‘ปปท.-ปปป.’บุกรวบ จนท.ฝ่ายบุคคลอบต.คึมชาด ขอนแก่นได้คาห้องทำงาน คดีเรียกรับเงินแลกกับการต่อสัญญาจ้างในอบต. ผู้เสียหายกว่า 30 คน เรียกเงินคนละ 5 หมื่น เหยื่อร้องปปท. ก่อนวางแผนจับกุม สอบเบื้องต้นให้การปฏิเสธ ตร.แจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นพนักงานเรียกรับทรัพย์สิน หรือรับประโยชน์โดย มิชอบ เร่งสอบขยายผลคนร่วมขบวนการ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่สภ.พล จ.ขอนแก่น พ.ต.ท.ทนง เพิ่มพูล รักษาการ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) เขต 4 พร้อมด้วยนายสุภาพ ศิริ ผอ.กลุ่มงานปราบปรามคดีพิเศษ ปปท. เขต 4 และพ.ต.อ.อัครเดช เกตุเอี่ยม ผกก. 4 บก.ปคม. รักษาการ ผกก.3 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำกำลังเข้าจับกุมน.ส.วาสนา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล อบต.คึมชาด อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายว่าบุคคลดังกล่าวเรียกรับเงินจำนวน 50,000 บาท ในการต่อสัญญาจ้างงาน ในอบต.คึมชาด ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนที่สภ.พล พร้อมหลักฐาน เป็นเงินล่อซื้อที่ผู้เสียหายนำมาจ่ายให้จำนวนหนึ่ง เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

พ.ต.ท.ทนง เพิ่มพูล กล่าวว่า สำหรับกรณีการจับกุมเจ้าหน้าที่อบต.คึมชาด เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงที่หมดสัญญาจ้างงาน จึงต้องมีการต่อสัญญา ทำให้เป็นช่องทางการทุจริตเรียกรับเงิน แลกกับการต่อสัญญาจ้าง พบว่ามีผู้เสียหายแจ้งเบาะแสมายังปปท.เขต 4 เกี่ยวกับพฤติการณ์ของผู้มีอำนาจแต่งตั้งในท้องถิ่น เรียกรับผลประโยชน์ที่มีผลกับการแต่งตั้ง

“หลังจากรับเรื่องแล้ว ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลงพื้นที่สืบหาเบาะแสข้อเท็จจริง จากการสอบถามผู้เสียหาย พบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นตัวกลางในการเรียกรับเงินต่อสัญญาจ้างจากพนักงานที่กำลังจะหมดสัญญา เบื้องต้นที่ตรวจสอบได้จำนวน 30 ราย โดยเรียกรับเงินรายละ 50,000 บาท หากไม่มีผู้ร้องเรียน จะมีมูลค่าถึง 1,500,000 บาท เมื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานจนมั่นใจว่าการร้องเรียนเป็นเรื่องจริง จึงประสานกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บก.ปปป. ลงพื้นที่บันทึกปากคำผู้เสียหาย รวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การล่อซื้อ เบื้องต้นพบว่าผู้กระทำผิดเป็น เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลอบต.คึมชาดที่เป็นคนกลางในการรับเงิน ส่วนจะมีผู้ร่วมขบวนการหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล” พ.ต.ท.ทนง กล่าว

ด้านพ.ต.อ.อัครเดชกล่าวว่า การลงพื้นที่นั้น เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวน พร้อมกับสืบสวนขยายผลต่อไปว่าผู้เรียกรับเงินดำเนินการคนเดียว หรือมีใครอยู่เบื้องหลังในกระบวนการ สำหรับหลักฐานที่มัดตัวผู้ต้องหาจนนำไปสู่การจับกุมนี้ คือมีผู้เสียหายที่เดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษปปท.เขต 4 หลักฐานแช็ตไลน์การนัดแนะจะมีการจ่ายเงินขอต่อสัญญาจะได้ทำงานต่อ เงินล่อซื้อที่ผู้เสียหายนำไปให้ และเจ้าหน้าที่ได้รับเงินล่อซื้อไว้ ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รายนี้มีความผิด ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นพนักงานเรียกรับทรัพย์สิน หรือรับประโยชน์โดยมิชอบ

“สำหรับประชาชน พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเรียกรับเงินต่อสัญญาว่าจ้างการทำงาน หรือพบเห็นการทุจริตจากเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถโทรศัพท์แจ้งที่สายด่วน 1206 จากนั้นทางส่วนกลางจะประสานมายังพื้นที่ ปปท.เขต หรือหากจะแจ้งมาที่เขต แจ้งได้ที่สำนักงานปปท.เขต 4 จ.ขอนแก่น ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-4324-5393 ทางสำนักงานจะดำเนินการทันที และให้ความมั่นใจว่าข้อมูลการร้องเรียนจะเป็นความลับ เพื่อความปลอดภัยของผู้แจ้งเรื่องร้องเรียน” พ.ต.อ.อัครเดชกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน