ดีเอสไอออกหมายเรียกดาราชื่อย่ออักษร ‘ป.’ เป็นครั้งที่ 2 ชี้ถ้าไม่มาพบกับพนักงานสอบสวนอีก เจอออกหมายจับแน่ขณะเดียวกันออกหมายเรียก 6 ผู้ต้องหาคดีฟอเร็กซ์-3ดีให้มารับทราบข้อหาในวันที่ 11-12 ต.ค.นี้ด้วย ส่วน ‘ดีเจแมน-ใบเตย’ สองผัวเมียขอเลื่อนยื่นหลักฐานเป็นวันที่ 17 ต.ค. เผยขณะนี้ยังไม่พบ ‘เบิ้ล ปทุมราช’ มีความเชื่อมโยงทางการเงินกับกลุ่มแชร์นี้
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ก.ย. นาย ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ แถลงความคืบหน้าคดีฟอเร็กซ์-3 ดี แถลงผลการประชุมเพื่อพิจารณาพยาน หลักฐาน ก่อนที่จะมีมติให้ออกหมายเรียก ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีการฉ้อโกง หลอกให้ร่วมลงทุนเงินตราต่างประเทศ ฟอเร็กซ์-3 ดี ซึ่งผู้ต้องหาในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ 3 ที่ดีเอสไอได้ดำเนินคดีตามคำแนะนำของอัยการ
สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายเรียกในวันนี้มีเพิ่มอีก 6 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาชุดสุดท้ายในกลุ่มที่ 3 ก่อนหน้านี้นายพัฒนพล มินทะขิน หรือดีเจแมน และน.ส.สุธีวัน หรือใบเตย ทวีสิน และอีก 2 แม่ลูก รวม 4 คน ที่ได้มารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งขอยื่นเอกสารเพิ่มเติมในวันที่ 30 ก.ย.นี้ จากนั้นในวันที่ 21 ก.ย. พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกเพิ่มอีก 6 คน ส่วนวันเดียวกันนี้เตรียมพิจารณาออกหมายเรียกเพิ่มอีก 6 คน ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งก็จะครบ 16 คน ของผู้ต้องหาชุดนี้
อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้ข้อมูลครบถ้วนที่จะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในชุดที่ 3 จำนวน 16 คนนี้ โดยจะเรียกมาพบในช่วงวันที่ 5 ต.ค. และในกลุ่มสุดท้ายจะเรียกมาในวันที่ 11-12 ต.ค.นี้ ส่วนดีเจแมนและใบเตยที่เข้าพบพนักงานสอบสวนไปแล้ว ขอขยายเวลายื่นเอกสารพยานหลักฐานเพิ่มเติมเป็นวันที่ 17 ต.ค.นี้ สำหรับผู้ต้องหากลุ่มสุดท้ายนี้ ก็จะให้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อนำหลักฐานมาชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ ทั้งเรื่องเส้นทางการเงิน, ความสัมพันธ์กับนายอภิรักษ์ โกฎธิ หรือกลุ่มผู้บริหาร, ภาพถ่าย หรือข้อความที่มีความเกี่ยวข้องกับคดี
ขณะที่ ร.ต.อ.วิษณุกล่าวว่า ผู้ต้องหาในกลุ่ม 6 คนสุดท้ายนี้ มีความเชื่อมโยงกับ ผู้บริหารของฟอเร็กซ์-3 ดี จนถึงขณะนี้ยังพบว่ามีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพียงเท่านี้ ยังไม่มี ผู้ต้องหาชุดที่ 4 แต่หากการสอบสวนพบความผิดเพิ่มก็จะนำมาหารือกับคณะพนักงานสอบสวน เพื่อพิจารณาดำเนินคดีอีกครั้ง พนักงานสอบสวนยังพบว่ามีผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อมูลว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับ นายขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ หรือกระทิง นักแสดง มาให้ร่วมลงทุน ซึ่งเป็นดาวน์ไลน์ของกระทิงที่จะต้องเรียกมาสอบสวนจำนวน 14 คน แต่ขณะนี้ยังไม่ออกหมายเรียกกระทิงมาให้ปากคำในคดีนี้
ร.ต.อ.วิษณุกล่าวว่า สำหรับข้อหาที่พนักงานสอบสวน ได้แจ้งกับผู้ต้องหา คือ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากนั้น ยังมีคดีฟอกเงินที่อยู่ระหว่างการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา หนึ่งในนั้นคือนักแสดงชื่ออักษรย่อ ป. พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ให้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ยังไม่มา จึงออกหมายเรียกไปอีกครั้งให้มาพบใน ต้นเดือน ต.ค.นี้ หากไม่มาก็จะออกหมายจับต่อไป สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกส่งดำเนินคดีในชั้นศาล ขณะนี้มีจำนวน 24 คน ซึ่งศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 29 พ.ย.นี้ และมีคำสั่งให้รวมสำนวนคดีที่แยกฟ้องเพื่อพิจารณาพร้อมกัน
ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาชุดนี้เป็นชุดที่อัยการเสนอรายชื่อให้ดีเอสไอ ดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานและออกหมายเรียก ซึ่งนอกจาก “ดีเจแมน” และ “ใบเตย” แล้ว ยังไม่มีรายชื่อดารา หรือศิลปินอื่นอยู่ในกลุ่มนี้ ส่วนเรื่องที่มีภาพดารา ศิลปิน ปรากฏมีภาพถ่ายคู่กับนายอภิรักษ์ เรื่องนี้ยืนยันว่าหากเป็นแค่ภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวดีเอสไอ ยังไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียก หรือติดตามตัวมาดำเนินคดี เว้นแต่บุคคลคนนั้นจะมีเส้นทางการเงินอย่างหนึ่งอย่างใดเชื่อมโยงไปถึง รวมถึงกรณีของ “เบิ้ล ปทุมราช” นักร้องลูกทุ่ง ที่ออกมายอมรับว่า ได้รับเงิน 2 ล้านบาท จากแม่ของ พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช เพื่อนำไปสร้างภาพยนตร์เมื่อปี 2562 ก็ยังไม่พบความเชื่อมโยงเช่นกัน
ส่วนกรณีของ กระทิง ขุนณรงค์ ทราบว่าอยู่ระหว่างการติดต่อเพื่อเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ แต่หากว่าสุดท้ายไม่มาพบดีเอสไอ ก็จะออกหมายเรียกให้มาให้ปากคำต่อไป