ภูเก็ตอลหม่านฝนถล่มจมเมือง หนาวมาแล้วอินทนนท์ 8 องศา นายกแจ๊ดมั่นใจปทุมฯรอดแน่

อุตุฯ จับตาพายุโซนร้อนเนสาท เตรียมรับมือทั้งฝน-หนาว ดอยอินทนนท์เหลือ 8 องศา ภูเรืออย่างเย็น 13 องศา ปราจีนฯถึงกับนั่งผิงไฟแก้หนาว ภูเก็ตจมอ่วม ฝนถล่มข้ามคืน น้ำท่วม 3 อำเภอ ย่านเศรษฐกิจ-เมืองเก่า ป่าตองดินสไลด์ เสาไฟฟ้าล้ม ถ.เทพกระษัตรีจมหลายจุด ปภ.รายงาน 28 จว.ยังจม สนามบินอุบลฯวุ่น เครื่องบินลงไม่ได้ต้องยกเลิกไฟลต์ผู้โดยสารติดค้างอื้อ บุรีรัมย์น้ำล้นเขื่อนลำนางรอง ชัยนาทสังเวยน้ำท่วมรายที่ 3 คนสิงห์บุรีครวญ ท่วมหนักกว่าปี 49 ‘บางระกำ’สุดระทม จมแล้ว 7 หมู่บ้าน ไชโยก็วุ่น น้ำทะลักสูง 1 เมตร ‘บิ๊กแจ๊ด’ มั่นใจปทุมฯรอดแล้ว

ปภ.รายงาน 28 จว.ยังจม
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานช่วงวันที่ 28 ก.ย.-16 ต.ค. เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่รวม 59 จังหวัด 318 อำเภอ 1,586 ตำบล 9,778 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 443,510 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ รวม 28 จังหวัด ได้แก่ ตาก พิจิตร นครสวรรค์ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี หนองบัวลำภู อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม นครนายก สระบุรี ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา รวม 148 อำเภอ 931 ตำบล 5,824 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 365,888 ครัวเรือน

อุตุฯเผยมาทั้งฝน-หนาว
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันดังนี้ บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน และประเทศลาวตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ในวันนี้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีลมแรง และมีฝนบางแห่ง ในขณะที่ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ต่อมา น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ลงนามออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุเนสาท” ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2565 ระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (16 ต.ค.65) พายุโซนร้อนกำลังแรง “เนสาท” มีศูนย์กลางอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน หรือที่ละติจูด 19.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.9 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้มีแนวโน้มจะทวีกำลังขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นในระยะต่อไป โดยเคลื่อนผ่านตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน และเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 19-20 ต.ค. 65 นี้ ขณะที่บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้พายุอ่อนกำลังลงตามลำดับอย่างรวดเร็ว

ภูเก็ตจม – ย่านชุมชนเก่าแก่ในเขตเทศบาลนครภูเก็ต จ.ภูเก็ต กลายเป็นเมืองกลางน้ำ หลังเกิดฝนตกหนักทั้งจังหวัดตลอดคืนจนถึงเช้า ส่งผลให้น้ำจากหลายพื้นที่อำเภอรอบข้างไหลมารวมกันจนระบายไม่ทัน เมื่อวันที่ 16 ต.ค

น้ำท่วมย่านเศรษฐกิจภูเก็ต
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.ภูเก็ต เกิดฝนตกหนักทั้งคืนต่อเนื่องถึงเช้า ประกอบกับน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้ 3 อำเภอ ทั้ง อ.เมือง, เขตพื้นที่หาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กระทู้และอ.ถลาง ถูกน้ำท่วมสูงมีน้ำเอ่อเข้าน้ำท่วมบ้านเรือนสูงกว่า 50 เซนติเมตร ประชาชนเร่งยกของขึ้นที่สูงหนีน้ำ ขณะที่การสัญจรบางพื้นที่รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครภูเก็ต มีน้ำท่วมขังหลายจุด บริเวณย่านเมืองเก่าอาคารชิโนโปรตุกีส ที่เป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด และย่านเศรษฐกิจเมืองเก่า ถนนถลาง ส่วนบริเวณวงเวียนหอนาฬิกามีน้ำท่วมสูง 50 ซ.ม. ถึง 1 เมตร

นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า จากฝนตกหนักน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ต อาทิ ในพื้นที่อำเภอเมือง มีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ถ้าฝนไม่ตกซ้ำลงมาน้ำจะไหลระบายลงทะเล โดยน้ำได้ท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ในที่ลุ่ม ขณะนี้ได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายบัญชา ธนูอินทร์ นอภ.ถลาง ที่บริเวณศาลเจ้าท่าเรือ เป็นจุดที่น้ำท่วมหนักและระดับน้ำสูงมากกระทบการจราจรเส้นทางหลักคือถนนเทพกระษัตรี ทำให้รถไม่สามารถสัญจรได้ ทั้งขาเข้าและขาออกต้องระบายรถให้ขาออกเคลื่อนตัวก่อน ทุกฝ่ายกำลังช่วยกันอยู่ ในส่วนตำบลอื่นๆ ที่น้ำท่วมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งต่างลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย เคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและบัญชาการเหตุการณ์ให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและทุกหน่วยงานทุกท้องถิ่น ระดมกำลังบุคลากรพร้อมเครื่องจักรกล ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งระดับน้ำท่วมแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางแห่งความสูงระดับหัวเข่า บางแห่งความสูงถึงเอว

ป่าตองดินสไลด์เสาไฟล้ม
นายอุดมพร กาญจน์ ปภ.ภูเก็ต กล่าวว่า จากฝนตกหนักลงมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนถึงตอนนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ อาทิ พื้นที่ในตัวเมือง พื้นที่ ต.เทพกระษัตรี ต.ศรีสุนทร ต.ป่าตอง ต.กมลา ต.เชิงทะเล ต.ป่าคลอก โดย ผวจ.ภูเก็ตได้บัญชาการเหตุการณ์ให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและทุกหน่วยงานทุกท้องถิ่น ระดมกำลังบุคลากรพร้อมเครื่องจักรกล ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งระดับน้ำท่วมแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางแห่งความสูงระดับหัวเข่า บางแห่งความสูงถึงเอว

ล่าสุด มีรายงานเกิดเหตุดินสไลด์และเสาไฟฟ้าล้มขวางถนนจำนวนหลายต้น บริเวณโค้งปลาร้าขาขึ้นเขาป่าตอง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงป่าตองและเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าตัดไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวเพื่อดำเนินการแก้ไขเสาไฟฟ้าให้กลับสู่ปกติจึงจะจ่ายกระแสไฟฟ้าได้

จมภูเก็ต – ภาพมุมสูงในเขตอ.เมือง จ.ภูเก็ต ถูกน้ำท่วมทั่วพื้นที่ หลังฝนตกหนักลงมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืดติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง บางแห่งระดับน้ำสูงถึงเอว เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

ถ.เทพกระษัตรีจมหลายจุด
ด้าน สภ.ถลาง รายงานสภาพการจราจร กรณีน้ำท่วมขังในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ดังนี้ 1.ถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาออกบริเวณตั้งแต่จุดกลับรถหน้าอีซูซุ เกาะแก้ว ถึงอนุสาวรีย์ ม.3 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ปิดการจราจร เนื่องจากน้ำท่อมขังรถไม่สามารถสัญจรได้ โดยข่ายจราจร ได้จัดการจราจรให้รถขาออกวิ่งสวนทางฝั่งขาเข้า 1 ช่องทางมาถึงวงเวียนอนุสาวรีย์ และจัดจราจรขาเข้าให้รถเล็กวิ่งเข้าทางสายรองตรง ซ.ศาลเจ้าท่าเรือ ไปออกบริเวณแยกเกาะแก้ว ส่วนรถใหญ่ให้วิ่งถนนเทพกระษัตรีเหมือนเดิม 2.ถนนเทพกระษัตรีขาเข้าบริเวณหน้าเคหะเอื้ออาทร ม.1 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มีน้ำท่อมขังรถสามารถสัญจรได้ 2 ช่องทาง 3.ถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาออกบริเวณหน้าสวนป่าบางขนุน ม.5 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มีน้ำท่อมขังรถสามารถสัญจรได้ 2 ช่องทาง

ส่วน สภ.ท่าฉัตรไชย รายงานมีน้ำท่วมขังบริเวณจุดกลับรถหน้าวัดท่าเรือ ถ.เทพกระษัตรี อ.ถลาง ซึ่งเป็นถนนสายหลักของจังหวัดภูเก็ตที่สัญจรเข้าออก ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมและเฉี่ยวไหลตัดผ่านถนน สาเหตุเนื่องจากฝนตกอย่างต่อเนื่องและมีน้ำไหลเอ่อล้นมาจากเขื่อนบางเหนียวดำ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง

ทางการท่าอากาศยานภูเก็ตแจ้งว่า เนื่องด้วยฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ เพื่อป้องกันการพลาดเที่ยวบิน ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมาท่าอากาศยานภูเก็ต ทั้งนี้ ท่าอากาศยานภูเก็ตเปิดให้บริการตามปกติ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 0-7635-1111

เทศบาลตั้งศูนย์ช่วยเหลือ
ด้านนายสาโรจน์ อังคณาพิลาส นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่าปริมาณน้ำค่อนข้างจะไหลมาในพื้นที่รุนแรง จากพื้นที่ข้างเคียงไม่ว่าจะเป็น กะทู้ รัษฎา ลงมาพื้นที่เยอะมากจริงๆ และยังมีปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นกังวลก็อยากฝากพี่น้องประชาชนว่าขณะนี้ถ้าไม่มีธุระจำเป็นจริงๆ ขอความกรุณาว่าอย่าเพิ่งผ่านพื้นที่เทศบาลนครภูเก็ต

วันนี้ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องอะไร สามารถ แจ้งทางเทศบาลนครภูเก็ตได้ ในส่วนของกระสอบทรายตอนนี้ยอมรับว่าบริหารจัดการยังไม่เพียงพอเนื่องจากว่ามีพื้นที่ที่เดือดร้อนครอบคลุมพื้นที่เยอะมากจริงๆ ต้องกราบขออภัยพี่น้องประชาชนด้วย

ด้านนายสมยศ ปาทาน ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต เผยว่าน้ำท่วมในย่านเมืองเก่าภูเก็ตวันนี้ หนักในรอบ 30 ปี ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เด็กเท่าที่จำความได้น้ำไม่เคยท่วมถนนถลางย่านเมืองเก่าเพียงเป็น แค่น้ำรอระบาย ทางชุมชนเองเราก็รอดูมาตรการว่าหลังจากน้ำลดมีโครงการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างไรบ้าง

ผบ.ตร.สั่งเร่งช่วยด่วน
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต. อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร.เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มีความห่วงใยนักท่องเที่ยว พี่น้องประชาชน ในการเดินทางสัญจรในช่วงวันหยุดยาว ประกอบกับจังหวัดภูเก็ต เป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงสั่งการให้ ตำรวจจราจรคอยออกอำนวยความสะดวกการจราจร บริเวณจุดที่มีน้ำท่วมขัง รวมถึงบริเวณย่านการค้า จุดใดมีน้ำท่วมขังให้จัดตำรวจจราจรอำนวยความสะดวก และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันแก้ไขปัญหา รวมทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ สำรวจเครื่องหมายจราจร ระบบไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนในพื้นที่ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ตลอดจนเตรียมแผนเผชิญเหตุและชุดเคลื่อนที่เร็วไว้แก้ไขปัญหากรณีมีรถจอดเสียหรือเกิดอุบัติเหตุกีดขวางการจราจร ให้เตรียมแผน การเคลื่อนย้ายรถและการเข้าไปแก้ไขสถานการณ์เพื่ออำนวยการจราจรที่จุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ให้สถานีตำรวจพิจารณาจัดรถอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ ที่รถเล็กไม่สามารถเคลื่อนไปได้ โดยให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายต่อไป ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลข 191 และ 1599 หรือ ตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ช.ม.

ทั้งฝนทั้งเย็น – ระดับแม่น้ำมูนที่เอ่อท่วม อ.วารินชำราบและอ.เมืองอุบลราชธานี ยังสูงมิดหลังคาบ้าน ด้านชาวบ้านที่อพยพไปอาศัยศูนย์พักพิงชั่วคราวเริ่มเจ็บป่วยจำนวนมากจากสภาพที่มีฝนตกและอากาศเริ่มหนาวเย็น เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

อุบลทั้งฝน-หนาวป่วยกว่า7พันคน
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.อุบลราชธานี ว่าชาวบ้านที่อพยพหนีแม่น้ำมูนที่ไหลท่วมบ้านเรือนที่อาศัยเมื่อราว 1 เดือนที่ผ่านมา อาศัยนอนในเต็นท์ตามศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้ง อ.วารินชำราบและอ.เมืองอุบลราชธานี เริ่มประสบปัญหาการเจ็บป่วยเป็นไข้หวัดจากสภาพอากาศหนาวที่มีลมพัดแรง แต่ละวันมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20-26 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะกลุ่มคนชรา คนสูงอายุและเด็กเล็ก วอนขอผ้าห่มกันหนาว เพราะเจอ 2 เด้ง ทั้งน้ำท่วม ลมหนาวพัดแรง บางครอบครัวอพยพหนีน้ำ โดยไม่ทันเอาเสื้อผ้าใช้กันหนาวออกมาด้วย ทำให้ขาดแคลนเครื่องใช้นุ่งห่ม จนป่วยเป็นโรคต่างๆ กว่า 7,000 คน

แม้จะมีคนใจบุญนำผ้าห่ม หมอน มุ้งใช้กันยุงมาให้บ้างแล้ว แต่ยังมีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่อพยพหนีน้ำพื้นที่ 2 อำเภอกว่า 5,800 ครอบครัว 18,407 คน โดยเฉพาะขณะนี้ยังมีฝนตกโปรยปรายจากอิทธิพลพายุเซินกา นอกจากมีอากาศเย็น ยังถูกละอองฝนพัดเข้าภายในเต็นท์ที่พักเป็นระยะ โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ของสำนักงานสาธารณสุขอุบลราชธานี มีผู้ป่วยในพื้นที่อุทกภัยน้ำท่วมป่วยเป็นโรคน้ำกัดเท้า 5,524 คน ระบบทางเดินหายใจไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ 1,278 คน โรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ 51 คน ตาแดง 33 คน เลปโตสไปโรซิส 1 คน อาการผื่นคันและอื่นๆ 328 คน รวมมีผู้ป่วย 7,218 คน และเป็นผู้ป่วยใหม่ในวันนี้ ด้วยโรคไข้หวัด และน้ำกัดเท้าถึง 135 คน

ติดค้าง – ผู้โดยสารกว่า 400 คน ตกค้างที่สนามบินอุบลราชธานี จากอิทธิพลพายุ ‘เซินกา’ ที่แม้จะอ่อนกำลัง เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ยังทำให้ฝนตกหนักอากาศแปรปรวนจนทำให้ต้องยกเลิกหลายเที่ยวบิน เมื่อค่ำวันที่ 15 ต.ค.

เครื่องบินลงไม่ได้ติดค้างอื้อ
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา จากอิทธิพลพายุเซินกา ทำให้ในพื้นที่ จ.อุบลฯ มีฝนตกหนักเครื่องบินของสายการบินพาณิชย์ในประเทศ ที่จะลงจอดที่สนามบินนานาชาติอุบลราชธานี หลายไฟลต์ไม่สามารถลงจอดได้ อาทิเที่ยวบินไทยไลอ้อนแอร์ SL628 ออกจากสนามบินดอนเมือง 14.45 น. เมื่อมาถึงสนามบินนานาชาติอุบลราชธานี ไม่สามารถลงจอดได้ ต้องไปลงจอดที่สนามบินอุดรธานี เพื่อรอสภาพอากาศและเติมเชื้อเพลิง ก่อนขึ้นบินกลับมาที่สนามบินนานาชาติอุบลราชธานีอีกครั้ง ในเวลาประมาณ 18.51 น. แต่เมื่อมาถึงก็ยังไม่สามารถลงจอดได้ และบินกลับสนามบินดอนเมือง พร้อมยกเลิกไฟลต์บิน

ขณะที่สายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD328 จากสนามบินดอนเมือง เวลา 17.35 น. พยายามร่อนลงจอด โดยมี การเปลี่ยนทิศทางการลงที่สนามบินนานาชาติอุบลราชธานีถึง 2 ครั้ง แต่ก็ ไม่สำเร็จต้องบินกลับสนามบินดอนเมือง และยกเลิกไฟลต์บินเช่นกัน

สำหรับผู้โดยสารกว่า 400 คนที่ตกค้างอยู่สนามบินนานาชาติจังหวัดอุบลราชธานี ของ 2 สายการบินคือ ไทยไลอ้อนแอร์ และนกแอร์ ที่ยกเลิกเที่ยวบินวันนี้ ให้คืนตั๋วโดยสายการบินคืนเงินให้เต็มจำนวน เพื่อเดินทางไปกับสายการบินอื่น หรือเลื่อนตั๋วไปกับไฟลต์อื่นเป็นเวลานาน 1 ปี และเปลี่ยนเที่ยวบินเป็นวันถัดไป

บุรีรัมย์น้ำล้นเขื่อนลำนางรอง
จากสถานการณ์น้ำเขื่อนลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ที่เกินระดับกักเก็บ 121 ล้านลูกบาศก์เมตร และล้นออกสปิลเวย์ ล่าสุดได้เอ่อท่วมแหล่งท่องเที่ยวหาดทรายเทียมเขื่อนลำนางรอง ศาลาที่พัก สวนสาธารณะสำหรับนั่งพักผ่อน ร้านอาหาร เครื่องเล่นเด็ก สูง 1-2 เมตร ทำให้ส่งผล กระทบกับพ่อค้าแม่ค้าริมเขื่อนกว่า 10 ราย หลายร้านต้องปิดไม่มีกำหนด ขณะที่ ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำนางรอง ก็ได้มีการติดป้ายแจ้งเตือนประชาชน นักท่องเที่ยว ระวังอันตรายอย่าลงเล่นน้ำเพราะน้ำลึกอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ชัยนาทปิดจุดคันแตกสำเร็จ
หลังจากได้ระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนเข้าดำเนินการ จนสามารถปิดจุดถนนคันคลองมหาราช ในพื้นที่ ม.12 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ที่ขาดลงได้ โดยการนำของนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรม ชลประทาน ได้เฝ้าติดตามการดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรม ชลประทาน เปิดเผยว่า จุดตรงนี้เราเริ่มดำเนินการซ่อมแซมหลังเกิดเหตุ เนื่องจากจุดค่อนข้างกว้างและลึก ซึ่งวันนี้สามารถปิดจุดได้เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งเป็นการปิดจุดได้สำเร็จแต่ยังต้องมีการปรับปรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรง จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ตรงนี้ การที่เขื่อนเจ้าพระยามีการปรับลดอัตราการระบาย ซึ่งอีก 1-2 วันคาดว่าจะมีการระบายต่ำกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปรับลดลงไปเรื่อยๆ จนถึง 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในกรณีที่ไม่มีฝนตกเพิ่ม

สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปเป็นแผนการฟื้นฟู คือระบบชลประทานที่ชำรุดเสียหาย ซึ่งในส่วนน้ำที่อยู่ในทุ่ง เรามีเครื่องมือสูบน้ำ นอกจากการระบายลงลำน้ำโดยกราวิตี้แล้ว ในจุดที่เป็นที่ลุ่มต่ำเรามีเครื่องสูบน้ำคอย ช่วยเหลือ

ผักไห่ระทม – เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงระดมรถแบ๊กโฮขุดดินทำคันกั้นน้ำบนถนนสายบางบาล-ผักไห่ ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกน้ำท่วมสูง เพื่อเปิดผิวจราจรอีกครั้ง เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

กรุงเก่าน้ำเริ่มทรง
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำลงเล็กน้อย ทำให้ระดับน้ำเริ่มทรงตัว น้ำที่ยังท่วมอยู่ในพื้นที่ 15 อำเภอ 156 ตำบล 1,019 หมู่บ้าน 73,438 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรกว่า 13,400 ไร่ และบ่อปลา กระชัง โค กระบือ ศาสนสถาน รวม 188 แห่ง ได้แก่ วัด 172 แห่ง โบสถ์ 1 แห่ง มัสยิด 15 แห่ง โรงเรียน 43 แห่ง สถานที่ราชการ 50 แห่ง (รพ.สต.) โดยพบว่า อำเภอผักไห่ เป็นพื้นที่ถูกน้ำจากแม่น้ำน้อย ซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนมาเป็นเวลากว่า 2-3 เดือน

นางมะลิ กิจสะสม อายุ 49 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ กล่าวว่า ชุมชนที่อยู่ติดแม่น้ำน้อย น้ำล้นตลิ่งสูงประมาณ 3-4 เมตรท่วมมาแล้วประมาณ 3 เดือน สภาพบ้านเรือถูกน้ำท่วมสูงถึงพื้นบ้าน บางหลังสูงจนถือขอบหน้าต่าง ส่วนบ้านของตนเองถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2.50 เมตร จนถึงพื้นบ้านสูงประมาณ 50 ซ.ม.ต้องหนุนบ้านเก็บของที่เก็บได้ไว้ที่สูง มีลูกมีหลาน ที่ว่ายน้ำไม่เป็น ต้องให้สวมเสื้อชูชีพตลอดเวลา เด็กเล็กต้องดูแลกันอย่างใกล้ชิด

กาญจน์ไม้ล้มขวางลำน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุต้นอินทนิล ขนาด 3-4 คนโอบ สูงประมาณ 45-50 เมตร อายุกว่า 200-300 ปี โค่นล้มขวางลำน้ำ ซองกาเรีย เกือบครึ่งลำน้ำ ห่างจากสะพานสายหลักออกไปประมาณ 100 -150 เมตร ที่บ้านซองกาเรีย หมู่ 8 ต.หนองลู อ.สังขละ บุรี จ.กาญจนบุรี ที่ตั้งอยู่ริมถนนสาย 323 สังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ นายสมชัย ภาษี อายุ 60 ปี ผู้ประกอบการร้านอาหารเผยว่า ตนเปิดร้านขายข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง อยู่ที่ริมฝั่งลำน้ำซองกาเรียมานานหลายปี และเห็นต้นอินทนิล ต้นดังกล่าวมานานมากแล้วเช่นกัน ซึ่งต้นอินทนิลมีความสูงประมาณ 50 เมตร โตประมาณ 3-4 คนโอบ อายุน่าจะประมาณ 200-300 ปี

ช่วงเวลาประมาณ 21.00-22.00 น.ของคืนวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังเข้านอน อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคล้ายต้นไม้โค่นล้มกระทบกับน้ำ แต่เนื่องจากเวลาดังกล่าวเป็นเวลากลางคืน ตนจึงไม่ได้ออกมาดูว่าเสียงที่ดังกระทบน้ำนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ จนกระทั่งตื่นนอนขึ้นมาในเช้าวันนี้ จึงเดินออกไปดู ก็พบว่าต้นอินทนิล ต้นดังกล่าวโค่นล้มกระทบกับกระแสน้ำที่กำลังไหลเชี่ยวอยู่

ซึ่งตนและชาวบ้านเกรงว่า กิ่งรวมทั้งต้นอาจจะถูกกระแสน้ำพัดไปกระแทกกับเสาสะพานที่เป็นสายหลักในการเดินทางเข้าออกด่านเจดีย์สามองค์ ได้รับความเสียหาย เพื่อเป็นการป้องกันจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเข้าไปตัดเพื่อเคลียร์พื้นที่โดยเร็ว หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปสะพานอาจจะได้รับความเสียหาย

พระสงฆ์ร่วมช่วยชาวบ้าน
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะประธานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม กล่าวว่า ช่วง 2 สัปดาห์นี้ เกิดน้ำท่วมขังหลายจังหวัดในภาคกลาง เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ มหาเถรสมาคม สานพลัง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และภาคีเครือข่ายจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ภายใต้โครงการพระสงฆ์สาธารณสงเคราะห์เสริมสร้างสังคมสุขภาวะ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมในแต่ละพื้นที่

คัดเลือกจากวัดที่มีความพร้อมจังหวัดละ 5 วัด ปัจจุบันมีวัดเข้าร่วม 487 แห่ง โดยมีพระนักพัฒนาการสาธารณสงเคราะห์ กลุ่ม “พระสงฆ์ไม่ทิ้งประชาชน” 21 รูป พร้อมอาสาสมัคร ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ คอยดูแลผู้ที่เดือดร้อนจากอุทกภัย ผู้ป่วยติดเตียง ส่งเสริมให้วัดและพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยในช่วงวิกฤต

ขณะที่พระครูพิศิษฏ์ประชานาถ รอง เจ้าคณะอำเภออัมพวา และเจ้าอาวาสวัด อินทาราม จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า วัด อินทาราม บริจาคทรัพย์ 1 ล้านบาท เปิดศูนย์ประสานงานช่วยเหลือฯ ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งมอบข้าวสารอาหารแห้ง ทั้งในพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ 300 ครัวเรือน อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ 350 ครัวเรือน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา 350 ครัวเรือน อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ 200 ครัวเรือน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา 200 ครัวเรือน การลงพื้นที่บริจาคเครื่องบริโภคให้กับประชาชนครั้งนี้ ถือเป็นการทำหน้าที่และภาระสำคัญของพระสงฆ์ ที่ต้องให้การสงเคราะห์เกื้อกูลแก่ประชาชน ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพกาย จิตใจ เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์คนในสังคม

ชัยนาทจมน้ำเสียชีวิตรายที่ 3
พ.ต.ท.ประวิง จิณาพันธ์ สว.(สอบสวน) สภ.สรรพยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท รับแจ้งว่ามีเหตุคนจมน้ำเสียชีวิต ในพื้นที่ ม.3 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.สรรพยา และ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท พบระดับน้ำลึกกว่า 2 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องนั่งเรือเข้าไป

ที่เกิดเหตุพบศพนายสุทรรศน์ ปรีเพน อายุ 45 ปี ชาว ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท สภาพศพไม่สวมใส่เสื้อ ใส่เพียงเสื้อชูชีพนอนจมน้ำเสียชีวิตติดอยู่กับต้นมะนาว สอบถามทางญาติแจ้งว่า พายเรือออกไป เจอผู้ตายลอยอยู่ที่หน้าบ้าน ตอนแรกเห็น แค่เพียงเสื้อชูชีพ พอพายเรือไปดึงเสื้อชูชีพจึงเห็นว่าผู้ตายจมน้ำเสียชีวิต ปกติแล้วผู้ตายชอบดื่มสุราเป็นประจำ และทุกเช้าจะพาคนแก่ไป ร.พ.แต่เมื่อเช้าไม่พบเจอ แต่ได้สอบถามญาติกัน เขาบอกว่า ผู้ตายเดินลุยน้ำเข้าออกบ้านอยู่บ่อยครั้ง จนมาพบศพเลยนำร่างมาพักคอยเจ้าหน้าที่ที่บันได และแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะเมาและเป็นตะคริวจนจมน้ำเสียชีวิต ซึ่งทางญาติไม่ติดใจต่อการเสียชีวิต จึงมอบร่างให้กับญาติเพื่อไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป ซึ่งจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.ชัยนาท ปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว จำนวน 3 ราย

สิงห์บุรีท่วมหนักกว่าปี 49
ที่จ.สิงห์บุรี บริเวณถนนสายสิงห์บุรี-ท่าช้าง ฝั่งตะวันออกวิ่งไปวัดพิกุลทอง เริ่มตั้งแต่ต.วิหารขาว ต.ถอนสมอ ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง ระยะทางหลายกิโลเมตร ประชาชนใน 3 ตำบลที่อาศัยอยู่ริมถนนฝั่งแม่น้ำน้อย ต้องนำเต็นท์ รถยนต์ สิ่ง ของต่างๆ มาไว้และใช้เป็นที่พักชั่วคราวเป็นเวลา 3 วันแล้ว หลังจากที่น้ำในแม่น้ำน้อยไหลย้อนกลับขึ้นมาจาก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ผ่านประตูระบายน้ำบางยางมณี และเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ทุกหมู่บ้านใน 3 ตำบล

ถึงแม้ว่าจะมาอยู่บนถนน ชาวบ้านเองก็ต้องหาแคร่ หรือหนุนที่นอนให้สูง บางรายใช้รถยนต์เป็นที่อยู่อาศัยและเก็บสิ่งของ เพราะถนนตลอดสายถูกน้ำไหลผ่าน บางช่วงสูงถึง 50 เซนติเมตร รถเล็ก รถกระบะที่ไม่ได้ยกสูง ไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ หน่วยงานราชการ สถานีอนามัย วัดหลายวัด รวมถึงวัดพิกุลทองหรือวัดหลวงพ่อแพก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน

ชาวบ้านบอกว่าพื้นที่อำเภอท่าช้างประสบอุทกภัยใหญ่ครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้ก็คือเมื่อปี พ.ศ.2549 ซึ่งในปีนั้นถนนสายสิงห์บุรี-อินทร์บุรี ขาดทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักเข้าพื้นที่ฝั่งตะวันตกของสิงห์บุรี น้ำท่วมพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งชาวบ้านบอกอีกว่าในปีนี้ปริมาณน้ำมากกว่าเมื่อปี 2549 แล้ว

‘บางระกำ’สุดระทม
ที่บริเวณถนนหมู่ที่ 6 หลังวัดโพธิ์หอม ต.ราชสถิตย์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ และไหลเอ่อเข้าท่วมถนนไปยังบ้านเรือนประชาชน สูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต่างเร่งเก็บข้าวของกันอย่างจ้าละหวั่น จากการสอบถาม นายยนต์ วัย 46 ปี ชาวบ้านที่เลี้ยงวัวกว่า 100 ตัว เล่าให้ฟังว่า มวลน้ำไหลเข้ามายังคอกวัวในช่วง 05.00 น. ของวันนี้ และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตนเร่งย้ายวัวและหญ้าฟางอาหารสัตว์ไป ไว้ที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วน ส่วนทางด้าน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าไชโย ได้ออกช่วยเหลือตัดไฟ เพื่อป้องกันอันตราย ส่วนเส้นทางสัญจรบริเวณด้านหลังวัดโพธิ์หอม มีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50-60 เซนติเมตร รถใหญ่ผ่านได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ มีกระแสน้ำกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปริมาณมวลน้ำไหลเข้าทุ่งเทวราชอย่างต่อเนื่อง

ส่วนที่บริเวณถนนสายทางสามแยก หมู่ที่ 4 ต.บางระกำ อ.โพธิ์ทอง ด้านหลังวัดสามประชุม เส้นทางไปยังสิงห์บุรี-สายเอเชีย วัดไชโย และอ่างทอง ตรงสามแยกมีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50-60 เซนติเมตร ได้เอ่อล้นจากคลองชลประทานไหลข้ามถนนไปยังพื้นที่ทุ่งตำบลอินทประมูล รถใหญ่ผ่านได้แต่ต้องระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงและสูง ส่วนรถเล็กอันตรายห้ามผ่าน

จมสามโคก – วัดไก่เตี้ย ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกระดับน้ำที่หลากจากแม่น้ำท่วมสูงทั้งวัดไม่สามารถประกอบศาสนพิธีได้สิ้นเชิง ขณะที่เจ้าอาวาสเผยต้องจำรับสภาพมานานนับเดือนแล้ว เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

‘บิ๊กแจ๊ด’มั่นใจปทุมฯรอดแล้ว
เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 15 ต.ค. ที่วัดถั่วทอง ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี พร้อมด้วยนายพีระศักดิ์ พงษ์พุฒิพัฒน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปทุม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่วัดถั่วทอง ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงเนื่องจากเป็นที่ลุ่มระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมในพื้นที่ชุมชน และพื้นที่เศรษฐกิจและถนนพหลโยธิน ได้พบว่าระดับน้ำลดลงกว่าเดิม 15 เซนติเมตร จากจุดท่วมสูงสุดจึงมั่นใจจังหวัดปทุมธานีรอดจากน้ำท่วมเตรียมช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำลด

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า สถานการณ์น้ำตอนนี้หลังจากที่เราตามมาตลอดทุกวันเกือบ 2 เดือน ว่าระดับน้ำขึ้นแค่ไหน และวันนี้เราได้ประสานกรมชลประทาน เราฟังข้อมูลข่าวสารจากอุตุฯ ว่ามีน้ำทะเลหนุนหรือไม่ ซึ่งวันนี้เป็นคืนสุดท้ายที่น้ำทะเลจะหนุน หากวันนี้ที่น้ำทะเลหนุนแล้วระดับน้ำยังต่ำกว่าระดับน้ำสูงสุด 15 เซนติเมตร เพราะฉะนั้นน้ำทะเลจะหนุนอีกทีวันที่ 29 ต.ค. ซึ่งถึงวันนั้นถ้าน้ำเหนือลงมาก็ทยอยลงทะเลหมดแล้ว ซึ่งทางกรมชลประทานจะรีบปล่อยน้ำ ระบายน้ำจากเขื่อนลงมาทางแม่น้ำเจ้าพระยาทางเดียวเพราะน้ำทะเลไม่หนุน ซึ่งภายใน 15 วันนี้ระบายน้ำเต็มที่ ผมมั่นใจแล้วปทุมธานีรอดแล้ว แต่เรายังห่วงพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อยู่ในคันกั้นน้ำ น้ำอาจจะเอ่อขึ้นมาอีก ขอให้ประชาชนอดทนอีกนิดเดียว ไม่ทอดทิ้งยังดูแลทุกเรื่อง ล่าสุดก็ทำห้องน้ำไปให้ซึ่งขณะนี้เราได้เตรียมการช่วยเหลือหลังน้ำลดแล้วทั้งหมด ขอให้สบายใจว่าปทุมธานีรอดแล้ว

นนท์จุดกลับรถผ่านได้แล้ว
น.ส.อโรชา นันทมนตรี รองผวจ.นนทบุรี เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหาน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าท่วมถนนนครอินทร์ บริเวณเชิงพระราม 5 ต.บางไผ่ อ.เมืองนนทบุรี และท่วมบริเวณถนนชัยพฤกษ์ บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานพระราม 4 อ.ปากเกร็ด ด้านฝั่งตะวันตกมาหลายวันต่อเนื่อง แขวงทางหลวงชนบทนนทบุรี ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง เพื่อสูบระบายน้ำในกรณีช่วงน้ำทะเลหนุนสูงและมีน้ำท่วมขัง พร้อมทั้งได้ประสานสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนนทบุรี เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้ว อีก 1 เครื่อง ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ

จุดที่ 2 สะพานพระราม 4 ถนนชัยพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด แขวงทางหลวงชนบทนนทบุรี ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ได้เสริมคันดินสูงประมาณ 1 เมตร ยาว 200 เมตร บริเวณใต้สะพานพระราม 4 ทิศเหนือฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าห้าแยกปากเกร็ด เพื่อกั้นน้ำจากฝั่งขาออก ซึ่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้ไหลเข้าท่วมถนน เพื่อให้รถสามารถสัญจรได้ พร้อมทั้งเปิดการจราจรบริเวณจุดกลับรถให้วิ่งสวนกันได้ สำหรับฝั่งทิศใต้ได้ดำเนินการเสริมคันดินสูงประมาณ 1 เมตร และวางแนวกระสอบทรายยาว 200 เมตร บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานพระราม 4 ถนนชัยพฤกษ์ฝั่งขาออกมุ่งหน้าถนนราชพฤกษ์ ตรงปลายสะพานซึ่งติดริมน้ำ พร้อมทั้งวางแนวคันดินและกระสอบทรายริมถนนชัยพฤกษ์ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นแล้ว

ซึ่งล่าสุดพบว่าวันนี้ตั้งแต่เช้าจนถึงเวลานี้ น้ำไม่มีเข้าท่วมถนนและจุดกลับรถประชาชนสามารถเดินทางได้เป็นปกติ โดยยังมีน้ำซึมมาท่วมถนนบริเวณจุดกลับรถอยู่บ้างเล็กน้อย

ยะเยือก – ยอดดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ถูกหมอกปกคลุมไปทั่ว เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากที่ได้มาสัมผัสธรรมชาติ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นยะเยือก 8 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

ดอยอินทนนท์ 8 องศา
ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศบนดอยอินทนนท์ ว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ อุณหภูมิลดเหลือ 8 องศาเซลเซียส หลังจากเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา อุณหภูมิอยู่ที่ 11 องศาเซลเซียส จากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้ในช่วงเช้าวันนี้มีหมอกปกคลุมทั่วดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวอย่างมากที่ได้มาสัมผัสธรรมชาติ ด้านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ รายงานว่า ในช่วงเช้าวันนี้ดอยอินทนนท์มีฝนตกลงมาต่อเนื่อง อุณหภูมิต่ำสุดลดลงเหลือ 8 องศาเซลเซียส ส่วนที่กิ่วแม่ปาน อุณหภูมิวัดได้ 11 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงบ่ายจะมีฝนตกลงมาอีก

รับหนาว – นักท่องเที่ยวดื่มด่ำกับความสวยงามของทะเลหมอกที่ผานกแอ่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น 13 องศา โดยพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ยังมีฝนตกบ้างคาดเป็นฝนทิ้งท้ายเข้าสู่ฤดูหนาว เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

ภูหลวง-ภูกระดึง-ภูเรืออย่างเย็น
ส่วนพื้นที่ภาคอีสานตอนบน แหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติต่างๆ ซึ่งหลังฝนตกนั้น ทำให้บรรยากาศแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มความงดงามตามธรรมชาติ โดยเฉพาะบนผานกแอน อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งเป็นภาพความสวยงามแบบฟ้าหลังฝนช่วงสุดท้าย สำหรับผานกแอ่น ช่วงเช้าจะมีแสงอาทิตย์ผสมกับสายหมอกหลังฝนที่สวยงาม ฟ้าหลังฝน ทะเลหมอก ผานกแอ่น ซึ่งช่วงนี้นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมาก 300-500 คนต่อวัน

อุณหภูมิต่ำสุดอุทยานแห่งชาติภูกระดึง 13.0 อุทยานแห่งชาติภูเรือ 13.0 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 12.0 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 16.0 อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (อ.นาแห้ว) 16.0 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดยอดหญ้าที่ อ.เมืองเลย 19.0 องศาเซลเซียส

ปราจีนผิงไฟแก้หนาว
นายดำริห์ รัตนชินกร นายกสมาคมการท่องเที่ยว จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า สภาพอากาศในพื้นที่เริ่มหนาวเย็นลง รับอุณหภูมิระหว่าง 22-23 องศาเซลเซียส พบดอกหงอนนาคที่ปลูกในรีสอร์ตที่ราบต่ำแห่งเดียวที่ไม่ต้องไปชมความงามไกลขึ้นไปบนดอยสูง บนเนื้อที่เกือบ 10 ไร่ ตอนนี้ออกดอกชูสะพรั่งร้อยเปอร์เซ็นต์เบ่งบานรับลมหนาวแรกและรอรับการมาเยือนจากนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศแล้ว และหลังชมดอกหงอนนาคแล้ว ยังท่องเที่ยวต่อได้หลายที่ อาทิ วัดล้านหอยที่นำหอยนับล้านๆ ตัวมาประดับตกแต่ง สถาปัตยกรรม ประติมากรรม ได้อย่างสวยงามตระการตา เที่ยวล่องแก่งหินเพิง เป็นต้น

ด้านนางนคร บุญหว่าน บ้านดอยลำพู หมู่ 10 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า อากาศหนาวเย็นตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา จึงต้องหาเสื้อกันหนาวมาสวมใส่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ปีนี้คาดว่าอาจจะหนาวกว่าปีที่แล้ว ต้องสวมเสื้อผ้ากันหนาวเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นป้องกันการเป็นไข้หวัด

ส่วนนางน้อย อาจต้น ชาวบ้านสันดัน หมู่ 5 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี บอกว่าเมื่อคืนอากาศหนาวมาก ถึงขนาดต้องหาฟืนก่อไฟผิงกันหนาว และไม่อาบน้ำ หนาวจริงๆ เกินกว่าที่จะอาบน้ำได้ ต้องหาเสื้อผ้ากันหนาวมาใส่และห่มผ้าหนาๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยเพราะอากาศหนาวเย็น ทำให้ร่างกายอ่อนแอเป็นหวัดได้ง่ายและมีอาการเจ็บคอแล้วจะมีอาการไอเรื้อรัง อากาศหนาวเย็นแบบนี้ต้องดูแลสุขภาพให้ดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน