ตร.ห้วยขวางขอหมายศาลเร่งล่าตัวหนุ่มใหญ่เมืองลุงปืนโหด บุกจ่อยิงเมียวัย 47 ดับคาลานจอดรถคอนโดฯ กลางกรุง วงจรปิดจับภาพวินาทีสยองมัดตัว เผยอยู่กินกันแค่ 2 ปี แต่มักทำร้ายเมีย จนลูกฝ่ายหญิงรับมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ พร้อมขอสะบั้นความรัก แต่หนุ่มแดนสะตอไม่ยอมจบตามมารังควานตลอด จนโดนแจ้งจับข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและมีอาวุธปืนเถื่อนในครอบครอง สุดท้ายได้ประกันตัวออกมา ก่อคดีฆ่าสยอง

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกจ่อยิงนางครองกมล สุขสวัสดิ์ อายุ 47 ปี เสียชีวิตในลานจอดรถคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งริมถนนประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนเผยว่า พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง สอบปากคำพยานและได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอออกหมายจับนายสถาพร ขาวเผือก อายุ 60 ปี อดีตสามีผู้เสียชีวิต ในฐานความผิดฆ่าคนตายโดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนออกติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมฝากถึงญาติและคนรู้จักสามารถประสานตำรวจได้ 24 ชั่วโมง เนื่องจากบุคคลดังกล่าวมีอาวุธปืนติดตัวถือเป็นบุคคลอันตราย

เบื้องต้นพบว่า ปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนคนละกระบอกกับที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เคยจับกุมดำเนินคดีเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นชนิดลูกโม่ และอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนปืนที่ใช้ ก่อเหตุเมื่อคืน 9 ต.ค. เป็นปืนออโตเมติกและยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนหรือไม่ ส่วนเส้นทางหลบหนีไปจุดไหนนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 9 ต.ค. พ.ต.ต.เศรษฐวุฒิ ชาญสุข สว.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงกันเสียชีวิตภายในคอนโดฯ ดังกล่าว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก. พ.ต.ท.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา รอง ผกก.สส. แพทย์นิติเวช ร.พ.รามาฯ เจ้าหน้าที่พฐ. และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน พบศพนางครองกมลนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด อยู่ท้ายรถยนต์ฟอร์ดโฟกัส สีขาว ใกล้กันพบซองพกปืนสีดำ 1 อัน และลูกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 2 นัด ยังไม่ได้ใช้งานตกในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่ เกิดเหตุ บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด โดยเหตุเกิดขณะที่ผู้ตายและครอบครัวกำลังจอดรถบริเวณใต้ตึก ระหว่างนั้นนายสถาพรซึ่งแอบซุ่มรออยู่เดินปรี่ตรงเข้ามาก่อนชักอาวุธปืนยิงใส่นางครองกมลที่พยายามวิ่งหลบหนีไปที่ท้ายรถจนเสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกสาวรีบวิ่งหนีขึ้นบันไดไปขอความช่วยเหลือ จากนั้นนายสถาพรวิ่งออกไปหน้าคอนโดฯ ขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไป

เบื้องต้นสอบสวนทราบว่า นายสถาพรเป็นสามีใหม่ของผู้ตายเคยคบหาใช้ชีวิตอยู่กินเป็นสามีภรรยาที่บ้านของนายสถาพรที่ จ.พัทลุง ประมาณ 2 ปี โดยไม่มีลูกด้วยกัน แต่ผู้เสียชีวิตมีลูกติด 2 คน อยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวไปเยี่ยมมารดาที่ จ.พัทลุง ทำให้ทราบว่า นายสถาพรมักลงมือทำร้ายมารดาเป็นประจำจึงรับตัวมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ แต่นายสถาพรตามมาบังคับจับตัวผู้ตายกลับไป จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 26 เดือนเดียวกัน ก่อนจะมีการเจรจายอมนำตัวนางครองกมลมาส่งคืนที่กรุงเทพฯ

แต่ระหว่างนั้นฝั่งครอบครัวผู้ตายทราบว่านายสถาพรมีการพกอาวุธปืนติดตัวมาด้วย จึงแจ้งตำรวจเข้าจับกุมดำเนินคดีข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว, พกพาอาวุธปืน ต่อมาผู้ต้องหาได้ยื่นประกันตัว แต่หลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วกลับไปก่อเหตุวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้ตายที่ จ.พัทลุง จนมีการแจ้งความออกหมายจับอีกคดี รวม 2 หมายจับ กระทั่งมา ก่อเหตุสลดในที่สุด

ด้านพ.ต.ท.วิทยา สุดสาคร รอง ผกก.สส. สน.ห้วยขวาง เผยว่า เบื้องต้นสอบปากคำพยานไปแล้ว โดยในวันนี้พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับนายสถาพร ในฐานความผิด ฆ่าคนตายโดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุเคยถูกจับดำเนินคดีอาวุธปืน ในความผิดฐานครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อ วันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้เสียชีวิตพร้อมลูกสาวและลูกเขยแจ้งความกับตำรวจ สน.ห้วยขวาง ว่าถูกผู้ก่อเหตุกักขังหน่วงเหนี่ยวและจอดรถรออยู่บริเวณสนามกีฬาห้วยขวาง จึงเข้าไปตรวจค้นพบอาวุธปืนพกและเครื่องกระสุน 5 นัด ซุกซ่อนอยู่ใต้ฝา กระโปรงเครื่องยนต์หน้ารถยนต์ซีวิค

เมื่อตรวจสอบพบเป็นปืนเถื่อนจึงได้จับกุมดำเนินคดี และคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน โดยผู้ต้องหาไปขอประกันตัวชั่วคราวในชั้นศาล ส่วนอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวเป็นปืนลูกโม่ ขนาด .38 ตำรวจได้ตรวจยึดไว้ตั้งแต่ครั้งนั้นแล้ว ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ผู้ก่อเหตุใช้ปืนคนละกระบอกโดยเป็นปืนชนิดออโตเมติก ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากเรื่องที่ฝ่ายหญิงพยายามจะขอยุติความสัมพันธ์แต่ผู้ชายไม่ยอมจึงมาก่อเหตุขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีการประสานจะเข้ามามอบตัวแต่อย่างใด ตำรวจยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน