ซีกรัฐบาลกร้าว!รุมค้านแก้‘ม.112’กมธ.ไม่ห่วง2พรป.
‘นิโรธ’ เล็งชู ‘หม่อมอุ๋ย’ กลับมาเป็นมือเศรษฐกิจของพปชร. สู้เลือกตั้งครั้งหน้า ปัดไม่รู้เรื่องแกนนำพรรคเตรียมจับเข่า ‘บิ๊กป้อม’ จี้ตัด ท่อน้ำเลี้ยงส.ส.งูเห่าจ่อย้ายค่าย ‘จุรินทร์-เฉลิมชัย’ นัดวันเปิดตัว 9 ผู้สมัครส.ส.นครศรีฯ มั่นใจกวาดเก้าอี้ยกจังหวัด ‘ชินวรณ์’ ยัน ปชป.หนุนตั้งส.ส.ร.แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่ห้ามแตะมาตรา 112 ลั่นใครคิดแก้เอาคนกลับบ้าน ต้องรับผิดชอบเอง ‘วราวุธ’ ยันชทพ.ก็ไม่แก้ ม.112 พปชร.ย้ำเทิดทูนสถาบัน
‘นิโรธ’ไม่รู้พปชร.จี้ดัดหลังงูเห่า
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และประธานคณะกรรมการประสานงานสภา ผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณี ที่มีข่าวแกนนำพรรคพลังประชารัฐจะเสนอพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เลิกดูแลกลุ่มส.ส.ที่เตรียมย้ายพรรค ว่า ไม่ทราบ เพราะติดลงพื้นที่พบประชาชน ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคพลังประชารัฐจะรับมือส.ส.ที่จ่อย้ายพรรคช่วงใกล้เลือกตั้งอย่างไร นายนิโรธกล่าวว่า คิดว่าตอนนี้ยังไม่ใกล้เลือกตั้ง ต้องรอดูสถานการณ์หลังไทยเป็นเจ้าภาพจัดเอเปคในเดือนพ.ย.นี้ สัญญาณจึงจะชัดเจน
นอกจากนี้ ต้องรอดูว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือกฎหมายลูก ที่ยังอยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ทราบว่าจะออกมาอย่างไร จะผ่านหรือไม่ คาดว่าผลการวินิจฉัยจะออกมาช่วงหลังปีใหม่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับกติกาการเลือกตั้งยังเป็นแบบครึ่งบกครึ่งน้ำ และไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ 4 ปีหรือไม่ หรือพอใกล้ๆ แล้วประกาศยุบสภา
เล็งชู‘หม่อยอุ๋ย’ทีมศก.พรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคพลังประชารัฐหามือเศรษฐกิจ ที่จะมาอยู่ในรายชื่อแคนดิเดตนายกฯเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้หรือยัง นายนิโรธกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องพูดคุยกันและไม่ได้อยู่วงในจึงตาไม่ถึง ส่วนมือเศรษฐกิจที่มีอยู่ปัจจุบันส่วนใหญ่จะเด่นด้านการตลาด อาจมาจากตลาดหลักทรัพย์ นักธุรกิจ นักวิชาการด้านการตลาด แต่คิดว่ามือเศรษฐกิจของพรรค พลังประชารัฐควรมาจากผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจมหภาค
“ที่เห็นคือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เพราะหลังผ่านโควิด-19 ประเทศต้องการมือเศรษฐกิจระดับมหภาค ที่สามารถสร้างความมั่นคงให้ประเทศได้ ซึ่งผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐและพล.อ.ประยุทธ์ ก็มองเห็นถึงประเด็นนี้ มือเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องมาเป็นนายกฯ แต่มาเป็นทีมเศรษฐกิจก็ได้” นายนิโรธกล่าว
กกต.พร้อมยื่นแจงกม.ลูก
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวกรณีที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมเมื่อ วันที่ 19 ต.ค. มีความเห็นให้ประธานกกต.ส่งคำชี้แจงเพิ่มเติมกรณีรับคำร้องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ. … มาตรา 25 และมาตรา 26 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 93 และมาตรา 94 หรือไม่ และตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยขอให้ยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ว่า เบื้องต้นขอตรวจสอบกับสำนักงานกกต.ก่อนว่าได้รับหนังสือจากศาลแล้วหรือไม่ แต่ต้องส่งความเห็นเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลาตามคำขอของศาลรัฐธรรมนูญ
ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญขอให้กกต.อธิบายคือวิธีการคำนวณหาจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ส่วนร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง นั้นศาลรัฐธรรมนูญให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาข้อกฎหมาย โดยไม่ได้ให้กกต.ชี้แจงในส่วนนี้
กมธ.ไม่ห่วง-เชื่อทันเลือกตั้ง
ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยเลือกตั้งส.ส. มีประเด็นสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญส่งมาให้ประธาน กกต. เพื่อขอความเห็นในมาตรา 25 และมาตรา 26 คือ เรื่องเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนจากบัตรใบเดียว สัดส่วนผสม มาเป็นบัตรสองใบและให้เสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับมาตรา 23 และมาตรา 94 ซึ่งเป็นมาตราที่ กมธ.ไม่ได้แก้ไข เพราะเห็นว่าเมื่อแก้ไขในรัฐธรรมนูญมาตรา 91 แล้ว ถือเป็นกฎหมายหลักที่เปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญกำหนดระยะเวลาให้ กกต.พิจารณาส่งข้อมูลภายใน 15 วัน ถือเป็น กระบวนการปกติตามระเบียบการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ หากดูห้วงเวลาพิจารณา คิดว่ายังอยู่ในห้วงเวลาที่ กกต.สามารถดำเนินการได้ทันการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป
“กฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ผมไม่ก้าวล่วงการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะกมธ. เห็นว่ากฎหมายพรรคการเมืองเป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล และผ่านกมธ.ด้วยเสียงข้างมากและมีการพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว หากสำนักงานสอบสวนของศาลรัฐธรรมนูญต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กมธ.ยินดีให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน ส่วนกฎหมายเลือกตั้งส.ส. ผมไม่ค่อยเป็นห่วงเพราะร่างที่ผ่านรัฐสภา ยึดตามร่างที่กกต.เสนอมา จึงเชื่อว่ากกต.สามารถให้ข้อมูลอย่างรอบด้านได้” นายชินวรณ์กล่าว
ปชป.จ่อเปิดตัว 9 ผู้สมัครนครศรีฯ
นายชินวรณ์กล่าวถึงการเตรียมผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ทั้ง 9 เขต ว่า ขณะนี้ได้ผู้สมัครครบทั้ง 9 เขตแล้ว จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 12 พ.ย.นี้ มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค ไปเปิดตัวทั้ง 9 เขต มีบุตรสาวของตนลงสมัครในเขต 6 ด้วย คือน.ส.ปุณณ์สิริ บุณยเกียรติ หรือน้องบีท เชื่อว่าจะสามารถประสานกับคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ในพรรคได้ มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าชาวนครศรี ธรรมราช จะขานรับพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าสามารถทำได้ทั้ง 9 เขต เนื่องจากเราได้คนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเก่าประสานเป็นเนื้อเดียวกัน
“พรรคประชาธิปัตย์มีกระแสที่ดีขึ้นในภาคใต้ และการเลือกตั้งระบบบัตรสองใบ จะทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ เหมือนที่ประชาชน เคยตัดสินในมาแล้ว วันนี้ประชาชนบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เหมือนยางพารามีขึ้นมีลง แต่เป็นพืชเศรษฐกิจ แต่พรรคอื่นเป็นบอนสี ดังชั่วคราวเท่านั้นเอง” นายชินวรณ์กล่าว
ค้านแก้ ม.112-เอาคนกลับบ้าน
นายชินวรณ์กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกล(ก.ก.) เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบก้าวหน้า 9 ประเด็นว่า ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่สามารถเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จ และวันนี้จุดยืนของพรรคชัดเจนว่าจะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกประเด็น โดยเสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ขึ้นมายกร่างทั้งฉบับ มีประเด็นใดก็แล้วแต่ที่จะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้นเราไม่ขัดข้อง แต่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข มาตรา 112 และหมวดที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์
พรรคเห็นด้วยกับการทำประชามติพร้อมการเลือกตั้งครั้งถัดไป เหมือนที่เคยพูดในสภา เพื่อให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดว่าจะให้มีการแแก้ไขทั้งฉบับหรือไม่ และประหยัด งบประมาณถึง 3 พันล้านบาท รวมทั้งให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรมนูญที่ว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องทำประชามติก่อน ขอให้ทุกอย่างยึดตามหลักกฎหมาย แต่ถ้าใครดำเนินการเพื่อประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าพรรคที่จะดำเนินการเอาใครคนหนึ่งกลับบ้าน หรือพรรคที่มีนโยบายอาจจะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ก็เป็นเรื่องของพรรคนั้นๆ ที่ต้องรับผิดชอบ
‘ท็อป’ลั่นดินกลบหน้าก็ไม่ยุ่ง 112
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนา เรื่องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า จุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนา คือจะไม่ไปยุ่งอะไรกับมาตรา 112 เพราะตั้งแต่ตนเกิดมาจนถึงทุกวันนี้ ก็ไม่เห็นคนทั่วไปมีปัญหา อีกทั้งปัจจุบันขนาดบุคคลธรรมดายังมีคดีหมิ่นประมาทอยู่ในศาลตั้งหลายร้อยหลายพันคดี
“มาตรา 112 ไม่ใช่มาตราที่หาเรื่องใคร แต่ใช้เพื่อปกป้องสถาบันอันเป็นที่รัก หากมีใครอุตริไปหาเรื่อง เราต้องมีอุปกรณ์หรือกฎหมายใดปกป้องสถาบันได้ มาตรา 112 มีมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย ไม่เห็นใครมีปัญหา หัวเด็ดตีนขาดก็ต้องมีมาตรา 112 รอให้ดินกลบหน้าผมไม่ยอมแก้มาตรา 112 แน่นอน”นายวราวุธ กล่าว
พปชร.ย้ำเทิดทูนสถาบัน
น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พรรคพลังประชารัฐไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 112 ที่เป็นบทบัญญัติในการคุ้มครองประมุขของรัฐ ซึ่งเราชัดเจนมาโดยตลอด ต่อการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พรรคพลังประชารัฐจะยึดมั่นแนวทางนี้ ไม่มีเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังมุ่งมั่นให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขจัดความเหลื่อมล้ำ และสานต่อพันธกิจเพื่อประชาชน คือสวัสดิการประชารัฐ ดูแลประชาชนทุกคนให้เข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ด้วยแนวคิด “จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน” ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่จะดูแลประชาชน ในทุกช่วงชีวิต รวมถึงเศรษฐกิจประชารัฐ ด้วยการสร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียม ตลอดจนสังคมประชารัฐ ที่มุ่งขับเคลื่อนสังคมให้สงบสุข เข้มแข็ง และแบ่งปัน
สอท.เขย่าเมืองชัยนาท
ที่ อ.เมือง จ.ชัยนาท นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคกลาง พร้อมด้วยนายโอฬาร ตั้งวงศ์กิจ ผู้ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย จ.ชัยนาท นายประวิทย์ สุวรรณสัญญา ผู้ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย จ.พระนครศรีอยุธยา และทีมงาน ลงพื้นที่พบปะพูดคุยแกนนำและกลุ่มชาวบ้าน จ.ชัยนาท
นายวัชระกล่าวว่า จ.ชัยนาท เป็นเหมือนหลายจังหวัดในภาคกลาง คือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ ทั้งการท่องเที่ยวและภาคการเกษตร อีกทั้งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก แต่กลับเป็นจังหวัดที่ไม่มีความเจริญมากเท่าที่ควร ตนมองว่ามาจากสาเหตุหลักๆ 2 ประการคือ 1.ขาดการดูแลเอาใจใส่จากภาคราชการอย่างเพียงพอ และ 2.ภาคการเมืองไม่ได้ดึงความเจริญหรืองบประมาณลงสู่พื้นที่มากพอและเหมาะสม
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะให้โอกาสคนใหม่และพรรคใหม่เป็นทางเลือกใหม่ได้เข้ามาช่วยพัฒนาพื้นที่ อยากให้พี่น้องชาว จ.ชัยนาท ให้โอกาสนายโอฬาร ตั้งวงศ์กิจ ผู้สมัคร ส.ส.ชัยนาท เขต 1 และพรรคสร้างอนาคตไทย ซึ่งถึงแม้จะเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่เป็นพรรคที่ตนมั่นใจว่ามีทีมเศรษฐกิจเก่งเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งการันตีได้จากการที่พรรคมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเป็นผู้นำ
“อยากฝากพี่น้องประชาชนชาว จ.ชัยนาท ว่าตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ไม่ใช่มรดกหรือสมบัติประจำตระกูลที่คิดจะมอบให้ลูกให้หลานให้พี่ให้น้องหรือบุคคลใกล้ชิด ไปครอบครองตามอำเภอใจ ฉะนั้นจงอย่าเลือกเพราะความเกรงใจหรือรู้จักมักคุ้นเพียงเท่านั้น แต่จงเลือกคนที่เห็นว่าจะทำงานให้กับเราอย่างจริงจัง ไม่ทิ้งพื้นที่ ผมมองว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องรักษาสิทธิ์อันชอบธรรมของตนเองในการที่จะชี้ชะตาและกำหนดอนาคตของ จ.ชัยนาท ว่าจะให้เดินไปในทิศทางใด จะย่ำรอยอยู่กับสิ่งเดิมๆ หรือจะแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ” นายวัชระกล่าว
รองโฆษกรัฐบาลซัดเพื่อไทย
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย(พท.) แสดงความเห็นคัดค้านโครงการคนละครึ่ง ไม่ได้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจว่า โครงการคนละครึ่ง เฉพาะ เฟส 5 ที่กำลังดำเนินการอยู่นี้มีประชาชนกว่า 26.5 ล้านคนและร้านค้ารายย่อยเกือบ 1 ล้านรายได้ประโยชน์ และผลประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของนักการเมือง แต่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนโดยตรง
การที่นายพิชัยเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้สินมากกว่าโครงการคนละครึ่งนั้น ต้องถามว่า นายพิชัยไปอยู่ดูไบมาหรืออย่างไรถึงไม่รู้ว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาความยากจนแบบมุ่งเป้าเจาะรายบุคคล และประกาศให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับกระทรวงการคลังและเจ้าหนี้ 65 ราย ได้ขานรับนโยบายของรัฐบาล จัดกิจกรรม “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้” ขึ้น เปิดให้ลงทะเบียนทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.2565 เพื่อให้ลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้จากผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ปัญหาค่าครองชีพ สามารถแก้ไขหนี้และเริ่มต้นใหม่ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีโครงการสัญจรด้วย ซึ่งธนาคารของรัฐ อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย จะจัด “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้สัญจร” ในอีก 5 จังหวัด
ขวางคนละครึ่ง-พูดเลื่อนลอย
ส่วนในกรณีลูกหนี้ไม่สามารถเข้าร่วมมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ได้ ยังมีช่องทางในการแก้ไขปัญหาหนี้ เช่น กรณีหนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน สามารถเข้าร่วมโครงการ “คลินิกแก้หนี้” และมีโครงการ “ทางด่วนแก้หนี้” เป็นช่องทางเสริมเพื่อขอรับความช่วยเหลือด้านการชำระหนี้ ในขณะที่ลูกหนี้รายย่อยและธุรกิจสามารถขอรับคำปรึกษาแก้ไขหนี้ผ่านทางโครงการ “หมอหนี้เพื่อประชาชนได้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้รื้อระบบการคิดดอกเบี้ยให้เป็นธรรมมากขึ้นเพื่อลดภาระความเดือดร้อนจากดอกเบี้ยของลูกหนี้
ทั้งนี้ เป็นที่น่ายินดีที่นายพิชัยยอมรับเองว่า “ภาวะปัจจุบันซึ่งเศรษฐกิจเริ่มที่จะฟื้นตัว” ขณะนี้ดัชนีทางเศรษฐกิจอยู่ในทิศทางที่ดี สัญญาณเศรษฐกิจดีขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ปี 2565 จะมากกว่า 3% และรัฐบาลมั่นใจว่าจีดีพีปีนี้จะดีกว่าที่คาดไว้ตามเป้าหมาย ในช่วงสิ้นปียิ่งเป็นโอกาสดีที่จะมีมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับการพิจารณาอนุมัติโครงการคนละครึ่งเพิ่มเติมหรือไม่นั้น จะมีการพิจารณาจากข้อมูลทางเศรษฐกิจและฐานข้อมูลหลายด้านประกอบกัน ไม่ได้นึกเองคิดเองแบบนายพิชัยวิจารณ์โดยที่ไม่เห็นข้อมูลครบถ้วน
“การวิจารณ์ของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เป็นการพูดแบบเลื่อนลอย ไม่มีข้อมูลที่ดีและเพียงพอ พยายามหาช่องตัดเงินประชาชนที่จะได้ใช้จ่ายในยามวิกฤตถึง 25 ล้านคน และยังทำลายความหวังและบรรยากาศการฟื้นตัวของประเทศในช่วงปลายปี จึงอาจทำให้สังคมสงสัยว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับภารกิจพานักโทษหนีคดีทุจริตเพียง 2 คน กลับบ้านเท่านั้นหรือ” น.ส.ทิพานันกล่าว