แหล่งปาร์ตี้ลับ รวบได้ 266ราย มีฉี่ม่วงนับร้อย ยึดรถหรู 35คัน บช.น.เด้งทันที! ผู้กำกับยานนาวา

ตำรวจนครบาลสนธิกำลังกว่า 100 นายบุกทลายสถานบันเทิงหรูผับคนจีนย่านยานนาวา เจอนักเที่ยวชาวจีนกว่า 266 คนมั่วสุมเสพยาเสพติดและลักลอบเล่นการพนัน ระหว่างเข้าค้นพบว่าต่างคนต่างหนีโกลาหลหลบซ่อนตามซอกมุมรวมถึงห้องคาราโอเกะกว่า 20 ห้องที่แบ่งย่อยซอยไว้ ควบคุมตัวทั้งหมดไปตรวจฉี่พบสีม่วงทั้งชาย-หญิงถึง 104 คน ยึดยาเสพติดกว่า 300 ซองที่ซุกซ่อนไว้ตามซอกต่างๆ พร้อมอายัดรถหรูหว่า 35 คัน เตรียมขยายผล สวมทะเบียนฟอกเงินหรือไม่ เผยเปิดบริการมา 4 เดือนแล้วโดยไม่ได้รับอนุญาต บช.น.เชือดทันทีผกก.สน.ยานนาวา เด้งเข้ากรุ ตบยุงบก.น.6

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 26 ต.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิติธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6, เจ้าหน้าที่ กก.สส.บช.น. , กก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน รวมกว่า 100 นาย บุกเข้าตรวจค้น อาคารจินหลิง, อาคาร LEELA และอาคาร WIP WUP CAR WASH เลขที่ 60-60/1 ถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ หลังพบมีการลักลอบเปิดสถานบันเทิง และมั่วสุมเสพยาเสพติดอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าวจำนวนมาก

ที่เกิดเหตุมีบริเวณเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด พบมีประตูเหล็ก สูงกว่า 3 เมตร พร้อมกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ เพื่อคอยดูความเคลื่อนไหวภายนอก เมื่อเข้าไปพบลักษณะพื้นที่เปิดเป็นคาร์แคร์ที่อยู่ในระหว่างก่อสร้างยังไม่เปิดให้บริการ จากนั้นพบประตูเหล็กอีกหนึ่งชั้น และเมื่อเข้าไปพบอาคารก่อสร้างชั้นเดียวที่มีชื่อภาษาจีน และภาษาไทยระบุ จินหลิง และอาคาร LEELA โดยรอบตัวอาคารเป็นลานจอดรถ พบรถยนต์หรูหลายยี่ห้อจอดเรียงกัน อาทิ โรลส์รอยซ์, ปอร์เช่, เบนซ์, บีเอ็ม ดับเบิลยู และโตโยต้า อัลพาร์ด

จากการตรวจสอบภายในอาคาร พบว่ามีการแบ่งเป็นห้องคาราโอเกะเกือบ 20 ห้อง พร้อมประดับไฟแสงสี บริเวณทางเดิน โดยในแต่ละห้องพบนักเที่ยวทั้งชายและหญิงจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน อีกทั้ง ยังพบห้องเก็บของที่ใช้สำหรับซุกซ่อน ยาเสพติดชนิด เคตามีน แฮปปี้วอเตอร์ จำนวนหลายร้อยซองด้วย เจ้าหน้าที่ จึงควบคุมนักเที่ยวทั้งหมด ไปตรวจปัสสาวะ หาสารเสพติด

พล.ต.ต.นิติธรเปิดเผยว่าการเข้าตรวจค้น ในครั้งนี้สืบเนื่องจากนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เน้นในการกวาดล้างยาเสพติดตามแหล่งสถานบริการ รวมถึงการมั่วสุมเสพยาเสพติด ในสถานบันเทิงให้เด็ดขาด เจ้าหน้าที่จึงได้บูรณาการกับทุกภาคส่วนสืบสวนจนทราบว่า สถานที่แห่งนี้เปิดทำการเป็นสถานบริการ ร้านคาราโอเกะ ให้บริการกลุ่มนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังสืบทราบว่า สถานบันเทิง ดังกล่าว มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่าย ยาเสพติดให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ จัดสถานที่ให้มีการมั่วสุมยาเสพติด อีกทั้งยังให้บริการรับฝากยาเสพติดที่ใช้บริการไม่หมด และจัดให้มีการเล่นพนันกัน ผิดกฎหมาย

พล.ต.ต.นิติธรกล่าวอีกว่า ตำรวจจึงได้ ขอ หมายค้นของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 283/2565 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2565 เพื่อเข้าตรวจสอบ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่กว่า 100 นายได้ปิดล้อมตรวจค้น ขณะเข้า ตรวจสอบพบกลุ่มนักท่องเที่ยวและพนักงาน ต่างวิ่งหลบหนีเข้าไปซุกซ่อนตามบริเวณจุดต่างๆ ภายในอาคาร อาทิ ห้องครัว ห้องน้ำ มุมและซอกอาคารอย่างชุลมุน หลังจาก ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จึงเข้าตรวจสอบในเบื้องต้น พบกลุ่ม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีน 237 คน เป็นชายชาวจีน จำนวน 111 คน และหญิงชาวจีน 126 คน นอกจากนั้นยังพบพนักงาน ชาวกัมพูชาและชาวไทยในบริเวณอาคารดังกล่าวอีกจำนวนกว่า 29 คน

พล.ต.ต.นิติธรกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ จึงได้ตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้ใช้บริการและพนักงานภายในร้าน เบื้องต้นพบสารเสพติดในร่างกายจำนวนกว่า 20 คน และเข้าตรวจสอบภายในห้องคาราโอเกะและห้อง ผู้จัดการและห้องคลังสินค้าในเบื้องต้นปรากฏว่า พบยาเสพติดหลายรายการ อาทิ ยาเค ยาแฮปปี้วอเตอร์และไฟว์ ไฟว์ บรรจุอยู่ในซองพลาสติกจำนวนกว่า 300 ซอง และพบยาเสพติดตกกระจายตามห้องคาราโอเกะของกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมาก ทั้งพบว่ามีการจำหน่ายยาเสพติด ในสถานบันเทิงแห่งนี้ในราคาซองละ 10,000 บาท นอกจากนี้ยังสามารถยึดรถหรู จำนวนกว่า 30 คัน ในเบื้องต้นพบเจ้าของรถเป็นชาวจีน และบางคันสวมทะเบียน โดยตำรวจจะตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีส่วนร่วมรู้เห็น เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือมีพฤติการณ์อันเข้าข่าย พ.ร.บ.การฟอกเงินหรือไม่

ผับลับกลางกรุง – ตำรวจนครบาลบุกเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงในอาคารจินหลิงและข้างเคียง ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กทม. พบเปิดเป็นแหล่งมั่วสุมปาร์ตี้เสพยาของนักท่องเที่ยวจีน คุมตัว 266 คนไปตรวจสารเสพติดและดำเนินคดี เมื่อวันที่ 26 ต.ค.

เบื้องต้นทราบว่าสถานบันเทิงแห่งนี้เปิดมาได้ 4 เดือน เน้นรับเฉพาะลูกค้าชาวจีนเท่านั้น ส่วนคนไทยและชาวกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นพนักงานร้านและคนติดตามของลูกค้าชาวจีน ซึ่งตำรวจทราบว่า เจ้าของ กิจการเป็นชาวจีนเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เพราะยังอยู่ใน ขั้นตอนสืบสวนขยายผล

วันเดียวกัน พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 ลงนามคำสั่ง กองบังคับการตำรวจ นครบาล 6 ที่ 408/2565 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ อาศัยอำนาจตาม ม.105 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติ ราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2563 จึงให้ พ.ต.อ.ธนโชติ ฤกษ์ดี ผกก.สน.ยานนาวา ปฏิบัติราชการที่ศปก.บก.น.6 โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ขณะเดียวกัน ก็มีคำสั่ง บก.น.6 ที่ 409/2565 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน สั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติ ราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2563 จึงให้พ.ต.อ.ณัฐพล โกมินทรชาติ รองผบก.น.6 รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผกก.สน.ยานนาวาอีกหน้าที่หนึ่ง โดยไม่ขาด จากตำแหน่งเดิม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน ที่ สน.ยานนาวา พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ภายหลังจากควบคุมตัวนักเที่ยวที่พบภายในสถานบันเทิง ได้ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 200 คน เจ้าหน้าที่เห็นว่ามีผู้ถูกผู้คุมตัวเป็นจำนวนมาก จึงกระจายไปควบคุมตัวไว้ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ บก.สส.บช.น. หรือศูนย์สืบนครบาล และที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู จากนั้นในช่วงเช้าได้นำนักเที่ยวทั้งหมดไปตรวจหาสารเสพติดทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลที่มีเครื่องตรวจอีก 3 แห่ง เพื่อให้ได้ผลการตรวจสารเสพติดที่เป็นทางการไปใช้ในการดำเนินคดีหรือนำเข้าสู่การบำบัด ในเบื้องต้นพบว่ามีนักเที่ยวที่มีสารเสพติดจำนวนประมาณ 104 คน โดยจะควบคุมตัวผู้ที่พบสารเสพติด ทั้งหมดกลับมาดำเนินคดีที่สน.ยานนาวาและจะนำตัวส่งฟ้องต่อศาลหรือเข้าสู่กระบวนการบำบัดภายในวันเดียวกันนี้

ที่สน.ยานนาวา ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตร.ได้นำ ตู้เซฟ ซีพียู และหลักฐาน อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ทางเจ้าหน้าที่ได้อายัดไว้นำมาเก็บรักษาไว้ที่สน.ยานนาวา ยังไม่พบว่ามีการนำผู้ต้องหากลับมาที่สถานี แต่ทางเจ้าหน้าที่ตร.ได้มีการเตรียมข้าวกล่อง และน้ำดื่มไว้ให้ผู้ต้องหาที่จะต้องถูกดำเนินคดี จากสถานบันเทิงจำนวนประมาณ 80 กล่อง แล้ว นอกจากนี้ยังมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจจากหลายหน่วยเข้ามาดำเนินการดูแลควบคุมตัวผู้ต้องหาที่จะถูกส่งมาดำเนินคดีที่สน.ยานนาวาในวันเดียวกันนี้เช่นกัน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.นิธิธรเปิดเผยว่าช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ได้นำหมายค้นที่ 283/2565 ลงวันที่ 26 ต.ค. 2565 ไปตรวจสอบบริเวณอาคารร้านจินหลิง, อาคาร LEELA และอาคาร WIPWUP เลขที่ 60-60/1 ถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มาถึงประตูรั้วชั้นนอกและแสดงตัว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่ากลุ่มการ์ดเฝ้าประตูได้วิ่งหลบหนีเข้าไปภายในอาคาร จึงติดตามไปพบว่า ภายในอาคาร LEELA แบ่งเป็นห้องโถงใหญ่และห้องแบบส่วนตัว มีรถหรูเป็นจำนวนมากถึง 35 คัน มี 1 คันเป็นรถถูกสวมทะเบียน โดยมีผู้ใช้บริการทั้งหมด 266 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนจะไม่ได้มีการพกหนังสือเดินทางมาจึงไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นวีซ่าประเภทใด

จากการตรวจสอบพบว่า มีจำนวนผู้เสพ ยาเสพติดทั้งหมด 104 ราย ชาย 50 ราย หญิง 54 ราย แบ่งออกเป็นชาวจีน 99 ราย หญิงชาวไทย 3 ราย ชายชาวไทย 1 ราย และชายชาวกัมพูชา 1 ราย จะนำตัวส่ง โรงพยาบาธัญญารักษ์ ปทุมธานี ตรวจสอบ สารเสพติดดังกล่าวว่าเป็นสารชนิดใด หากพบสารเคตามีนก็ต้องส่งตัวมาดำเนินคดี ที่สน.ยานนาวา

พล.ต.ต.นิธิธรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรับตัวไปจำนวน 125 คน แบ่งเป็น สัญชาติจีน 93 ราย พม่า 23 ราย กัมพูชา 1 ราย เวียดนาม 2 ราย จอร์เจีย 1 ไม่มีสัญชาติ 5 ราย ก่อนหน้านี้ทางสน.ยานนาวาได้แจ้งว่าเคยเป็นที่เปิดลักลอบการพนันแต่เมื่อตรวจสอบเป็นผับบาร์คาราโอเกะ โดยชาวจีน ส่วนใหญ่ไม่ให้ความร่วมมือในการให้ปากคำแต่อย่างใด แต่จะส่งข้อมูลให้ทูตตำรวจจีนดำเนินการตรวจสอบรายชื่อดังกล่าวเพิ่มเติมว่ามีประวัติต้องเฝ้าระวังหรือถูกดำเนินคดีอะไรหรือไม่

“ต่อมามีนายสิทธิพงษ์ ถือสัตย์เที่ยง มาแสดงตัวเป็นผู้ดูแล เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้นจึงเข้าแสดงตัว แต่ขณะนั้นได้มี นายไฮเทา หวง (HUANG HAITAO) อายุ 39 ปี สัญชาติจีน พยายามวิ่งหลบหนีเข้าไปในห้องคลังสินค้า พบว่ากำลังซุกซ่อนสิ่งของ ใส่ตู้เซฟ จึงแสดงตัวและเข้าตรวจสอบพบยาเสพติด Happy water และยาเค จำนวนมาก จากการสอบสวนนายไฮเทาให้การ รับว่ารับยาเสพติดมาจากพัทยาโดยนำมา เดินขายตามห้องคาราโอเกะในสถานบริการ ที่เกิดเหตุ ยาเค กรัมละ 25,000 บาท ส่วน Happy water ซองละ 10,000 บาท จากการ ตรวจสอบของกลางพบเฮโรอีนผง ซอง สีทอง 323 ซอง ยาอีผง ซองสีดำ 91 ซอง หนัก 702 กรัม ยาอีผงบรรจุในซองกาแฟ 71 ซองหนัก 1,640 กรัม ยาอีผง ซองสีเหลือง 167 ซอง 628.9 กรัม ยาเค 16 ถุง หนัก 194 กรัม เงินสด 1.3 ล้านบาท ตู้เซฟ 6 ใบ เปิดตู้แรกเจอยาเสพติดดังกล่าว เหลือดูเซฟ 5 ใบ คาดว่ามีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 3-5 ล้านบาทต่อคืน เบื้องต้นแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 ยาอี,เอ็กซ์ตาซี่,เฮโรอีน)วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ยาเค/เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายเพื่อการค้า ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติมว่าคนดูแลดังกล่าว มีนายทุนจีนคนใดอยู่เบื้องหลัง” รองผบช.น.กล่าว

เมื่อเวลา 14.00 น. ร.ต.อ.สมยศ บุญณะแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.ยานนาวาได้ประสานขอสนับสนุนรถควบคุมผู้ต้องหาจากโรงพักใกล้เคียง สังกัด บก.น.6 จำนวน 35 คัน เพื่อนำตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ทั้งสิ้น 266 คน ไปส่งตรวจร่างกายคัดแยกสารเสพติดที่สถาบันธัญญารักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ก่อนนำตัวทั้งหมดกลับมาที่ สน.ยานนาวา เพื่อควบคุมไว้ที่ชั้น 3 ของโรงพัก รวมถึงทางพนักงานสอบสวนได้มีการตรวจยึดของกลางอีกหลายรายการ จากสถานที่เกิดเหตุนำมาเก็บรักษาไว้ที่ โรงพักด้วย

ส่วนบรรยากาศที่ สน.ยานนาวา ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาพบว่า ได้มีการเตรียมข้าวกล่องและน้ำไว้ให้ผู้ต้องหาที่จะต้องถูกดำเนินคดีจากสถานบันเทิงจำนวนประมาณ 100 ชุด นอกจากนี้ยังมีการระดมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายหน่วยเข้ามาดำเนินการดูแลการควบคุมตัวผู้ต้องหา โดยระหว่างที่รถควบคุมผู้ต้องหาทยอยพากลุ่มผู้ต้องหาเดินทางกลับมาจากสถาบัน ธัญญารักษ์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนที่ สน.ยานนาวา พบว่า กลุ่มผู้ต้องหาชายชาวจีนหลายคนมีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เหมาะสม มีการสูบบุหรี่บนรถควบคุมผู้ต้องหา และสาดน้ำใส่ช่างภาพ-ผู้สื่อข่าว ที่ไปรอรายงานสถานการณ์ภายในโรงพักด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ควบคุมสถานการณ์ได้เข้าห้ามปรามแล้ว แต่ผู้ต้องหาก็ไม่ยอมหยุดพฤติกรรม

ที่โรงแรมเดวิส บางกอก แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย เปิดแถลงข่าว เผยกรณีกลุ่มนายทุนธุรกิจชาวจีนเปิดสถานบันเทิงมั่วสุมยาเสพติดในประเทศไทย หลังจากชุดสืบสวนนครบาลเข้าตรวจค้นอาคาร ย่านถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ

นายชูวิทย์ เปิดเผยว่า สถานบันเทิงแบบนี้ จะรับลูกค้าที่เป็นคนจีนเท่านั้น มีการรับฝาก ยาเสพติดที่เสพไม่หมด ไม่ต้องเสี่ยง เจอด่านตรวจตำรวจ อีกทั้งสถานบันเทิง ดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่เพียงผับ แต่ยังเปิดเป็นบ่อนการพนันด้วยด้วย แถมยังนำ น้ำดื่ม สุรา บุหรี่ นำเข้ามาจากประเทศจีน จ้างคนจีนเป็นเด็กเสิร์ฟ จึงเรียกสถานบันเทิง ประเภทนี้ว่า “ผับศูนย์เหรียญ” คือ เจ้าของเป็นคนจีน ของทุกอย่างมาจากประเทศจีนหมด เข้ามาทำธุรกิจสีเทาอย่างยิ่งใหญ่ ในประเทศไทย เรียกว่าไม่เกรงใจคนไทยเลยแม้แต่น้อย เพราะนายทุนจีนชอบ จ่ายหนักให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ เลยสามารถเปิดธุรกิจสีเทาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเท่าที่ทราบมีอยู่ในย่านรัชดาภิเษก, สุทธิสาร, ห้วยขวาง, พระราม 2 และพัทยา ขบวนการเหล่านี้ มีเจ้าพ่อเมืองหลวงซึ่งเป็นนักการเมืองใหญ่ให้ความคุ้มครอง ที่ทำหน้าที่หาเงินสีเทาเพื่อเอาไปให้กลุ่มการเมือง เพื่อเป็นทุน ในการใช้เลือกตั้งในครั้งต่อไป

นายชูวิทย์กล่าวว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการนายทุนจีนสีเทา และคนรับเงินผลประโยชน์ ที่ตำรวจต้องรู้ไว้เพื่อปราบปราม โดยจะนำข้อมูลดังกล่าวให้ แก่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. พร้อมกับโทรศัพท์สายตรงถึง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์เพื่อขอให้ช่วยปราบปรามกลุ่มนายทุนจีนธุรกิจสีเทา ซึ่งพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ก็ตอบรับ ยินดีนำข้อมูลของนายชูวิทย์ ไปตรวจสอบ และยืนยันจะดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง

ส่วนกรณีการเสียชีวิตของหญิงชาวจีนในพื้นที่ สน.สุทธิสารนั้น นายชูวิทย์ เปิดเผยว่า ก็มาจากการน็อกยาเสพติด ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านรัชดาภิเษก มีความพยายามที่จะทำลายหลักฐาน เพื่อไม่ให้เชื่อมโยงเรื่องยาเสพติด นอกจากนี้ ยังเสนอแนะให้ตั้งศูนย์ปราบปรามนายทุนจีน ธุรกิจสีเทาอย่างจริงจัง คือ ให้ตรวจสอบกลุ่มนายทุนชาวจีนที่เป็นตัวหลัก, ตรวจสอบ เส้นทางการเงิน และประสานกับประเทศจีนเพื่อขอประวัตินายทุน และชาวจีน ที่เกี่ยวข้อง เพราะถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ต่อไป จะทำลายระบบเศรษฐกิจ ก่อปัญหาสังคม และก่อปัญหาอาชญากรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน