กรมอนามัยเตือนชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล รับมือฝุ่นพิษ‘พีเอ็ม 2.5’ หลังพบเกินมาตรฐาน 16 จุด แนะทำความสะอาดบ้านเรือน ที่นอน หมอน มุ้ง ลดปริมาณฝุ่นสะสมในครัวเรือน ศูนย์เด็กเล็กควรจัดเตรียมห้องปลอดฝุ่นให้เด็ก ‘ผู้ว่าฯ ชัชชาติ’ ประชุมคณะผู้บริหารรับมือ เข้มงวดควันรถ ไซต์ก่อสร้าง แพลนท์ปูน โรงงานที่มีความเสี่ยงสูง 260 แห่ง ส่วนโรงเรียนฝึกซ้อมชักธงตามลำดับความรุนแรงให้เด็กคุ้นเคย สั่งจับตาประกาศเตือนล่วงหน้า 3 วัน
เมื่อวันที่ 25 ต.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้บางพื้นที่ค่าฝุ่น พีเอ็ม 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน โดยวันที่ 25 ต.ค. ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ และ กทม. พบค่าฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ระหว่าง 13-70 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อลบ.ม.) เกินมาตรฐาน 16 สถานี ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สูงสุดอยู่บริเวณริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้
การป้องกันและลดการเพิ่มฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ควรเริ่มตั้งแต่ภายในบ้าน ด้วยการทำความสะอาดเพื่อลดแหล่งสะสมฝุ่น ได้แก่ 1.เครื่องปรับอากาศ เช็ดทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ หรือหน้ากากเครื่องปรับอากาศ ด้วยผ้าเปียกบิดหมาด หรือเปิดน้ำเบาๆ แล้วใช้แปรงขนอ่อนถูเบาๆ จนสะอาดและนำไปผึ่งแดดหรือลมจนแห้ง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง รวมทั้งหมั่นตรวจเช็กสภาพเครื่องปรับอากาศทุก 6 เดือน
2.ผ้าม่าน ปลดผ้าม่านลงจากราง นำไป แช่น้ำผสมผงซักฟอก 30-60 นาที ให้ฝุ่นผงที่ฝังติดลึกในเนื้อผ้าคลายตัวออก ทำความสะอาด และนำไปตากจนแห้ง 3.หลังตู้เสื้อผ้า ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเป็นประจำ 4.มุ้งลวด ถอดออกมาฉีดน้ำล้าง ใช้แปรงขนอ่อนขัดเบาๆ อาจใช้น้ำยาทำความสะอาดร่วมด้วยล้างให้สะอาด ผึ่งแดดหรือลมจนแห้งก่อนนำมาติดตั้งใหม่
5.ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ซักทำความสะอาดแล้วตากจนแห้ง ควรเปลี่ยนเป็นประจำ 6.พรม ควรดูดฝุ่นเป็นประจำ สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือหอบหืด ควรเลี่ยงการใช้พรมในบ้าน และ 7.พัดลม ถอดใบพัดและตะแกรงออกมาฉีดน้ำล้าง และใช้แปรงขนอ่อนขัดซี่ตะแกรง เช็ดด้วยผ้าสะอาดให้แห้งสนิท หรือผึ่งลมจนแห้งและนำมาประกอบตามเดิม ขณะทำความสะอาดควรสวมถุงมือ สวมหน้ากากปิดจมูกและปากทุกครั้ง
“สถานที่มีกลุ่มเสี่ยง เช่น ศูนย์เด็กเล็ก ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ควรจัดเตรียมห้องปลอดฝุ่น โดยเลือกห้องที่ห่างจากแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง เช่น ถนน ลานจอดรถ พื้นที่ก่อสร้าง ไม่มีแหล่งกำเนิดฝุ่นภายในห้อง เช่น จุดธูป กิจกรรมที่เป็นแหล่งกำเนิดควัน มีช่องว่างของประตูหรือหน้าต่างน้อยที่สุด ไม่มีสิ่งของที่เป็นแหล่งสะสมฝุ่นในห้อง เช่น พรม หนังสือ ตุ๊กตามีขน เป็นต้น ช่วงที่ฝุ่นสูงให้ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด ทำความสะอาดโดยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดถู เพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย และเพิ่มอุปกรณ์ลดปริมาณฝุ่นภายในห้อง เช่น เครื่องฟอกอากาศ ควรคำนึงถึงจำนวนผู้ที่เข้ามาพักภายในห้อง ไม่ให้แออัดจนเกินไป เปิดประตูระบายความร้อนและอากาศในช่วงที่ฝุ่นละอองลดลง” นพ.สุวรรณชัยกล่าว
วันเดียวกัน ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังการประชุมคณะ ผู้บริหาร ว่า ที่ประชุมรายงานสถานการณ์ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เริ่มสูงขึ้น กทม. เปิดศูนย์ควบคุมบริหารจัดการสถานการณ์ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่ ชั้น 2 อาคารสำนักการโยธา ทั้งนี้เมื่อเทียบสถานการณ์ฝุ่น ปี 63-64 พบว่า สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้น แต่ปี 65 ยังไม่ครบภาพรวมไม่รุนแรง ต้องดูสถานการณ์ปลายปีอีกครั้ง
สำหรับปัญหาการเกิดฝุ่นสูงขึ้น มี 3 ส่วน ส่วนแรก การเผาไหม้ของรถยนต์ ชีวมวล โรงงานอุตสาหกรรม ส่วนที่สอง สภาพอากาศ และส่วนที่สาม ลม โดยส่วนของสภาพอากาศและลมไม่สามารถควบคุมได้ กทม.ทำได้ในส่วนของการเผาไหม้จะดูแลการเผาไหม้ของรถยนต์เป็นหลัก โดยเฉพาะพื้นที่หนองแขม กทม.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้มาตรการลงตรวจพื้นที่อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ทั้งการตรวจการเผาไหม้ของรถยนต์ ไซต์ก่อสร้าง แพลนท์ปูน และพื้นที่ที่มีการขนส่งสูง
“กทม.ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังร่วมกับกรมอุตสาหกรรม ในการตรวจสอบโรงงานที่มีความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดฝุ่นสูง จำนวน 260 แห่ง ขณะเดียวกันมาตรการโรงเรียน จะมีการชักธงตามลำดับความรุนแรงของค่าฝุ่น เพื่อฝึกให้เด็กได้ติดตามสถานการณ์ นอกจากนี้จะมีการติดตามและประเมินผลเพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นให้ทราบล่วงหน้า 3 วัน รวมทั้งสั่งการให้ปลัด กทม.เตรียมอุปกรณ์ ทั้งหน้ากากอนามัย (N95) เครื่องกรองอากาศ เพื่อดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางด้วย” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร รายงานผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ช่วงเวลา 10.00-12.00 น. มีแนวโน้มลดลง ดังนี้ ฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 มีค่าเกินมาตรฐาน จำนวน 15 พื้นที่ คือเขตปทุมวัน เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตบางพลัด เขตบางขุนเทียน เขตสาทร เขตบางซื่อ เขตบางกอกใหญ่ เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตหนองแขม เขตบางบอน เขตดุสิต เขตบึงกุ่ม
โดยตรวจวัดได้ระหว่าง 29-72 มคก.ต่อลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน เฉลี่ย 24 ช.ม. ไม่เกิน 50 มคก.ต่อลบ.ม.) ช่วงระหว่างวันที่ 25-30 ต.ค. มวลอากาศเย็น (ความกดอากาศสูง) ยังแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้เพดานอากาศต่ำลงฝุ่นละอองไม่สามารถลอยขึ้นด้านบนได้ จึงสะสมในปริมาณสูงขึ้น ประชาชนตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน ผ่านทาง www.bangkokairquality.com, www.pr-bangkok.com, เฟซบุ๊ก สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร, เฟซบุ๊ก กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม, เฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร และแอพพลิเคชั่น AirBKK ทั้งนี้ กรณีประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสแหล่งกำเนิดมลพิษผ่านทางทราฟฟี่ฟองดูว์