แต่ป้อมมั่นใจไม่โดนแน่กกต.รับ-เร่งตรวจสอบ
อิ๊งปลื้ม 1 ปี-ที่ปรึกษาพท.

‘พี่ศรี’ บุก กกต. ยื่นสอบเงินบริจาค 3 ล้านของ พปชร. โยงนายทุนชาวจีนคดีผับมั่วยา เสพติดเพื่อไทย-ก้าวไกลไม่เห็นด้วย ชี้ไม่ควรใช้องค์กร อิสระทำลายพรรคการเมือง เลขาฯ กกต.เผย เร่งสอบเป็นเงินถูกกฎหมายหรือไม่ ด้าน ‘บิ๊กป้อม’ มั่นใจ พรรคพลังประชารัฐไม่โดนยุบ ยังกั๊กสมัยหน้าดีลเพื่อไทย ชี้ยังไม่เลือกตั้ง ปชป.ลั่นไม่ผูกมัดร่วมรัฐบาลกับพรรคใด เพื่อไทยปล่อยคลิป 1 ปีครอบครัวเพื่อไทย ‘อุ๊งอิ๊ง’ ปลุกสร้างพรุ่งนี้ของประเทศไทยร่วมกัน ‘บิ๊กตู่’ ตื่นเต้นชาวบึงกาฬแห่รับ อ้อนมีเชื้อสาย อีสานเหมือนกัน

‘บิ๊กตู่’ตื่นเต้นชาวบึงกาฬแห่รับ
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ออกเดินทางไปยัง ท่าอากาศยานทหาร (กองบิน 23) จ.อุดรธานี และเดินทางต่อไปยังจ.บึงกาฬ เพื่อประกอบพิธี วางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ทั้งในฝั่งไทย ที่อ.เมืองบึงกาฬ และฝั่งสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่แขวงบอลิคำไซ โดยใช้รถโตโยต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน วฌ 1599 กรุงเทพมหานคร ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้

ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะข้ามไปยังแขวงบอลิคำไซได้พบปะกับประชาชนชาวบึงกาฬที่มาต้อนรับจำนวนมาก พร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณ ชาวบึงกาฬ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ขอบคุณผู้ว่าฯ วันนี้ดีใจที่มีโอกาสมาถึงจ.บึงกาฬ ระยะทาง 700 กว่ากิโลเมตร จากกรุงเทพฯ เห็นแล้วว่าบ้านเมืองเราสงบเรียบร้อยดี หลายอย่างรัฐบาล ทราบแล้วว่ามีหลายเรื่องที่มีปัญหาอยู่ ทั้งโครงสร้าง พื้นฐาน สัญญาณอินเตอร์เน็ตยังช้า เดี๋ยวจะนำ ไปดูว่าจะทำอะไรให้ได้บ้าง แต่ที่บึงกาฬโชคดี ที่ธรรมชาติยังโอเคขอประชาชนช่วยกันรักษาป่าไม้ไว้ด้วย และที่บึงกาฬทราบว่ามีการ ปลูกยางไว้จำนวนมาก ส่วนระบบน้ำ ปัจจุบันน้ำเรามีเยอะ ต้องบริหารจัดการน้ำให้ได้ ส่วนระบบชลประทานรับจะไปดูให้

“วันนี้โอ้โห! ประชาชนมาจำนวนเยอะมาก วันนี้เลยพูดไม่ออกเพราะตื่นเต้นไปหน่อย คนเยอะเหลือเกิน ยินดีกับชาวบึงกาฬ จะมีช่องทางมีสะพานใหม่ขึ้นมา คาดว่าอีกคงไม่นาน นี่คือสะพานแห่งที่ 5 บอลิคำไซ และกำลังพิจารณาออกแบบเรื่องสะพานแห่งที่ 6 ซึ่งออกแบบศึกษาไว้แล้ว จะทำต่อไปอีก เส้นหนึ่งคือเส้นทางสาละวัน”

อ้อนมีเชื้อสายอีสานเหมือนกัน
พล.อ.ประยุทธ์ยังหยอดคำหวานว่า “เอาหัวใจชาวกรุงเทพฯ ความคิดถึง ความรัก มาถึงพวกเราด้วยจากทุกจังหวัด วันนี้ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องเวลาอยู่เหมือนกัน เพราะเวลา ต้องเป็นไปตามกำหนด คิดถึงทุกคน นี่แหละคนไทย เราไม่ทิ้งกัน ไม่เคยทิ้งกัน ดีใจที่ได้มาเจอกันในวันนี้ถึงแม้ว่าจะมีเวลาน้อย เดี๋ยวจะต้องไปเข้าตามฤกษ์ก่อน ไปทำพิธี ขอบคุณทุกคน ข้าราชการทุกคนด้วย เอาความรัก ความคิดถึง ความห่วงใยมาฝากจากรัฐบาล”

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ได้แนะนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานที่ร่วมเดินทางมาด้วยในครั้งนี้ ระหว่างนั้นมีหญิงสูงอายุ คนหนึ่งได้เข้ามาสวมกอดนายกฯ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้กอดตอบพร้อมหัวเราะ ก่อนที่จะทุบไปที่หน้าอกและส่งสัญลักษณ์มือไอเลิฟยูให้ทุกคน และกล่าวว่า “เอาหัวใจมาฝาก เดี๋ยวต้องไปขึ้นเรือก่อน เดี๋ยวกลับมาใหม่นะจ๊ะ” พร้อมอ้อนด้วยว่า

“นายกฯ ก็มีเชื้อสายอีสานเหมือนกันแหละ เกิดที่โคราช ก็เว้าลาวได้อยู่หน่อย ขอโทษทีเถอะ เพราะว่าเวลาติดกัน ขอให้ทุกคนปลอดภัย เดินทางกลับก็ขอให้ปลอดภัย เดี๋ยวจบพิธีกลับมา อีกรอบ ขออย่าเพิ่งเบื่อก็แล้วกัน ผมตั้งใจทำให้พวกเรา ให้บ้านเมือง ให้ประชาชน ไม่มีอะไร อย่างอื่น สวัสดีทุกคนนะ เดี๋ยวกลับมา”

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์นั่งเรือท้องแบน (Barge) ข้ามไปแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 ร่วมกับ นายพันคำ วิพาวัน นายกฯ สปป.ลาว เสร็จแล้ว นายกฯ ทั้ง 2 ประเทศข้ามกลับมายังฝั่งไทย วางศิลาฤกษ์ที่อ.เมืองบึงกาฬอย่างเป็นทางการ ในเวลา 11.50 น.

พปชร.แห้ว‘สุพัชรี’เมิน-ขออยู่ปชป.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ 19 คนใน 10 จังหวัด เมื่อวันที่ 27 ต.ค.เป็นที่สังเกตว่าใน จ.พัทลุง ยังไม่ปรากฏรายชื่อว่า ที่ผู้สมัครส.ส. ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค เคยสอบถามผู้เกี่ยวข้องจะได้ข้อสรุปเมื่อใด และทางแกนนำพรรคคาดว่า น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะย้ายมาร่วมงานกับพรรค จึงยังไม่พิจารณาบุคคลใด แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน

การที่ น.ส.สุพัชรียังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมงาน กับพรรคใด เพราะต้องการความมั่นใจว่า จะไม่แพ้เลือกตั้งเหมือนปี 2562 และที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าอาจไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงสมัครส.ส.เขต 1 พัทลุง ตามนายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร บุตรชาย นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกอบจ.พัทลุง ในฐานะคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นลูกพี่ลูกน้องของ น.ส.สุพัชรี ที่เปิดตัวลงสมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 2 ไปแล้ว แต่ในเมื่อ น.ส.สุพัชรี ยังไม่แสดง ท่าทีทำให้พรรคพลังประชารัฐยังกันพื้นที่ เขต 1 พัทลุงไว้ให้ ยังไม่พิจารณารายชื่อบุคคลอื่น

จากผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของนิด้าโพล ‘คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนใต้’ กระแสพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้ดีขึ้น คนใต้จะเลือกส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ มาเป็นอันดับ 1 ทำให้ล่าสุดน.ส.สุพัชรีโพสต์เฟซบุ๊กว่า “สุพัชรีประชาธิปัตย์ ยังคงยึดมั่นในการทำงาน ไม่ทิ้งพื้นที่ไม่หนีประชาชน และพร้อมดูแลพี่น้องทุกคน ในนามพรรคประชาธิปัตย์” #สุพัชรีผู้แทนชาวบ้าน #ไม่ทิ้งพื้นที่ ไม่หนีประชาชน #พรรคพวกแหม่ม #ประชาธิปัตย์คัมแบ็ก

‘บิ๊กป้อม’ยังกั๊กดีลเพื่อไทย
ที่คลองโอ่งอ่าง กทม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) จะกลับมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ โดยมีเงื่อนไขต้องไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว รวมถึงกรณีเงื่อนไขดังกล่าวไปตรงกับเงื่อนไขของพรรคเพื่อไทย (พท.) ในการจับมือตั้งรัฐบาลครั้งหน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ให้สัมภาษณ์ในลักษณะไม่ปิดประตูจับมือกับพรรคเพื่อไทยในการ จัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่เลือกตั้ง เมื่อถามถึงความชัดเจนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่เลือกตั้งเลย

ปชป.เปิดตัว 3 ผู้สมัครเชียงใหม่
ที่จ.เชียงใหม่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเปิดตัวผู้สมัครส.ส.เชียงใหม่ 3 คน คือ 1.นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ อดีต ส.ว. อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าเป็นผู้ที่ศักยภาพในทางการเมือง ได้ลงพื้นที่ มา 1-2 ปีแล้ว โดยจะได้เสนอตัวให้พี่น้องชาว อ.แม่อาย อ.ฝาง 2.ว่าที่ร้อยโทวิศธร เถาตระกูล หรือ ทนายเต้ย คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ทำพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีกว่า และ3.น.ส.จิตพลอย จิตจักรวาลทอง นักธุรกิจรุ่นใหม่ เลขานุการสมาคมวัฒนธรรม และเศรษฐกิจไทย-เมียนมา สาขาเชียงใหม่ และเป็นคณะที่ปรึกษารมช.พาณิชย์

แม้พรรคจะไม่มีส.ส.เชียงใหม่แต่ความจริงแล้วเชียงใหม่กับประชาธิปัตย์มีความผูกพันมายาวนาน ผู้แทนราษฎรที่มีชื่อเสียงของพรรค มีมาหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่นายไกรสรณ์ ตันติพงษ์ ซึ่งเป็นผู้แทนมา 7 สมัย ถือว่ายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของไทยในเชียงใหม่ และอยู่กับพรรคจนกระทั่งท่านเสียชีวิตในปี 2561 จึงเป็นตัวอย่างความผูกพันเป็นอย่างดี พรรคจึงขอเสนอตัวเพื่ออาสา อีกครั้งที่จะเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับชาวเชียงใหม่ ซึ่งผู้แทนราษฎรคราวที่แล้วมี 9 เขต แต่เที่ยวหน้า น่าจะขยายเป็น 11 เขต แต่เนื่องจากเขตยังไม่นิ่ง พรรคจะทยอย เปิดตัวผู้สมัคร วันนี้ถือโอกาสเปิดตัวผู้สมัคร 3 คนก่อน

ลั่นปชป.ไม่ชิงจับมือตั้งรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคแกนนำรัฐบาลเปิดตัว ผู้สมัครภาคใต้ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ได้เตรียมผู้สมัครเรียบร้อยแล้วหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ถึงนาทีนี้พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว รอเวลาที่จะทยอยเปิดตัวเท่านั้น ที่ผ่านมาได้เปิดตัวผู้สมัครไปจำนวนหนึ่งแล้วที่สงขลา กระบี่ และในวันที่ 12 พ.ย.นี้ จะเปิดตัวผู้สมัครส.ส.นครศรีธรรมราชทั้งหมด รวมทั้งจะทยอยไปเปิดที่จ.พัทลุง ภูเก็ต รวมถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้

ต่อข้อถามว่า จากโพลที่ออกมาตอบรับ ผู้สมัครของพรรคในภาคใต้ทำให้มั่นใจขึ้นหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เราได้ทำงานการเมืองในภาคใต้ต่อเนื่องอยู่แล้ว และในฐานะคนที่ลงไปสัมผัสพื้นที่จริง ลงไปสัมผัสพี่น้องประชาชนตัวจริง เรามั่นใจมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้การเลือกตั้งคราวที่แล้วจะได้น้อยลงไปเยอะพอสมควร เพราะ 50 กว่าที่นั่ง ได้เพียง 22 ที่นั่ง แต่เที่ยวหน้า 58 ที่นั่ง มั่นใจว่าจะได้มากกว่า 22 ที่นั่ง

เมื่อถามถึงความพร้อมในการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับประชาธิปัตย์ยุคนี้ ตนพูดชัดเจนว่า เรารอคำตอบจากประชาชนก่อน เพราะประชาชนควรเป็นคนแรกที่ให้ คำตอบว่า เขาต้องการให้ใครเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลและให้เสียงพรรคการเมืองแต่ละพรรคมามากน้อยแค่ไหนเพื่อที่จะนำไปสู่การนับหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาลในระบบรัฐสภา นั่นคือใครรวมเสียงข้างมากได้ คนนั้นก็เป็นรัฐบาล ฉะนั้นประชาธิปัตย์คงไม่ไปตอบก่อนที่ประชาชนจะตอบ

ชี้เหมือนฮั้ว-หลอกลวงชาวบ้าน
นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรค ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคเพื่อไทย ประกาศพร้อมจะร่วมรัฐบาลกับทุกพรรคแต่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งสมัยหน้าว่า เรื่องทางการเมืองเป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องคุยกัน พรรคเพื่อไทยต้องตอบคำถามมากกว่านั้นว่าใครเป็นแกนนำ ใครเป็นพรรคร่วม เพราะทางการเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับคนรวบรวมเสียงข้างมาก การเลือกตั้ง ครั้งที่แล้วพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้เป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล

เงื่อนไขทางการเมืองจะมาบอกตอนนี้ไม่ได้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้องดูสถานการณ์ ณ เวทีที่พูดคุยกันว่าสถานการณ์การเมืองเป็นอย่างไร ต้องรู้ก่อนว่ามีกำลังคนอยู่เท่าไหร่ หากพูดตอนนี้ก็เหมือนไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ผูกมัดอะไรกับใครล่วงหน้า ไม่เช่นนั้น จะเหมือนกับฮั้ว ไม่แข่งกันเป็นบางเขต เหมือนกับหลอกลวงชาวบ้าน” นายนิพนธ์กล่าว

ปล่อยคลิป 1 ปีที่ปรึกษาพท.
วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทย เผยแพร่คลิปสั้นผ่านโซเชี่ยลมีเดียพรรคครบรอบ 1 ปี ของคณะที่ปรึกษาการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ที่มีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธาน เนื้อหาภายในคลิป น.ส.แพทองธาร ระบุว่า 1 ปีที่ผ่านมาตนและทีมนวัตกรรม ได้ทำหน้าที่ ริเริ่มสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ร่วมกับพี่น้องประชาชน ผ่านหัวใจ 2 สิ่งคือ นวัตกรรม และการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างนโยบายที่ครอบคลุมตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ทุกรุ่น ทุกวัย ทั้งหมดนี้ นำพาตนและทุกคนมาพบกัน ในการเปิดพื้นที่เพื่อร่วมกันคิด ร่วมมือกันสร้างพลังแห่งความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย

ภายในคลิปยังได้รวบรวมกิจกรรมที่ น.ส.แพทองธารและทีมได้ร่วมกันหารือแลกเปลี่ยนและลงพื้นที่ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในหลากหลายกลุ่ม เป็นไปตามแนวทางการบ้าน 5 ข้อ ที่น.ส.แพทองธารได้ประกาศไว้ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2565 ได้แก่ 1.เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน 2.Soft power เฟ้นหา ศักยภาพในแต่ละครอบครัว เพื่อเพิ่มรายได้ใหม่ 3.นโยบายเกษตรสมัยใหม่ 4.ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ราชการด้วยแพลตฟอร์มรัฐบาลดิจิทัล 5.เตรียมคนไทยเข้าสู่ยุค metaverse

“ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางกับเรามาตลอด 1 ปี และจะร่วมเดินทางกับเราต่อไปบนเส้นทางนี้ อิ๊งค์เชื่อมั่นในศักยภาพของทุกคน ที่จะมาร่วมกันสร้างพรุ่งนี้ของประเทศไทยร่วมกัน” น.ส.แพทองธาร กล่าว

สอท.ผุดอีเวนต์‘สมคิด’ลุยบ้านเกิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) แจ้งกำหนดจัดกิจกรรม “คิด-ถึง-บ้าน” ในวันที่ 1 พ.ย. โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย จะร่วมกิจกรรม ที่เยาวราชบ้านเกิด จุดเริ่มต้นชีวิตของนายสมคิด เพื่อพบปะประชาชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า ในพื้นที่เยาวราช ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ของกทม.และประเทศไทย โดยมีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคและประธานภาคกทม. นายกันทน์ณภัท จารุกุลพรไพศาล ผู้ประสานงานเขตสัมพันธวงศ์ และนายพงศพัศ กตคุณวิสิทธ์ ผู้ประสานงานพรรค เขตบาง คอแหลม ร่วมลงพื้นที่

โดยนายสมคิดจะสักการะเจ้าแม่กวนอิม ที่มูลนิธิเทียนฟ้า พร้อมพูดคุยกับประธาน และกรรมการมูลนิธิเทียนฟ้า จากนั้น พบปะประชาชนและร้านค้าริมถนนเยาวราช พูดคุยผู้ประกอบการ ที่โรงแรมไชน่าทาวน์ แล้วเดินไปยังบ้านเกิดถนนเยาวพานิช สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า และเยี่ยมชมบ้านเกิดนายสมคิด

หลังจากนั้นนายสมคิดขึ้นรถตุ๊กตุ๊กเดินทางไปวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เพื่อกราบนมัสการสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถร สมาคมและสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ซึ่งเป็นการลงพื้นที่กทม.ครั้งแรกของนายสมคิด หลังรับตำแหน่งประธานพรรค ก่อนหน้านั้นได้ลงพื้นที่ ภาคใต้ 2 ครั้ง

กกต.รอผลที่มาเงินบริจาคพปชร.
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรค การเมือง ให้สัมภาษณ์กรณี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ยอมรับว่า นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ นายทุนจีนที่ได้รับสัญชาติไทย ที่มีข่าวอาจเชื่อมโยงผับดังย่านยานนาวา ถูกตำรวจบุกทลายปาร์ตี้ยาเสพติด มีชื่อบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3 ล้านบาทเมื่อปี 2564 ว่า ในฐานะนายทะเบียนและสำนักงาน กกต.ตั้งแต่ทราบข่าวเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ได้ให้สำนักกิจการพรรคการเมืองดำเนินการตรวจสอบ เบื้องต้น ซึ่งมี 3 ประเด็น

1.ผู้บริจาคมีสิทธิ์บริจาคหรือไม่ โดยดูจากตัวเลขตามบัตรประจำตัวประชาชน พบว่า เป็นผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่สามารถบริจาคเงินให้กับพรรคการเมืองได้ 2.จำนวนเงินที่บริจาคพบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และ3.พรรคผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รู้หรือควรจะรู้ว่าแหล่งที่มาของเงินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตรงนี้อยู่ในชั้นสำนักงาน กกต. กำลังดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เมื่อตรวจสอบแล้วจะทำเรื่องเสนอมายัง นายทะเบียนพรรคการเมือง

ยันตรวจสอบตามมาตรฐาน
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ได้กำหนด เรื่องการบริจาคเงินให้กับพรรคการเมืองไว้ โดยต้องไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 74 จำนวนเงินที่บริจาคต้องไม่เกิน 10 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 เกณฑ์ กกต.จะตรวจสอบตามมาตรฐาน

เมื่อทุกพรรคการเมืองได้รับบริจาค ก็จะตรวจสอบเบื้องต้นว่าผู้บริจาคเป็นผู้ที่สามารถบริจาคเงินให้กับพรรคได้หรือไม่ และเงินที่บริจาคอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ก่อนที่พรรคจะติดประกาศรายละเอียดการรับบริจาคไว้ ณ ที่ทำการของพรรค และส่งให้สำนักงาน กกต. ประกาศให้สาธารณชนทราบต่อไป เมื่อมีกรณีเป็นที่สงสัยของประชาชนสำนักงาน กกต.จะดำเนินการตรวจสอบให้ความเป็นธรรมทั้งกับพรรคและตัวผู้บริจาคเอง ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคการเมืองรู้ภายหลัง ว่าเงินที่ได้รับมาไม่ถูกต้องจะสามารถแก้ไข ได้หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า กฎหมายเขียนไว้ชัดอยู่แล้วผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ขอให้ได้ข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไรก่อน ขอให้ประชาชนสบายใจ ยืนยันกกต.ปฏิบัติเหมือนกันทุกพรรคและ ขอตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นอย่างไร

‘สมชัย’ขู่ไม่รู้ร้อนระวังเจอม.157
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ถ้า กกต.รู้ร้อนรู้หนาว เกี่ยวกับกรณีเงินบริจาค 3 ล้านของพรรคพลังประชารัฐ ที่อาจจะเชื่อมโยงกับธุรกิจผิดกฎหมาย หรือ ผู้บริจาคอาจเป็นคนต่างชาติ

1.กกต. สามารถสั่งการให้นายทะเบียนพรรค การเมือง คือ เลขาธิการ กกต. สอบข้อเท็จจริง ได้ทันที โดยไม่ต้องมีผู้ร้อง

2.นายทะเบียนพรรคการเมือง สามารถตรวจ หลักฐานเงินบริจาคของพรรคการเมืองได้ และขอตรวจสอบสัญชาติผู้บริจาคจากกระทรวง มหาดไทย และขอตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ปปง.)

3.หากพบการกระทำผิดกฎหมาย ตามมาตรา 72 (รับเงินสีเทา) มาตรา 74 (รับเงินต่างชาติ) นายทะเบียนสามารถนำเรื่องเข้าที่ประชุม กกต.เพื่อมีมติ ส่งศาลรัฐธรรมนูญ

4.หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นด้วย สามารถ มีคำวินิจฉัยยุบพรรค และตัดสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งตลอดชีวิตแก่กรรมการบริหารพรรค ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาดังกล่าวได้ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 (3)

5.หาก กกต.ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก็มาตรา 157 และร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประเด็นจริยธรรมได้

‘นิพิฏฐ์’ชี้เสี่ยงถูกยุบพรรค
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคและประธานภาคใต้ พรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า นายสมศักดิ์ยอมรับว่านายชัยณัฐร์ เจ้าของผับดังย่านยานนาวาที่มี คนจีน 100 กว่าคน เข้าไปมั่วสุมยาเสพติด ที่เป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้ บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3 ล้านบาท เป็นเรื่องจริง

ผมตกใจ เพราะ 1.นายชัยณัฐร์ เป็นคนสัญชาติจีน ทราบตามข่าวต่อมาว่าได้ขอแปลงสัญชาติจนได้สัญชาติไทย และน่าจะได้สัญชาติไทย ตามพ.ร.บ.สัญชาติ มาตรา 12

2.ปัญหามีต่อไปว่าขณะบริจาค นายชัยณัฐร์ สละสัญชาติจีนแล้วหรือยัง เพราะตามพ.ร.บ. หากยังถือ 2 สัญชาติ แล้วมาบริจาคเงินให้พรรคการเมืองสุ่มเสี่ยงต่อการเลี่ยงกฎหมาย พรรคการเมืองที่รับบริจาคจะมีความผิด ตาม มาตรา 74 อันอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ ตามมาตรา 92

3.ต้องดูว่าผับของนายชัยณัฐร์ จัดตั้งเป็นนิติบุคคลชื่ออะไร มีใครถือหุ้น สัดส่วนเป็นเช่นไร มีนอมินีถือหุ้นแทนต่างด้าวหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องดูลึกไปอีกว่าเงิน 3 ล้าน ของนายชัยณัฐร์ เป็นเงินส่วนตัว หรือเงินที่ถอนมาจากนิติบุคคล ที่มีนอมินีเป็นผู้ถือหุ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นนิติบุคคลที่เปิดผับก็ถือเป็นนิติบุคคลต่างด้าวนั่นเอง บริจาคเงินก็ผิดตาม มาตรา 74(2) ยุบพรรคได้

4.พฤติกรรมของนายชัยณัฐร์ เข้าข่าย ถูกเพิกถอนสัญชาติตาม มาตรา 19 แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นายกฯ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ โดยพรรคพลังประชารัฐต้องตอบ รมว.มหาดไทย ผู้อนุญาตให้แปลงสัญชาติ ต้องตอบ สุดท้าย กกต.ก็ต้องตอบ แต่ที่เอ่ยนามมาทั้งหมดเราจะเชื่อถือใครได้บ้าง เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ

‘พี่ศรี’บุกร้องทันที
เวลา 13.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อขอให้ ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐรับเงินบริจาค 3 ล้านบาทจากนายทุนชาวจีน

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การที่บุคคลบริจาคเงินให้พรรค ทางพรรคไม่สามารถรู้รายละเอียดส่วนลึกของแต่ละบุคคลได้ เพียงตรวจดูว่าเงินมาในรูปแบบที่กกต.ได้กำหนดไว้ถูกต้องครบถ้วน จำเป็นที่กกต.ต้องดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก และวินิจฉัยว่าบุคคล ดังกล่าวถือ 2 สัญชาติจริงหรือไม่ เกี่ยวพัน ไปถึงธุรกิจทั้งหมดนับ 10 บริษัท มีนอมินีเข้าไปถือหุ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เพราะถ้าเกินกว่ากฎหมายกำหนดจะถือว่า เป็นบริษัทของคนต่างด้าว เป็นข้อห้ามใน พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมืองเช่นกัน หากว่าพบว่ามีความผิด จะเข้าข่ายตามมาตรา 92 (3) เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมือง ดังกล่าวได้

ผู้สื่อข่าวถามว่านายสมศักดิ์ยืนยันว่า เงินที่ได้รับบริจาคถูกต้องตามกฎหมาย นายศรีสุวรรณกล่าวว่า หากยืนยันว่าบุคคล ดังกล่าวแปลงสัญชาติมาเป็นสัญชาติไทย และไม่ได้ถือสองสัญชาติก็มีสิทธิที่จะสนับสนุน ให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งในประเทศไทยได้ แต่ต้องไม่เกิน 10 ล้านบาทตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดไว้

‘ประวิตร’ลั่น‘ไม่ยุบหรอก’
เมื่อเวลา 13.45 น. ที่คลองโอ่งอ่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคพลังประชารัฐได้ส่งเรื่องให้ กกต.แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่านายศรีสุวรรณ ยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบ ว่าเข้าข่ายจะถูกยุบพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่ยุบหรอก”

ต่อข้อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าอาจถูกยุบพรรค ตามมาได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ตามที่ นายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคกังวลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ส่ายหัวแทนคำตอบ

พท.-ก.ก.ค้านยื่นยุบพลังประชารัฐ
น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายสมศักดิ์ ระบุว่าพรรคพลังประชารัฐไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ กับผู้บริจาคและไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ดูเป็นคำตอบที่ปฏิเสธความรับผิดชอบใช่หรือไม่ และอยากเรียกร้องให้กกต. ตรวจสอบเรื่อง 2 สัญชาติมีผลต่อการรับเงินบริจาคของพรรค การเมืองหรือไม่ เพื่อให้เกิดความกระจ่างกับสังคม และควรกำหนดระเบียบ ให้สามารถตรวจสอบการบริจาคเงินของพรรคการเมือง เพื่อไม่ให้เกิดการฟอกขาวของเครือข่ายธุรกิจสีเทาในอนาคต

ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะไปยื่นยุบพรรคนั้นพรรคนี้ พรรคเพื่อไทยเจ็บปวดกับการใช้การยุบพรรคเป็นเครื่องมือทางการเมือง พรรคถูกยุบมีผลให้สมาชิกพรรคเป็นหมื่นเป็นแสนคนต้องสิ้นสภาพสมาชิกไปด้วย จึงเห็นว่าการยุบพรรคควรมีกรณีเดียวเท่านั้น คือการล้มล้าง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กรณีอื่นๆ ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้บริหารพรรค แต่น่าเสียดายเราขอแก้กฎหมาย แต่รัฐสภา ไม่ผ่านให้

ด้านนายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค ก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า หลักการของพรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยกับกระบวนการ การยุบพรรค ไม่ว่าจะโดยเหตุผลใดๆ เพราะหลักการสิ้นสภาพของพรรคการเมืองควรเป็นไปโดยสมาชิกของพรรค หรือเงื่อนไขการดำเนินการของพรรคเอง ไม่ควรหยิบยกประเด็นใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้องค์กรอิสระมาทำลาย พรรคการเมือง

ในส่วนของเงินบริจาค แต่ละพรรค คงทราบว่าเวลาที่มีเงินบริจาคเข้ามาคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเป็นของใคร ส่วนจะรู้จักแล้วจะรับรู้ว่าเงินที่ได้มาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง แต่ทุกพรรคต้องพึงระวังว่าเวลามีเงินเข้ามาคงต้องดูให้ถ้วนถี่ มากขึ้นว่าใครเป็นคนบริจาค และแนวโน้มที่มาที่ไปของเงินบริจาคเป็นอย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน