เพิ่งบินจากตปท. กลับบ้านบุรีรัมย์
หนุ่มวัย 23 ปีเพิ่งกลับ จากเยอรมันกลายเป็นศพ ถูกเผาปริศนาในโรงเรียนที่ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ แม่และเมียไม่เชื่อฆ่าตัวตาย ระบุเพิ่งกลับจากเยอรมันมาบ้านได้เพียงวันเดียว นั่งล้อมวงฉลองวันเกิดเมีย ก่อนเดินออกไปใกล้ๆ บ้าน ผกก.ประโคนชัยระดมชุดสอบสวน-พฐ. ตรวจที่เกิดเหตุ เช็กวงจรปิด เรียกสอบบุคคลต้องสงสัย เร่งคลี่คลายคดี เผยสภาพศพสวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้น มีไฟแช็กตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 อัน ส่งชันสูตรพลิกศพที่ร.พ.ตำรวจ ตั้ง 3 ประเด็น ชิงทรัพย์-ขัดแย้งส่วนตัว และฆ่าตัวตาย เผยภาพสุดท้ายเดินไปที่ปั๊มน้ำมันหยอดเหรียญในหมู่บ้านก่อนหายตัวไป รองผบ.ตร. ‘บิ๊กโจ๊ก’ เตรียมรุดพื้นที่เร่งรัดคดี
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. พ.ต.อ.สาธิต สถิตถาวร ผกก.สืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร ผกก.สภ.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย พร้อมตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ภายในโรงเรียนบ้านแสลงโทน หมู่ 1 ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ที่เกิดเหตุ นายธนทัต หรือหนำ จันทร์แก อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 หมู่ 11 ต.เมืองฝาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ถูกเผาเสียชีวิตคาป่าหญ้า ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ในหมู่บ้านของภรรยา ห่างจากบ้านราว 500 เมตร เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังกลับจากต่างประเทศพร้อมครอบครัวได้เพียงวันเดียว
ต่อมา 14.00 น. พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์ โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.นิรันดร์ แก้วอิน รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์, และพ.ต.อ. ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์, ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี
จากการตรวจในที่เกิดเหตุ พบขวดพลาสติกถูกเผาละลาย ฝาเครื่องดื่มน้ำชา 1 ฝา และพบไฟแช็ก หล่นอยู่ 1 อัน จากนั้นได้ไปเก็บตัวอย่างดีเอ็มเอของหัวจ่ายน้ำมัน ที่ปั๊มน้ำมันหยอดเหรียญภายในหมู่บ้าน หลังมีพยานเห็นผู้เสียชีวิต เดินไปที่ปั๊มน้ำมัน แล้วเดินกลับไปทางโรงเรียน ซึ่งตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่พบ
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบทั้งภูธรจังหวัด และชุดสืบ สภ.ประโคนชัย ได้เร่งแกะรอยวงจรปิดใกล้เคียง และเรียกสอบผู้ต้องสงสัย เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
เบื้องต้นตำรวจตั้งปมฆ่าตัวตายเป็นประเด็นหลัก แต่ไม่ทิ้งประเด็นฆาตกรรม โดยได้เรียกผู้ที่มีความเกี่ยวโยงกับผู้เสียชีวิตไปสอบปากคำทุกปากแล้ว รายงานข่าวระบุว่าคดีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ให้ความสนใจและจะเดินทางมาติดตามคดีในวันที่ 12 ต.ค.

ถูกเผา – ตำรวจสภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ตรวจที่เกิดเหตุและหาหลักฐานการตายของนายธนทัต จันทร์แก อายุ 23 ปี ที่เพิ่งกลับจากประเทศเยอรมันเพียงวันเดียว แล้วกลายเป็นศพถูกเผาอยู่ภายในโรงเรียนบ้านแสลงโทน จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.
จากการตรวจสภาพศพ นายหนำสวมเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น นอนคว่ำหน้าถูกไฟไหม้ลามไปจนถึงผิวหนังบริเวณท้อง แผ่นหลัง และที่บริเวณศีรษะมีรอยเขียวช้ำคล้ายถูกของแข็งตี ข้างศพพบรองเท้า 1 คู่ ไฟแช็ก 1 อัน คราบน้ำมันและหยดน้ำตาเทียน ที่คาดว่าคนร้ายใช้ในการก่อเหตุสังหารโหดครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ยังเจอกระเป๋าสะพายสีฟ้าของผู้ตายวางอยู่บนตะแกรงเหล็กที่ไว้ใส่ขวดพลาสติกหรือขยะรีไซเคิลของโรงเรียน พบกระเป๋าตังค์สีน้ำตาล 1 ใบ ด้านในมีเงินจำนวน 280 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และบุหรี่ 2 ซอง อยู่ในกระเป๋า เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวญาติพี่น้องและชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนเตรียมส่งศพนายหนำ ไปตรวจชันสูตรที่ ร.พ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และคลี่ปมการเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งปมการเสียชีวิตไว้ 3 ประเด็น คือ ชิงทรัพย์, ความขัดแย้งส่วนตัว และฆ่าตัวตาย
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านของนายหนำ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งได้มีญาติและชาวบ้านมาคอยให้กำลังใจทั้งแม่และภรรยาของผู้ตายอย่างต่อเนื่อง เพราะต่างก็ช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภรรยา ซึ่งมีลูกสาววัย 3 ขวบกับผู้เสียชีวิต ยังร้องไห้ตลอดเวลาเพราะทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสีย สามีไปอย่างกะทันหัน และเป็นวันเกิดของ ตัวเอง
นางพรพรรณ กลั่นประโคน อายุ 55 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายไปอยู่กับตนที่ประเทศเยอรมันได้ 3 ปี เพิ่งจะกลับมาบ้านที่ประเทศไทยได้วันเดียว ก็มาพบเป็นศพถูกเผาเสียชีวิต ส่วนตัวไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไร เพราะตั้งแต่ลูกชายไปอยู่ที่ต่างประเทศก็ไม่เคยเห็นติดต่อกับใคร นอกจากลูกและภรรยา ไม่น่าจะมีปัญหาขัดแย้งกับใครได้ แต่เป็นไปไม่ได้ที่ลูกชายจะฆ่าตัวตาย เพราะไม่ได้มีความเครียดอะไร และก็ไม่เคยเล่าปัญหาหรือระบายอะไรให้ฟัง ซึ่งถ้าจะคิดสั้นก็น่าจะทำตั้งแต่อยู่ที่ต่างประเทศ ไม่เห็นต้องกลับมาทำที่บ้าน และลูกเป็นคนที่รักตัวเองมาก อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ และติดตามตัวผู้ก่อเหตุฆ่าลูกชายมาดำเนินคดีโดยเร็วด้วย อย่างไรก็ตามยอมรับว่าลูกชายเคยเสพยาเสพติด ซึ่งได้เข้าบำบัด อยู่ระหว่างการรักษา ต้องกินยาของหมอวันละ 1 เม็ด
ด้าน น.ส.ยุพาภรณ์ เกษาโร หรือก้อย อายุ 22 ปี ภรรยาผู้ตาย เล่าทั้งน้ำตาว่า วันเกิดเหตุเป็นวันเกิดของตัวเอง ซึ่งทางครอบครัวก็มีการกินเลี้ยงสังสรรค์กันในครอบครัวญาติพี่น้อง ไม่เห็นสามีทำตัวผิดปกติอะไร และไม่ได้รับโทรศัพท์ใคร แต่หากจะส่งข้อความมานัดให้ออกไปหาหรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะไม่สามารถเข้าดูมือถือของสามีได้ กระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่เห็นสามีกลับมาบ้าน เริ่มใจคอไม่ดีจึงได้ไปขอดูกล้องวงจรปิดที่ร้านค้าข้างบ้าน ก็พบภาพสามีเดินผ่านหน้าร้านของชำไปคนเดียวช่วงเวลา 18.55 น. แล้วก็หายไปกับความมืดโดยไม่รู้ว่าจะไปไหนไปหาใคร กระทั่งมาทราบอีกทีว่ามีคนพบศพสามีถูกฆ่าเผาอำพรางที่โรงเรียนบ้านแสลงโทนแล้ว รู้สึกช็อกมาก ทำอะไรไม่ถูก และไม่รู้สาเหตุว่าถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมเพราะอะไร เพราะสามีเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด ตอนนี้ได้ให้มือถือกับตำรวจไปตรวจสอบแล้ว แต่ส่วนตัวไม่เชื่อว่าสามีจะฆ่าตัวตาย น่าจะถูกทำร้ายเสียชีวิตแล้วเผาศพอำพรางมากกว่า อยากให้ผู้ก่อเหตุมามอบตัวและยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำ
สอบถาม นายสุวรรณ ภาษี อายุ 64 ปี ลุงของผู้ตาย เล่าว่า หลานชายกลับมาถึงไทยเพื่อต้องการมาผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร โดยโทรศัพท์มาบอกว่า จะขอแวะเที่ยวที่พัทยาก่อน เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ได้ร่วมวงสังสรรค์กันที่บ้าน จนกระทั่งหลานบอกว่าจะเดินไปร้านค้าภายในหมู่บ้านเพื่อหาซื้อของกิน ตนไม่เชื่อว่าหลานจะเผาตัวเอง เชื่อว่าน่าจะถูกฆาตกรรม
ด้านนายณรังสรรค์ จันทร์สนาม ผอ. โรงเรียนบ้านแสลงโทน กล่าวว่า ปกติที่โรงเรียนจะมีเด็กนักเรียนมาซ้อมกีฬาเป็นประจำ แต่ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ หลังทราบข่าวรู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ โดยต่อไปนี้จะมีการเข้มงวดในการจัดการบริหารด้านเวรยาม เพื่อให้มีความปลอดภัยต่อไป
ขณะที่ นายบัญญัติ วนมา นักการภารโรง ซึ่งเป็นคนมาพบศพคนแรก เล่าว่า ช่วงเวลา 20.30 น. คืนวันที่ 10 ต.ค. ตนก็มาเข้าเวรที่โรงเรียนตามปกติ แต่พอเดินเข้ามาภายในโรงเรียนก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้และเห็นเปลวไฟอยู่บริเวณด้านหลังโรงเรียน ตอนแรกนึกว่าใครมาจุดเผาอะไรไว้ แต่พอเดินไปใกล้ๆ แล้วใช้ไฟฉายส่องดู ก็เห็นเป็นขามนุษย์ ก็ตกใจจึงรีบไปเรียกชาวบ้านใกล้เคียงให้มาช่วยดู ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ อย่างไรก็ตามตอนที่เห็นเปลวไฟก่อนจะเดินเข้ามาเจอศพ ก็ไม่ยินหรือเห็นอะไรผิดปกติ จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ด้านนางสำเภา กริดรัมย์ อายุ 56 ปี เพื่อนบ้าน เผยว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุ เวลา 18.00 น. ตนนั่งอยู่บริเวณสามแยกกับเพื่อนบ้านหลายคน เห็นนายหนำเดินมาคนเดียว มุ่งหน้าไปที่ปั๊มหยอดเหรียญ จากนั้นได้เดินย้อนกลับมาลักษณะเหมือนจะถือขวดอะไรบางอย่างแนบกับอกมาด้วย แต่ไม่ได้สนใจ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้จักนายหนำมาก่อน เพราะเป็นเพียงเขยอยู่หมู่บ้านนี้ ส่วนสาเหตุการถูกเผาพวกตนไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น