ตั้งค่ายมวยไทย ลวงเงินบิตคอยน์

รวบ ‘มังกรจีน’วัย 33 ปี หัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ คาหน้าสนามมวยลุมพินี ย่านรามอินทรา ‘บิ๊กก้อง’ผบช.ก. นำทีมแถลง ผลงานตำรวจปคม.ตามจับเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ มี 19 คน ทั้งคนจีน ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และพม่า หลอกคนไทยไปทำงานที่ชายแดนแม่สอด ตาก แต่บังคับข้ามฝั่งไปเมียวดี เมียนมา ให้ทำงานเป็นสแกมเมอร์ วันละ 10 ชั่วโมงทุกวัน แช็ตตุ๋นเงินเหยื่อผ่านออนไลน์ ทั้งลงทุนบิตคอยน์-เงินดิจิตอล ถ้าทำยอดไม่ได้ตามเป้าจะถูกส่งไปกักขัง ทำร้ายร่างกาย ทั้งโกนผมและไฟฟ้าชอร์ต และหากอยากกลับไทยเรียกเงิน 5 หมื่นบาทเป็นค่าไถ่ตัว ผบก.ปคม.เผย ขยายผลคดีหลังจากจับกุมผู้ต้องหาร่วมแก๊งได้ก่อนหน้านี้ 7 คน เหลือหัวหน้าแก๊งรายนี้ พอรู้เบาะแสว่าจะกลับเข้าไทย มาดูกิจการค่ายมวยชื่อ “อาหยงยิม” จึงวางแผน จับกุมตัว ตั้งข้อหาค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน เร่งตรวจสอบธุรกิจที่พัวพันเพิ่ม

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 ต.ค. พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รรท.ผกก.4 บก.ปคม. ร่วมกันแถลงจับกุม นายหวง เทียนหยง หรือ อาหยง อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1112/2564 ลงวันที่ 8 ก.ค.2564 ข้อหา “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ และร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปหรือโดยสมาชิกองค์อาชญากรรมกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานฯ” หลังจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถของสนามมวยลุมพินี ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ

ค้ามนุษย์ – ตำรวจบก.ปคม.บุกจับกุมนายหวง เทียนหยง หรือ อาหยง อายุ 33 ปี สัญชาติจีน หัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ ข้อหาค้ามนุษย์ โดยจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถของสนามมวยลุมพินี ถ.รามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า เมื่อช่วงต้นปี 2564 นายหวงผู้ต้องหา พร้อมกับพวกซึ่งเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีทั้งคนจีน ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และพม่า รวม 19 คน ร่วมกันหลอกคนไทย ไปทำงาน ด้วยวิธีการลงโฆษณาทางอินเตอร์เน็ต หลอกหาคนไปทำงานที่ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อมีเหยื่อ หลงเชื่อ ก็จะถูกบังคับพาข้ามไปยังฝั่ง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ผ่านช่องทางธรรมชาติ ไปที่บริษัท JinXin Holdings จำกัด จากนั้นก็บังคับให้ทำงานเป็น คนหลอกลวงบนโลกออนไลน์ หรือ สแกมเมอร์ (Scammer) เพื่อหลอกลวงเงินผู้อื่นผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ให้นำเงินมาลงทุนธุรกิจเงินดิจิตอล หรือ บิตคอยน์

ด้านพล.ต.ต.ศารุติกล่าวว่า ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเหยื่อถูกหลอกไปทำงาน ได้จำนวน 7 คน จนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะสร้างโปรไฟล์ปลอมขึ้นมาในแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Tinder, Badoo, Blumboo และ Jaumo Dating แล้วบังคับให้เหยื่อเข้าไปพูดคุยหลอกถามข้อมูลส่วนตัว ก่อนชักชวนคนมาลงทุน เมื่อมีผู้สนใจทักกลับมา ก็จะส่งต่อให้หัวหน้าทีมซึ่งเป็นชาวมาเลเซียและฟิลิปปินส์ดำเนินการต่อ ทุกๆ วันผู้เสียหายจะถูกบังคับให้ทำงานถึงวันละ 12 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด และต้องทำยอดให้ได้ตามที่กำหนด หากใคร ไม่ยอม หรือไม่ได้ตามยอดที่กำหนด ก็จะถูกลงโทษโดยส่งไปกักขังที่ “ห้องดำ” ระหว่างนั้นจะถูกทำร้ายร่างกาย, โกนผม หรือใช้ไฟฟ้าชอร์ต จนผู้เสียหายไม่สามารถขัดขืนได้

พล.ต.ต.ศารุติกล่าวต่อว่า หากผู้เสียหายต้องการจะกลับประเทศไทย ต้องนำเงินมาจ่ายเป็นค่าไถ่ตัว จำนวน 50,000 บาท บางรายต้องติดต่อญาติให้เอารถไปจำนำ หรือกู้เงินนอกระบบ เพื่อนำมาให้กับกลุ่ม ผู้ต้องหาแลกกับการปล่อยตัวกลับมา พนักงานสอบสวนจึงรวบพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับขบวนการ ดังกล่าว พร้อมกับตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาไปก่อนหน้าแล้ว 7 ราย เหลือเพียง นายอาหยงที่เพิ่งตามจับกุมได้

ขณะที่ พ.ต.อ.แมน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบเบาะแสว่า นายอาหยงจะเดินทางกลับเข้ามาในไทย เมื่อช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีกิจการค่ายมวย ชื่อ “อาหยงยิม” รวมถึงเป็นโปรโมเตอร์จัดมวยตามเวทีต่างๆ อีกด้วย จึงแกะรอยจนตามจับกุมตัวได้ในที่สุด สอบสวน นาย อาหยงให้การปฏิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ พร้อมเตรียมขยายตรวจสอบธุรกิจต่างๆ ของผู้ต้องหาด้วยว่าเงินที่ นำมาลงทุนนั้นได้มาจากการกระทำผิดหรือไม่ และจากนี้จะส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคม.ดำเนินคดีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน