หลังสังหาร2ศพ ซุ่มที่หน้าโรงพัก ดต.เห็นพิรุธ-จับ แค้น-ถูกกีดกัน ลูกสาวโทร.แจ้ง แต่เตือนไม่ทัน
สุดสลด เขยคลั่งบุกบ้านพ่อตาแม่ยาย ยิงดับ 2 ศพ พ่อตา-น้องเมีย ก่อนไล่ยิงแม่ยาย แต่ยังดีหลบเข้าไปในห้องน้ำโทรศัพท์เรียกตำรวจจนคนร้ายหลบหนี แถมยังไม่พอกลับบ้านเติมกระสุน ไปดักรออีกครั้งที่หน้าสน.เพชรเกษม หวังยิงแม่ยายกับน้องเมียอีกคนให้หมดบ้าน แต่ตร.เห็นพิรุธเรียกสอบจนจับตัวได้ สอบสวนสารภาพเป็นคนลงมือ เหตุแค้นครอบครัวภรรยากีดกัน ด้านแม่ยายระบุเป็นสามีลูกสาว แต่ไม่ทำมาหากินจนไม่อยากให้คบ จนเกิดเป็นความอาฆาต เคยประกาศจะมาฆ่ายกครัว อัดเสียงทางโทรศัพท์แจ้งตร.ตั้งแต่ส.ค. แต่ก็ไม่ดำเนินการจนเกิดเหตุขึ้น
เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 15 ต.ค. ร.ต.อ.กิตติพงศ์ บุญเศรษฐ รอง สว.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุยิงกันตายภายในบ้านเลขที่ 6/1 หมู่บ้านสุขสำราญ ซอย 7 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบพร้อมพล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.สยาม ชื่นครุฑ สว.สส.สน.เพชรเกษม พร้อมฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.9 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น บริเวณกลางบ้านพบศพนายพงศธร สีตะปัญญะ อายุ 22 ปี นอนจมกองเลือดบนที่นอนในชุดเสื้อยืดแขนสั้น กางเกงขาสั้นสีดำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .380 ที่ขมับซ้ายทะลุขวา หัวกระสุนตกอยู่บนหมอน ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด .380 ตกอยู่ 2 ปลอก
หลังบ้านยังพบศพนายธานินทร์ สีตะปัญญะ อายุ 46 ปี หัวหน้าช่างหมู่บ้านโฮมทอง ในชุดสวมผ้าขนหนูผืนเดียวมีบาดแผลถูกยิงที่ขมับซ้ายกระสุนฝังใน ใกล้กันพบปลอกกระสุนขนาด .380 ตกอยู่ 1 ปลอก ส่วนบนชั้น 2 ที่ประตูห้องนอนพบรอยกระสุน 2 รู หน้าห้องพบปลอกกระสุน 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนน.ส.ประภัสสร เศวตนัย อายุ 44 ปี ภรรยานายธานินทร์ ผู้ตาย เปิดเผยว่ามือปืนรายนี้คือนายนที หรือ เป้ พันธุมเสน อายุ 28 ปี ลูกเขยที่เคยข่มขู่ครอบครัวตนหลายครั้ง สาเหตุเกิดจากนายนที แอบคบกับน.ส.ธัญรัตน์ หรือ มิ้ง เศวตนัย ลูกสาว ตั้งแต่สมัยเรียน แต่นายนทีมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตนจึงบอกให้เลิกคบกัน ทั้งคู่เลิกคบกันไปสักพักหนึ่งแล้วกลับมาคบกันอีกครั้ง จนกระทั่งมีลูกชายด้วยกัน 1 คน
ต่อมานายนทีมาทำพิธีขมาแล้วแยกครอบครัวออกไปอยู่ด้วยกันที่บ้านพักภายในซอยเพชรเกษม 110 และกีดกันไม่ให้ลูกสาวกลับมาหาครอบครัวตนเลย ห้ามโทร.หาด้วย เพราะแค้นที่ถูกกีดกัน จนกระทั่งลูกสาวได้ตั้งท้องอีกคน อายุในครรภ์ราว 7 เดือน ช่วง 1 ปีหลังนี้นายนทีโทร.มาข่มขู่ว่าจะฆ่ายกครัว โทร.มาบ่อยมาก จนกระทั่งตนได้อัดคลิปเสียงขณะพูดจาข่มขู่ไว้แล้วเอามาเป็นหลักฐานในการแจ้งความไว้ที่สน.เพชรเกษม เมื่อวันที่ 14 ส.ค.65 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ให้ ตนทราบจากลูกสาวว่า นายนทีไม่ยอมทำมากินอะไรเลย ขนาดลูกสาวตนท้องจนจะคลอดยังต้องไปทำงานอยู่เลย และนายนที แอบขโมยของมีค่าของนายพงศธร ลูกชายไปขาย เอาเงินมาซื้อปืนจากทางอินเตอร์เน็ตมาก่อเหตุในครั้งนี้
น.ส.ประภัสสรเปิดเผยอีกว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสาวตนไลน์มาบอกว่านายนทีออกจากบ้านมาแล้ว บอกจะไปยิงครอบครัวตนให้ตายยกครัว ขณะที่คุยไลน์กับลูกสาวก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด และนัดที่ 3 ตามมาอย่างรวดเร็ว 2 นัดแรกนั่นคือนายนทีเปิดประตูเข้ามา เพราะลูกชายตนมักไม่ล็อกประตู เข้ามายิงลูกชายตนขณะนอนหลับ และสามีตนก็กำลังจะเดินลงมาอาบน้ำที่ห้องน้ำชั้นล่างเพื่อไปทำงาน พบกับนายนทีพอดี จึงถูกยิงตายตามไปอีกศพ ซึ่งตนไม่รู้ด้วยว่าสามีตนถูกยิง ตนยังตะโกนบอกสามีเลยว่าให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ
จากนั้นนายนทีวิ่งขึ้นมาที่ห้องนอนตน ตนรีบวิ่งเข้าห้องแล้วล็อกประตู นายนทียิงปืนใส่ประตู ตนนั่งหลบ แต่ประตูพลาสติกแตกกระเด็นถูกแขนตนเป็นแผลหลายแห่งแล้วรีบหนีเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำ แล้วโทรศัพท์บอกเพื่อนให้โทร.แจ้งตำรวจให้ด้วย แล้วนายนทีก็รีบวิ่งหลบหนีไป ผ่านไปสักพักลูกสาวตนโทร.กลับมาหาแจ้งว่าให้ระวังตัว เพราะนายนทีย้อนกลับไปที่บ้านซอยเพชรเกษม 110 แล้วบอกลูกสาวตนว่าจะย้อนกลับมายิงให้ตายยกครัว เติมกระสุนไปหลายลูก แล้วก็ขี่รถจยย.ออกจากบ้านไปแล้ว

เขยคลั่ง – จนท.ตรวจจุดเกิดเหตุนายนที พันธุมเสน (รูปเล็ก) บุกยิง นายธารินทร์ พ่อตา และ นายพงศธร น้องเมีย เสียชีวิต 2 ศพคาบ้านย่านหลักสอง เขตบางแค กทม. ก่อนถูกจับกุมตัวได้ขณะไปดักรอยิงแม่ยายที่วัด สาเหตุแค้น ถูกกีดกัน เมื่อวันที่ 15 ต.ค.
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในซอยที่เกิดเหตุทำให้ทราบว่า นายนทีขี่รถจยย.ฮอนด้า เวฟ สี เทา เบาะแดง ทะเบียน 3 ขก 7569 กรุงเทพมหานคร มาจอดไว้หน้าปากซอย 7 ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เพื่อไม่ให้คนในบ้านได้ยินเสียง แล้วเดินมาก่อเหตุ
ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ขณะที่ชุดทำงานประกอบด้วย บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.9 และชุดสืบสวน สน.เพชรเกษม กำลังประชุมถึงแนวทางการไล่ล่าคนร้ายรายนี้ เพราะเกรงว่าจะไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก หลังเสร็จสิ้นการประชุมต่างแยกย้ายกันไปทำงาน ขณะที่ด.ต.ไมตรี โคเวียง ผบ.หมู่งานสืบสวน กก.สส.บก.น.9 กำลังเดินไปขึ้นรถที่ลานจอดรถของวัดม่วงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงพัก ซึ่งภายในวัดกำลังมีงานทอดกฐินประจำปี มีรถจอดกันเต็มลานและมีผู้คนพลุกพล่าน ที่บริเวณศาลาริมน้ำ เชิงสะพานข้ามคลอง มีคนนั่งกันหลายคน ด.ต.ไมตรีสังเกตว่าชายที่นั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำ 1 รายมีลักษณะตรงกับนายนที มือปืนที่ก่อเหตุ ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงลายพรางทหาร สวมหน้ากากอนามัย นั่งแบบมีพิรุธ จึงเข้าไปสะกิดด้านหลังแล้วถามว่ามารอใคร ได้รับคำตอบว่ามาทำบุญ แล้วย้อนถามกลับว่าพี่มาตามใคร ด.ต.ไมตรีจึงให้ชายคนดังกล่าวถอดหน้ากากอนามัย จนทราบว่าเป็นนายนที แล้วรีบตะครุบปืนที่เอว จับตัวได้พร้อมของกลางอาวุธปืนแบลงก์กันส์ เครื่องกระสุน 8 นัด
สอบถามเบื้องต้นทราบว่าจะมาดักยิงนายพงศกร หรือ ออย สีตะปัญญะ อายุ 23 ปี น้องชายภรรยาที่แอบซ่อนตัวในห้องขณะก่อเหตุ เพราะรู้ว่าทุกคนที่รอดชีวิตต้องมาให้การที่สน.เพชรเกษม จากนั้นนำตัวส่งสน.เพชรเกษมสอบสวนทันที ภายหลังการจับกุมซึ่งปิดคดีได้อย่างรวดเร็ว พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 และพ.ต.อ.วิสิษฐ์ วัฒนพงษ์พิทักษ์ ผกก.สน.เพชรเกษม มอบเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ ด.ต.ไมตรีอีกด้วย
พล.ต.ต.พงศ์อานันต์กล่าวว่า ตัวผู้ก่อเหตุเป็นลูกเขยของผู้ตาย มีความโกรธแค้นคิดว่าพ่อแม่ภรรยาไม่ชอบ จึงได้มาก่อเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ไปซื้อสิ่งเทียมอาวุธปืนและนำมาดัดแปลงเป็นอาวุธปืนขนาด .380 มีการมาดักรออยู่ 2-3 วัน โดยเช้าวันนี้ได้เดินทางมาซุ่มรอที่หน้าบ้าน เห็นพ่อตาเดินออกมาหลังบ้านจึงเข้าไปยิง และเข้าบ้านไปยิงน้องชายเสียชีวิต ส่วนแม่ยายหลบอยู่ด้านบน คนร้ายก็ตามขึ้นไปแต่ก่อเหตุไม่สำเร็จจึงได้หลบหนีไป
หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนได้ประชุมหารือและทราบว่าผู้ก่อเหตุยังมีความโกรธแค้นแม่ยายอยู่จึงได้จัดกำลังเฝ้าระวังและออกสืบสวนหาข่าว พบบุคคลต้องสงสัยและมีรูปพรรณการแต่งกายคล้ายผู้ก่อเหตุ จึงเข้าจับกุมและตรวจค้นร่างกาย พบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยมีกระสุนบรรจุอยู่ 8 นัด เชื่อได้ว่าอาจจะเป็นกระสุนที่บรรจุเข้าไปใหม่หลังเกิดเหตุ ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพว่าได้หลบหนีไปที่บ้านพักและเดินทางมาที่วัดบางม่วง ส่วนประเด็นที่ว่ามีการมาดักรอเพื่อก่อเหตุซ้ำกับแม่ยายที่วัดบางม่วง ซึ่งอยู่ตรงข้าม สน.เพชรเกษมนั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ขนาดนั้น เพราะเป็นเรื่องละเอียดที่อยู่ในสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างที่เข้ามาประกอบ ส่วนเรื่องการตรวจสารเสพติดในร่างกายตอนนี้ต้องรอผลการตรวจอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลอีกครั้ง
ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายเคยถูกข่มขู่และนำคลิปเสียงมาแจ้งความแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สนใจ จนนำมาสู่การสังหารถึง 2 ศพนั้น พล.ต.ต.พงศ์อานันต์กล่าวว่า ตนได้ให้แนวทางในการดูแลพี่น้องประชาชนและ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้ หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามก็มีระเบียบในการดำเนินการอยู่ เบื้องต้นแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพ.ร.บ.อาวุธปืน