ผบก.ภ.กาญจนบุรีคุมสางคดีสาวดับปริศนา ศพทิ้งคลองชลประทาน เรียกผู้เกี่ยวข้องสอบปากคำให้หมด ขณะที่ผลชันสูตรระบุคล้ายถูกปาดคอถึงแก่ความตาย ตรวจจุดเกิดเหตุ เพิงพักข้างคลอง พบรอยคราบเลือด และผ้าห่มเปื้อนเลือดถูกโยนทิ้งบนต้นไม้ แม่เชื่อลูกสาวโดนฆาตกรรมอำพราง จี้ตำรวจจับคนร้ายโดยเร็ว โดยก่อนเสียชีวิต บอกว่าออกไปรับงานชงเหล้า
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ที่ สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เดินทาง มาประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมอำพราง น.ส.ฟาริดา โสภา อายุ 28 ปี ที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตแล้วนำมาโยนทิ้งน้ำในคลองชลประทานสายท่าสาร-บางปลา หมู่ที่ 1 ต.ดอนชะเอม อ.ท่ามะกา ซึ่งเจ้าหน้าที่ พบศพเมื่อวันที่ 25 ต.ค. นั้น
ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.ไพโรจน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยังต้องรอผลจากการ ผ่าชันสูตร เนื่องจากแพทย์ระบุว่าแผล ที่เห็นบนร่างผู้เสียชีวิต ยังไม่สามารถทำให้ถึงแก่ความตายได้ เป็นเพียงบาดแผล รอยถลอกเท่านั้น ซึ่งปมเหตุทางตำรวจก็ได้ตั้งไว้ ทั้งฆาตกรรม อุบัติเหตุ และทะเลาะ เบาะแว้งในกลุ่มเพื่อน ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้อง กับคดี ตำรวจเรียกมาสอบปากคำแล้ว ตอนนี้ เจ้าหน้าที่พยายามเก็บรวบรวมหลักฐาน ให้ได้มากที่สุด
ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่วัดตะคร้ำเอน ต.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา เจ้าหน้ามูลนิธิขุนรัตนาวุธ นำร่างผู้เสียชีวิตที่เสร็จขั้นตอนการผ่าพิสูจน์ จากโรงพยาบาลศูนย์นิติเวช จ.ราชบุรี นำมาส่งมอบให้ญาติประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของบรรดาญาติๆ และแม่ที่มารอรับศพ โดยมีนางบังอร โสภา อายุ 46 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เป็นคนจุดธูป นำร่างของลูกตนเองขึ้นมาบริเวณหน้าเมรุเพื่อรอพิธีรดน้ำศพ จากนั้นให้ดูใบผลการผ่าพิสูจน์ซึ่งแพทย์ลงความเห็นสาเหตุการตายว่า มีบาดแผลบริเวณลำคอตัดหลอดลม ลำคอขาด
นางบังอรกล่าวทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสาวไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง ครั้งสุดท้าย ที่คุยกันเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว เพราะเป็น วันเกิดหลานสาว เขาก็โทร.หา บอกให้โอนเงินค่าเค้กมาให้หน่อย ก็โอนให้เขา ก่อนลูกสาวจะเสียชีวิต ช่วงเช้าวันพบศพใจมันว้าวุ่น โทรศัพท์ก็ดังตลอดเวลาแต่ก็ไม่มีใครโทร. กระทั่งช่วงสายวันเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่โทร.แจ้งว่า พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีขาว อยู่ในคลอง และมีศพ ผู้หญิงลอยอยู่ คิดว่าต้องเป็นลูกสาวแน่ๆ เพราะรถคันนี้ใช้ประจำ และช่วงที่รอผลการ ชันสูตร ได้กลิ่นน้ำหอมที่ลูกสาวใช้ประจำวนเวียนอยู่รอบตัว เหมือนนั่งอยู่ข้างๆ
“เสียใจมาก ไม่คิดว่าจะทำกันได้ขนาดนี้ เขาเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ เห็นตำรวจบอกว่าหลอดเลือดขาด 2 เส้น อยากให้จับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว”
ทั้งนี้คดีสืบเนื่องจาก เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ต.ค. สภ.ท่ามะกา รับแจ้งจากชาวบ้านที่เข้าไปเก็บเห็ดโคนริมคลองชลประทานสายท่าสาร-บางปลา หมู่ที่ 1 ต.ดอนชะเอม อ.ท่ามะกา ว่าพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีขาว ทะเบียน ขคฉ 281 กาญจนบุรี ตกลงไปติดอยู่บริเวณพนังดินริมตลิ่งในคลอง จึงช่วยกันเอาขึ้นจากน้ำ แต่ไม่พบร่างของผู้ขับขี่ จึงช่วยกันออกตามหา กระทั่ง พบศพหญิงสาวรายหนึ่งสวมแค่ยกทรงและกางเกงขาสั้นสีดำลอยอืดในคลองชลประทาน ห่างจากจุดพบรถจักรยานยนต์ 300 เมตร โดยสภาพศพเริ่มขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นเน่า คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ
ต่อมาพล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จว. กาญจนบุรี เดินทางมาตรวจสอบด้วยตนเอง พร้อมเน้นย้ำพนักงานสอบสวนและ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานให้ทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ เบื้องต้นจากการ ตรวจสอบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบว่าภายในเพิงพักข้างทุ่งนาซึ่งปลูกเป็นโรงหลังคา มุงกระเบื้อง มีรอยคราบเลือด และผ้าห่มสีฟ้าเปื้อนเลือดถูกทิ้งอยู่บนกิ่งไม้ข้างเพิง ใกล้กันพบสายไฟสีดำเปื้อนเลือดอยู่ใน กอหญ้า เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิตนั้น เนื่องจากสภาพศพเริ่มเน่าและยังถูก สัตว์เลื้อยคลานกัดแทะกินเนื้อบางส่วน จึงไม่สามารถตรวจหาร่องรอยการถูกทำร้าย หรือไม่
ระหว่างนั้น มีผู้มาแสดงตัวเป็นแม่สามีของผู้เสียชีวิต โดยระบุว่าหญิงสาวดังกล่าวชื่อ น.ส.ฟาริดา โสภา อายุ 28 ปี ชาวตำบลตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีครอบครัวแล้ว มีลูกสาวสองคน อายุ 8 และ 9 ขวบ โดยช่วงหัวค่ำวันที่ 23 ต.ค. ได้ออกจากบ้าน บอกว่าจะไปรับงาน ชงเหล้า จากนั้นขาดการติดต่อ แม้ตนและลูกสาวของน.ส.ฟาริดาจะพยายามโทร.หา แต่ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งมีผู้แจ้งพบศพ ส่วนตัวเชื่อว่า น.ส.ฟาริดาน่าจะถูกฆาตกรรมนำศพมาทิ้งอำพรางที่นี่ เพราะสภาพศพมีร่องรอยคล้ายถูกทำร้าย อีกทั้งผมของผู้เสียชีวิตยังถูกตัดอีกด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า อาจเป็นเรื่องชู้สาวหรือความแค้นส่วนตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่พฐ.ตรวจเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนนำศพส่งตรวจที่นิติเวช เพื่อให้แพทย์ผ่าพิสูจน์อย่างละเอียด หาสาเหตุการเสียชีวิต พร้อมติดตามสืบสวน หาเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป