เผาลูกติด-เมียของสตอ.โหดผัวเก่าร่วมพิธี

แยกไปเผาจริงแล้วศพเมีย-ลูกเลี้ยงส.ต.อ.คลั่ง อดีตสามีรุดร่วมส่งวิญญาณขอให้เมียเก่าไปสู่สุคติ ส่วนเหยื่อถูกฆ่าหมู่เผาข้ามคืนศพสุดท้ายเสร็จตอน 6 โมงเช้า ญาติพร้อมหน้าทำพิธีเก็บกระดูก-ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ เผยอัฐิของเด็กๆ เป็นสีขาว เชื่อหมดห่วงและไปดีแล้ว บางรายเตรียมนำอังคารไปลอยแม่น้ำโขงที่หนองคาย ส่วนกระดูกนำไปฝังไว้ในป่าช้า เตรียมจัดทำบุญใหญ่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอบต.อุทัยสวรรค์สถานที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรม ผบ.ตร.สั่งตำรวจทั่วประเทศ ถอดบทเรียนรับมือเหตุร้ายในสถานศึกษาและสถานที่สาธารณะ

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 12 ต.ค. ที่วัดราษฎร์สามัคคี ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายครอบครัวเริ่มทยอยเดินทางมาดูกระดูกที่เชิงตะกอน โดยญาติเเต่ละรายเตรียมโกศอัฐิ พร้อมถาดอาหารคาวหวาน น้ำดื่ม นม ขนม ของเล่น รวมถึงน้ำเปล่าสำหรับล้างกระดูก

ต่อมาเวลา 06.00 น. เริ่มมีพิธีเก็บกระดูก โดยมีพระสงฆ์เป็นผู้นำเก็บกระดูกคนเเรก จากนั้นตามด้วยญาติๆ โดยใช้ผ้าตะเเกรงสีฟ้ากรองกระดูก นำไปล้างทำความสะอาด เมื่อทำความสะอาดเสร็จเเล้วก็พรมด้วยน้ำอบน้ำหอม เเล้วนำใส่ห่อผ้าขาว ใส่หม้อดิน เเล้ววางเรียงกันบนเตาเผา ทั้ง 19 เชิงตะกอน เเละทำพิธีทางสงฆ์ ก่อนจะนำกระดูกบรรจุใส่โกศ

เก็บกระดูก – ครอบครัวนิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีเก็บกระดูกผู้เสียชีวิตจากเหตุสังหารหมู่ หลังจากพระราชทานเพลิงไปเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่วัดราษฎร์สามัคคี ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เมื่อเช้าวันที่ 12 ต.ค.

สำหรับการเก็บกระดูกเด็ก จากการสังเกตพบว่า ทางญาติๆ ใช้ไม้ไผ่เขี่ยเเละคีบ ซึ่งเป็นความเชื่อของคนในพื้นที่ว่าการเก็บกระดูก จะต้องใช้การคีบหยิบจับ จะไม่สัมผัสกับมือโดยตรง เนื่องจากมองว่าเด็กเป็นผู้บริสุทธิ์เหมือนผ้าขาว นอกจากนี้จะสังเกตได้ว่า กระดูกของทั้ง 19 ราย ส่วนใหญ่เป็นสีขาว ทางญาติจึงเชื่อว่า เป็นกระดูกที่หมดห่วง หมดอายุขัยแล้ว

ทั้งนี้ ระหว่างที่เก็บกระดูกครอบครัวและญาติๆ พยายามใช้ไม้เขี่ยหากระดูกฟันแต่ ไม่พบ ซึ่งตามความเชื่อของคนในพื้นที่เชื่อว่า การที่ไม่พบฟันนั้น หมายความว่าดวงวิญญาณหมดห่วง หมดความอาลัยอาวรณ์แล้ว โดยระหว่างการเก็บก็จะมีการเรียกลูกหลานกลับบ้าน เเละพูดเป็นกุศโลบายว่าเเข็งเเรง กลับบ้านนะลูก, ขอให้ลูกหลานไปสู่สุคติ, ลูกหลานเป็นคนเก่ง เป็นคนแข็งแรง จะเรียกเป็นภาษาอีสาน “บักหล่าเอ้ย เมือบ้านเฮาเด้อลูก บักหล่าคือแข็งแรง เป็นผู้ฮู้ เป็นคนเก่ง”

จากนั้น ญาตินำกระดูกทั้งหมดล้างน้ำและพรมน้ำหอม น้ำอบ นำใส่หม้อดิน สำหรับครอบครัวที่จะฝังในวันนี้ ส่วนบางครอบครัวจะนำใส่โกศ และจะนำขึ้นไปบนศาลารวมกัน เพื่อทำพิธีอุทิศบุญกุศล ทำบุญ ถวายภัตตาหารเช้าเเด่พระภิกษุสงฆ์ เมื่อเก็บกระดูกเสร็จทางครอบครัวและญาติผู้ใหญ่ก็เริ่มโปรยข้าวตอกดอกไม้ ตามความเชื่อว่าจะนำทางให้ดวงวิญญาณกลับบ้านไปพร้อมกัน

ด้านสามีของครูพร โปรยข้าวตอกดอกไม้ใส่เชิงตะกอนอีก 18 เชิงตะกอน ก่อนจะพูดว่า “ให้เด็กๆ ดูแลครูพรด้วย เป็นเพื่อนเล่นให้ซีวิค แล้วก็อย่าดื้อ” โดยทางสามีบอกว่า จะเเบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนเเรกจะนำไปเก็บไว้บ้านภรรยา ส่วนที่สองจะนำไปเก็บไว้ที่บ้านตน และจะเก็บรวมทั้งของคุณครูและลูก เพราะไม่อยากให้แยกจากกัน

เมื่อเวลา 09.00 น. ครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 19 รายทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารเช้า โดยพระสงฆ์ให้พร เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับจากนั้นนำอัฐิมารวมกัน เพื่อให้พระภิกษุสวดอีกครั้ง ก่อนจะให้ญาตินำไปปฏิบัติตามความเชื่อ

เมื่อครอบครัวรับอัฐิในโกศไปแล้ว จะนำเถ้ากระดูกในหม้อดินไปฝังดินทันที และให้ญาตินำอัฐิไปเก็บไว้ก่อน เพื่อรอครอบครัวพร้อมจะนำกลับมาทำบุญ แล้วนำมาเก็บเข้าธาตุ หรือเจดีย์เก็บกระดูกภายในวันต่อไป

ช่วงที่ญาติของผู้เสียชีวิตนำอัฐิใส่หม้อดินแล้ว ได้เดินไปตรงป่าช้าหลังวัด เพื่อทำพิธีฝัง ญาติแต่ละคนต่างช่วยกันขุดหลุมฝังศพ พร้อมจุดธูป และจัดเตรียมอาหาร รวมถึงน้ำดื่มและนมกล่อง ซึ่งเป็นเมนูโปรดของเด็กๆ ที่เสียชีวิต โดยมีทั้งหมด 15 ผู้เสียชีวิตที่เป็นเด็กฝังไว้ที่ป่าช้าตามความเชื่อ

เริ่มแรกญาติๆ นำหม้อดินลงไปในหลุมที่ขุดไว้ ก่อนเทข้าวปลาอาหาร และนมกล่องต่างๆ บีบลงไปภายในหลุม จากนั้นนำไม้ไผ่ขนาดยาวผูกสายสิญจน์และต้นลิ้นมังกร ก่อนกระทุ้งเข้าไปภายในหม้อ จากนั้นพระสงฆ์สวดนำ และญาติๆ นำดินมาปิดหลุม ก่อนดึงสายสิญจน์ออกมา โดยมีความหมายว่าเป็นการตัดภพตัดโลกกันแล้ว ส่วนของต้นไผ่และลิ้นมังกรเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่า จุดนี้เป็นจุดที่อัฐิของลูกหลานอยู่ตรงนี้ และหากหลายปีผ่านไป ต้นไม้โตขึ้น นั่นก็หมายความว่าลูกหลานของเราเป็นคนดูแลต้นไม้ต้นนี้อยู่

ส่วนอีก 3 ผู้เสียชีวิตที่เป็นเด็ก ครอบครัวอยู่นอกพื้นที่หมู่บ้าน จึงแยกย้ายนำอัฐิไปทำบุญตามประเพณีของแต่คนละครอบครัว ส่วนบางครอบครัวนำมาฝากไว้ที่วัด เพื่อ รอบำเพ็ญกุศล จนกว่าจะครบ 100 วัน และอีกบางส่วนได้แบ่งอัฐิไว้ เพื่อนำไปลอยอังคารที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ซึ่งลูกหลานหลายๆ ครอบครัวชอบที่จะไปเที่ยวที่นั่น

ส่วนสภาพจิตใจของครอบครัวของผู้เสียชีวิต พระครูอดิศัยกิจจานุวัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์สามัคคี เปิดเผยว่า ตอนนี้เท่าที่ได้สัมผัสเริ่มผ่อนคลายขึ้นและมีกำลังใจที่ดี ขณะที่เชิงตะกอนชั่วคราวนั้น หลังจากนี้ต้องสอบถามคนในชุมชนว่าจะต้องนำออกไปหรือไม่ เพราะหากยังตั้งไว้จะทำให้เกิดความสะเทือนใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต เบื้องต้นพูดคุยกันแล้วว่าหลังจากนี้จะทำบุญที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ต่อไป

เมื่อเวลา 06.15 น. ที่วัดศรีอุทัย ต.อุทัยสวรรค์ ซึ่งใช้เตาไฟฟ้าเผาเหยื่อฆ่าหมู่ นายวีระชน บุญวิเทียน อายุ 31 ปี พนักงานกองช่างองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของญาติๆ และเพื่อนร่วมงาน โดยมีพระมหาบุญโฮม สุขกาโม อายุ 58 ปี เจ้าอาวาสวัดศรีอุทัย เป็นประธานในการวางเพลิงพระราชทาน

พระมหาบุญโฮมเปิดเผยว่า สำหรับผู้วายชนม์มีศักดิ์เป็นหลาน ซึ่งที่วัดมีการเผาศพด้วยเตาไฟฟ้า ตั้งแต่เวลา 16.54 น. วันที่ 11 ต.ค. 2565 ศพแรกคือด.ช.นันทภัส ส่งเสริม จากนั้นก็ทยอยเผามา จนถึงเวลา 06.15 น. วันที่ 12 ต.ค. ซึ่งเป็นศพสุดท้าย รวมทั้งหมด 9 ศพ ซึ่งต่อแต่นี้ไปทุกครอบครัวที่สูญเสีย จะต้องดำรงชีวิตต่อไปตามปกติ เป็นธรรมดา ทุกชีวิตย่อมมีการจากไป ถือว่าญาติพี่น้องของผู้วายชนม์มีเกียรติอย่างสูงยิ่งที่ได้รับพระราชทานเพลิง

หลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ เจ้าหน้าที่ทหารบกกราดยิงในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2563 และล่าสุด จ.หนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2565 โดยอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก สร้างความสะเทือนใจให้สังคมไทย และทั่วโลกนั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน ที่เมรุวัดป่าสันติธรรม บ้านโนนเปรมชัย ต.โนนเมือง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ได้มีพิธีฌาปนกิจศพของน.ส.คำพันธ์ จันทะกูล หรือหญิง ภรรยาของ ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ อดีตตำรวจคลั่ง โดยมีนายประธาน กองจันทร์ดี บิดาของนายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 3 จ.หนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าโศกเสียใจของพ่อแม่ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงจำนวนมาก

ส่วนศพของลูกชายของ น.ส.คำพันธ์นั้น อดีตสามีซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็กและญาติๆ ได้นำไปเผาที่วัดเทพอำนวย อ.เมือง จ.หนองบัว ลำภู และหลังเผาลูกชายเสร็จแล้ว อดีตสามีเก่า ก็รีบบึ่งรถมาร่วมส่งวิญญาณอดีตภรรยาที่หน้าเตาเผาวัดป่าสันติธรรม พร้อมกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าให้ขอให้วิญญาณไปสู่สุคติ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.ด้านป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ให้นโยบายในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเร่งถอดบทเรียนให้ความรู้ “หนี-ซ่อน-สู้” รับมือภัยร้ายในพื้นที่สาธารณะ และสถาบันการศึกษา โดยสั่งการให้ชุดตำรวจชุมชนสัมพันธ์ เร่งทำงานเชิงรุกเข้าให้ความรู้ตามศูนย์เด็ก และสถาบันการศึกษาทันที

โดยให้ความรู้ตามหลักการ หนี-ซ่อน- สู้ รวมถึงเพิ่มเติมการสังเกต ประตูทางเข้าออกและกรณีอันตรายที่อาจเกิดขึ้นรอบตัว ใน ขณะเกิดเหตุการติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์กให้เกิดประโยชน์

ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ชุด ตชส.สน.ดินแดง เสนอนโยบาย ตร.เร่งให้ความรู้ การแจ้งเหตุ การเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ร้ายต่างๆ แก่สถานรับเลี้ยงเด็กอาคารสงเคราะห์ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

ถัดมาที่ จ.สระแก้ว พ.ต.อ.ธนวิน จันทวี ผกก.สอบสวน ภ.2 รรท. ผกก.สภ.อรัญ ประเทศ นำชุดมวลชนสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ให้ครูและนักเรียนได้รู้จักหลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ “Run Hide Fight” ให้แก่นักเรียนและครู ร.ร.พวงคราม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว วิธีการเอาชีวิตรอดจากเหตุกราดยิง หรือคนคลุ้มคลั่ง

ส่วนที่ จ.ลพบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี โดย พ.ต.อ.ปรารถนา แผ่นผา รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี (ปป) รับนโยบาย ตร.มุ่งเน้นเป้าหมายไปที่โรงเรียนเด็กเล็กหรือสถานที่รับเลี้ยงเด็กเล็ก โดยชี้แนะและทำความเข้าใจกับครู พี่เลี้ยงและเด็กๆ ว่าเมื่อเกิดเหตุควรปฏิบัติตัวอย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน