับน้ำล้นตลิ่งประมาณ 30 ซ.ม. และเอ่อท่วมพื้นที่โดยรอบ เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 50 เครื่อง อยู่ที่เขื่อนร้อยเอ็ด 30 เครื่อง บริเวณลำน้ำยัง อ.เสลภูมิ 10 เครื่อง และเตรียมติดตั้งที่จ.ชัยภูมิ อีก 10 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำโดยเร็วที่สุด

ส่วนการเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมในตัวเมืองขอนแก่น ชลประทานติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่บริเวณประตูระบายน้ำดี 8 บ้านพระคือ เพิ่มอีก 22 เครื่อง จากเดิม 20 เครื่อง รวมเป็น 42 เครื่อง เร่งสูบน้ำลงสู่แม่น้ำชี แต่อุปสรรคสำคัญคือการระบายน้ำไปให้ถึงห้วยพระคือให้เร็วที่สุด รวมทั้งการปักธงแดงเตือนภัยสูงสุด เพราะขณะนี้น้ำล้นตลิ่งแล้ว ทั้งที่ อ.บ้านค่าย จ.ชัยภูมิ, บ้านกุดกว้าง ขอนแก่น ท้ายฝายหนองหวาย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเขื่อนอุบลรัตน์ วันนี้จะมีคณะกรรมการประชุมในประเด็นการระบายน้ำ จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำอย่างแน่นอน ทำให้ขณะนี้สถานการณ์ในแม่น้ำชีคือต้องเฝ้าระวังสูงสุด

รายงานแจ้งว่า คณะกรรมการลุ่มน้ำชีจะประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำชีตลอดสาย หลังพบน้ำในลำน้ำส่วนใหญ่เอ่อล้นตลิ่งและมีรายงานว่ามีแนวโน้มเพิ่ม การระบายน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้ระดับน้ำอยู่ที่ประมาณร้อยละ 80 ของความจุอ่างแล้ว

วัดศรีสะเกษจม 2 เมตร
บริเวณสะพานท่าเรือ ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ สะพานเชื่อมถนนสายศรีสะเกษไปยัง อ.ยางชุมน้อย นายฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเอาธงแดงมาติดตั้งกลางสะพานเตือนให้ประชาชนที่อยู่ติดลำห้วยสำราญให้อพยพไปอยู่ที่ปลอดภัย ล่าสุดน้ำจากลำห้วยสำราญที่ไหลเชี่ยวกราก ได้ท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่บริเวณสะพานหลายสิบหลัง โดยน้ำได้ซัดคอสะพานด้านทางออกจากตัวเมืองศรีสะเกษทำให้คอสะพานทรุด ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนแล้ว

ที่วัดป่าพิมลมังคลาราม ต.ทุ่งไชย อ.อุทุมพรพิสัย ที่อยู่ติดกับลำห้วยสำราญ น้ำทะลักเข้าไปท่วมบริเวณวัด กุฏิพระจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด พระสงฆ์ต้องพากันเก็บเครื่องอัฐบริขารไปไว้บนศาลาวัดกันอย่างโกลาหล และต้องจำวัดอยู่บนชั้น 2 ของศาลาวัด ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 2 เมตร ทำให้พระสงฆ์ที่มีอยู่จำนวน 10 รูป ได้รับความเดือดร้อนมาก เนื่องจากว่าไม่สามารถที่จะออกไปบิณฑบาตได้ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ และนางมัลลิกา พุฒิชาติ นายกเหล่ากาชาดศรีสะเกษ สั่งเจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือแล้ว

‘กว๊านพะเยา’ล้นแล้ว
ส่วนสถานการณ์ที่ อ.สามเงา จ.ตาก ปะทุความรุนแรงอีกครั้งเป็นครั้งบที่ 3 ในรอบเดือนนี้ เนื่องจาก ฝนที่ตกหนักส่งผลให้น้ำในแม่น้ำวังที่ไหลมาจาก จ.ลำปาง เพิ่มปริมาณสูงขึ้น ไหลเข้าสู่ พื้นที่ ต.ยกกระบัตร, ต.วังจันทร์ และต.วังหมัน อ.สามเงา จ.ตาก เอ่อล้นตลิ่ง แนวคันดิน และกระสอบทราย ที่นำมาเรียงเสริมไว้ในพื้นที่ลุ่มน้ำริมแม่น้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ ม.12 ต.ยกกระบัตร แม่น้ำวังเอ่อล้นตลิ่งข้ามถนนและกัดเซาะดินฐานรากของรั้วโรงเรียนชุมชนบ้านแม่ระวานสองแคว พังถล่มตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ไหลเข้าท่วมโรงเรียน และชุมชน รวมถึงพื้นที่การเกษตรได้รับความความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง

นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ ผวจ.พะเยา ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย เมือง, ดอกคำใต้, ภูกามยาว, จุน และเชียงคำ ที่อยู่บริเวณท้ายน้ำแม่น้ำอิงที่ไหลออกจากกว๊านพะเยา ให้เฝ้าระวังน้ำล้นทะลักตลิ่งและให้เก็บของขึ้นที่สูง หลังปริมาณน้ำกว๊านพะเยาเกินการกักเก็บส่งผลให้ชลประทานพะเยาต้องเร่งระบายน้ำออกเฉลี่ยวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของน้ำกว๊านพะเยาหนุนเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบบริเวณด้านบนของกว๊านพะเยาที่ถูก น้ำท่วมขังมาเป็นระยะเวลานับหนึ่งเดือน โดยในขณะนี้ปริมาณน้ำในกว๊านพะเยาอยู่ที่ 59.099 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะกว๊านพะเยา มีปริมาณการกักเก็บเพียง 55.650 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณกว๊านพะเยาเต็มความจุและเริ่มปริ่มระดับขอบถนน

ร.พ.มหาราชเร่งป้องท่วม
เทศบาลนครนครราชสีมาปรับเปลี่ยนสีธงแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมจากสีเขียวเป็นสีน้ำเงินคือ จากสภาวะปกติเป็นสภาวะเฝ้าระวังทั้ง 5 จุด ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ตั้งแต่บริเวณสะพานชุมชนมิตรภาพซอย 4 บริเวณสะพานหน้าหมู่บ้านวีไอพี, ชุมชนทุ่งสว่างศาลาลอย, สะพาน ถ.สุรนารายณ์ และสะพาน ร.พ.มหาราช หลังจากน้ำในลำตะคองมี แนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ประกอบกับมีมวลน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำตะคองที่เร่งระบายออกมาเพื่อรองรับน้ำฝนจากพายุโนรูที่เตรียมจะเข้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ขณะที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ภายหลังจากมีการประชุมวางแผนรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม ทางโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาประสานขอความร่วมมือไปยังมณฑลทหารบกที่ 21 นำกำลังทหารกว่า 50 นายมาช่วยขนสิ่งของและเอกสารสำคัญนำไปไว้ยังที่ปลอดภัย พร้อมกับเร่งกรอกกระสอบทรายและกันพื้นที่บางส่วนบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลเพื่อนำกระสอบทรายมาวางเป็นแนวกั้นน้ำเพื่อป้องกันพื้นที่เสี่ยงที่น้ำจะเอ่อไหลเข้าท่วม

บริเวณหมู่ที่ 5-6 ต.โผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ระดับน้ำในคลองโผงเผงได้เอ่อล้นกระสอบทรายที่ชาวบ้านได้วางป้องกันน้ำจากคลองโผงเผงได้ไหลทะลักข้ามแนวป้องกันเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ที่อยู่ติดริมคลองโผงเผงอย่างต่อเนื่องและขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านบอกว่าเมื่อเช้าที่ผ่านมาน้ำได้ซึมข้ามกระสอบทรายบางจุดและขยายวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวป้องกันไม่สามารถป้องกันน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ จึงไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในบริเวณที่ต่ำก่อนขยายเพิ่มไปยังพื้นที่สูง

‘โนรู’ถล่ม – สภาพถนนชยางกูร หน้าร.พ.อำนาจเจริญ น้ำท่วมสูงสร้างความยากลำบากในการสัญจร หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยอำนาจเจริญเป็นจังหวัดแรกที่พายุโนรูเคลื่อนจากเวียดนาม-ลาวเข้าสู่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ก.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน