แก๊งยาใต้สุดเหิม ยกพวกปิดล้อม ยึดคืนของกลาง
ปล้นอุกอาจ แก๊งยาเสพติดใต้ ล้อมจนท.ฝ่ายปกครอง ชิงอาวุธ- รถราชการ-ยาบ้าของกลาง 10 มัด 2 หมื่นเม็ด เพิ่งล่อซื้อจับหนุ่มเชียงราย ที่หน้าโรงเรียนในอ.รัตภูมิ สงขลา ยกพวก 20 คนอาวุธครบมือ รถ 4 คันปิดล้อมเจ้าหน้าที่และอส. ปลดอาวุธปืน-กระสุน และมือถือ จี้ให้ขึ้นรถคนร้ายที่อ้างเป็นตำรวจ ก่อนพาไปทิ้งห่างจากจุดเกิดเหตุแล้วขับรถหนีไป ภาค 9 ระดมทีมไล่ล่า เค้นผู้ต้องหาที่จับได้คาดแก๊งเดียวกัน
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รองผู้บังคับการสืบสวนภาค 9 (รองผบก.สส.ภ.9) เรียกประชุม พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร รองผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.ศิรโกศล ปราบกรี ผกก.สภ.รัตภูมิ ชุดตำรวจสืบสวน ภ.จว.สงขลา และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 สรุปเหตุการณ์และวางแนวทางการสืบสวนล่าตัวแก๊งคนร้ายราว 20 คน คาดว่าเป็นเครือข่ายแก๊งยาเสพรายใหญ่ในพื้นที่ อ.รัตภูมิ ที่ก่อเหตุปล้นชิงยาเสพติดของกลางจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสงขลา ภายหลังล่อซื้อยาบ้าจำนวน 10 มัด จำนวน 2 หมื่นเม็ด จากนายธนกร (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาว จ.เชียงราย เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา และได้ควบคุมตัวนายธนกร มาสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมด้วยเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายทั้งหมด เพราะเชื่อว่าน่าจะรู้จักกับกลุ่มคนร้าย นอกจากนี้ ยังได้เชิญหัวหน้าชุดล่อซื้อพร้อม อส.อีก 5 นายมาสอบสวนในรายละเอียดเพิ่มเติมด้วย
ขณะที่แนวทางการสืบสวนล่าตัวคนร้าย ทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพ จากกล้องจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้าย ใช้หลบหนี โดยแยกเป็น 4 เส้นทางคือ เส้นทาง ท่าชะมวง-หาดใหญ่ เส้นทางท่าชะมวง-สตูล เส้นทางรัตภูมิ-คูหา และเส้นทางเข้าบ้านนิคมร่วมพัฒนา ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อที่สามารถแยกไปได้อีกหลายเส้นทาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุการณ์ปล้นอุกอาจดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 21.30 น. คืนวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา โดย พ.ต.อ.ศิรโกศล ปราบกรี ผกก.สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา ร.ต.อ. ไพโรจน์ แก้วห่อทอง รองสว.สอบสวน รับแจ้งจากจ่าเอกไพรัช แก้วมณี เจ้าพนักงานปกครอง รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสงขลา พร้อมอส.อีก 5 นาย ประกอบด้วย อส. นายเลิศฤทธิ์ ไชยพฤกษ์กุล, นายพิษณุ รัตนอุไร, นายอศิสักดิ์ หวังนิ, นายเฉลิมศักดิ์ ทองหวัง และนายสุทธิพงษ์ สุวรรณชาตรี ว่าถูกแก๊งคนร้ายราว 20 คน ปล้นยาเสพติดของกลาง อาวุธปืนประจำตัวและรถยนต์ไป เหตุเกิดบริเวณทางเข้านิคมร่วมพัฒนาหรือศาลาเขียว พื้นที่หมู่ 11 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

จุดปล้นจนท. – เจ้าหน้าที่เข้าเก็บหลักฐานและหาเบาะแส 20 คนร้ายอาวุธครบมือ บุกล้อมรถเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองปล้นปืนของทางราชการและยาบ้าของกลางที่เพิ่งล่อซื้อจับกุม บริเวณทางเข้านิคมร่วมพัฒนา หรือศาลาเขียว ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 19 ต.ค.
จ่าเอกไพรัชกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ล่อซื้อยาบ้าจากนายธนกร ผู้ต้องหา ได้ของกลางยาบ้า จำนวน 10 มัด ที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านควนสะตอ หมู่ 3 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ และได้ให้นายธนกร ขยายผลล่อซื้อยาเสพติด ซึ่งเป็นยาไอซ์ อีก 8 กิโลกรัม จากนายดำ ไม่ทราบชื่อจริง อยู่ที่จ.สตูล โดยนัดส่งมอบของกันในเวลา 19.45 น. ที่บริเวณแยกศาลาเขียว หมู่ 11 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดล่อซื้อจับกุมใช้รถ 2 คัน โดยจ่าเอกไพรัช กับอส.อีก 5 ใช้รถยนต์เก๋ง และให้ อส.สุทธิพงศ์ ควบคุมตัว นายธนกรไปกับรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีดำ ทะเบียน บษ 8065 เชียงราย ซึ่งเป็นรถของ ผู้ต้องหา แต่เมื่อไปถึงจุดนัดพบ ได้มีรถยนต์ จำนวน 4 คัน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ทุกคัน ประกอบด้วย รถยนต์กระบะอีซูซุ แค็บ สีเงิน มีราวกั้นด้านหลัง คันที่ 2 รถยนต์เก๋ง โตโยต้า ยาริส สีขาว รถยนต์เก๋ง ฮอนด้า แจ๊ซ สีขาว และรถยนต์กระบะ ไม่ทราบยี่ห้อ และ สี เข้ามาจอดรถปิดล้อม รถคันของจ่าเอกไพรัช
ต่อมามีกลุ่มชาย ประมาณ 20 คน มีอาวุธปืนพกสั้นทุกคน และมีอาวุธปืนยาว เอ็ม 4 อีก 1 กระบอก บังคับให้ทุกคนลงจากรถ ให้ถอดเสื้อและปลดอาวุธปืนพกประจำกาย ประกอบด้วย อาวุธปืนพกสั้น 9 ม.ม. ของเจ้าหน้าที่รวม 5 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่องไป โดยคนร้ายสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าเป็นหน่วยใด จ่าเอกไพรัชแจ้งว่า เป็นเจ้าหน้าที่มี บัตร ป.ป.ส. และส่งบัตร ป.ป.ส. ให้คนร้ายดู และทางกลุ่มคนร้ายจึงอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.รัตภูมิ
จากนั้นคนร้ายได้ให้จ่าเอกไพรัชกับพวก รวม 5 คน ขึ้นรถยนต์กระบะคันที่มีราวกั้น นำตัวไปปล่อยทิ้งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร จากนั้นคนร้ายขับรถหลบหนีไป พร้อมกับขับรถยนต์เก๋ง มิตซูบิชิ มิราจ สีดำ ทะเบียน กจ 5064 กทม. ของจ่าเอกไพรัช ซึ่งในรถมียาบ้า ของกลาง จำนวน 10 มัด ที่ล่อซื้อมา
ต่อมาอส.สุทธิพงษ์ ที่อยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นเหตุการณ์จึงขับรถมาแจ้งเหตุที่สภ.รัตภูมิ ทางตำรวจสภ.รัตภูมิจึงนำกำลังไปช่วยจ่าเอกไพรัช กับพวก ออกจากที่เกิดเหตุ พามาที่ สภ.รัตภูมิ และแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว