แต่ต้องมีอายุ20ปีขึ้นไป ปาดหน้าพรรคก้าวไกล
ปาดหน้าพรรคก้าวไกล ครม.ชิงเห็นชอบออกกฎกระทรวงผลิตสุราพื้นบ้านก่อนกฎหมายสุราก้าวหน้าของก้าวไกลที่สภาจะพิจารณา ‘วิษณุ เครืองาม’ รองนายกฯ ชี้เมื่อออกกกฎกระทรวงฉบับนี้มาแล้วร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าก็ไม่มีความจำเป็นอีก อ้างซุ่มทำมานาน 6 เดือน เพราะกฎหมายเก่าตึงเกิน อีกทั้งกฎหมายใหม่ที่พรรคการเมืองเสนอก็หย่อน ปัดวุ่นเกมการเมืองชิงไหวชิงพริบ ด้าน ‘พิธา’ ซัดมติครม.เป็นการเมืองล้วนๆ จงใจให้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลใช้เป็นข้ออ้างคว่ำร่างกม.สุราก้าวหน้าของพรรคก้าวไกล เพราะกลัวขัดผลประโยชน์นายทุนใหญ่
เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 1 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 2 เนื่องจากกฎหมายที่ออกมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2560 ได้รับการร้องเรียนว่าตึงเกินไป ทำอะไรก็ไม่ได้ จึงคิดกันว่าจะทำให้หย่อนลง คือการออกกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งมีพรรคก้าวไกล เสนอเข้าสภา โดยรัฐบาลรับมาพิจารณาและสภารับหลักการไป แต่เมื่อมาดูพบว่ากฎหมายปี พ.ศ.2560 ตึง แต่กฎหมายของฝ่ายค้านหย่อนคือจะเป็นอันตรายต่อ ผู้บริโภค และกระทบกับภาษีรายได้ของประเทศ จึงมาคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะพบกันครึ่งทาง คณะกรรมการกฤษฎีกา จึงมีข้อแนะนำว่าไม่ต้องเดือดร้อนออกเป็นพ.ร.บ. แต่ออกเป็นกฎกระทรวงได้ โดยกฎกระทรวงนี้จะหย่อนลง อะไรที่เคยบังคับก็หย่อนและเกือบจะเท่ากับพรรคก้าวไกล
นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การชิงไหวชิงพริบ ตัดหน้าอะไรสภา แต่ต้องการให้มีกฎเกณฑ์ เพื่อผ่อนปรนให้สามารถผลิตสุรา โดยเฉพาะสุราที่ไม่ได้มีเพื่อการค้าให้สามารถทำได้ โดยเฉพาะสุราพื้นบ้าน เพราะครม.เห็นว่าเป็นการรักษาภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยกฎกระทรวงฉบับที่ 2 นี้ ไม่ได้ทำให้รายได้ของรัฐบาลลดลง และทำให้ผู้ที่ประสงค์จะผลิตสุราสามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตให้วุ่นวายและเป็นภาระแก่ประชาชน โดยร่างกฎกระทรวงฉบับที่ 2 จะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อมีกฎกระทรวงฉบับนี้แล้ว ถ้าร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าของพรรคก.ก.ไม่ผ่านสภาก็ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็ไม่จำเป็น เพราะในกฎกระทรวงมีสิ่งที่ดีเกือบเท่าเทียมกัน แต่รายละเอียดจะหย่อนลงจากกฎหมายปีพ.ศ.2560 มากกว่าครึ่ง
เมื่อถามว่าถือเป็นการแก้เกมกันหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้แก้เกม เพราะร่างกฎกระทรวงฉบับที่ 2 นี้ทำมา 6 เดือนแล้ว ก่อนที่พรรคก้าวไกลจะเสนอกฎหมาย เพียงแต่กฎกระทรวงที่กรมสรรพสามิตเสนอ คณะกรรมการกฤษฎีกาดูแล้วเห็นว่า ในเมื่อแก้แล้วยังไม่ดีต้องแก้ใหม่
เมื่อถามถึงการออกกฎกระทรวงในช่วงที่สภากำลังพิจารณาพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า นายวิษณุกล่าวว่า ถ้ามองอะไรเป็นการเมืองก็ชิงไหวชิงพริบได้ทุกเรื่อง แต่ถ้าเห็นว่ามีความจำเป็นก็ต้องปล่อยไป
รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแจ้งว่า ระหว่างการพิจารณาวาระร่างกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ…. ที่กรมสรรพสามิตเสนอ นายวิษณุรายงานให้ที่ประชุมครม.ฟังว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวเป็นกฎกระทรวงที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่มีการพูดคุยกันว่าจะให้ ผ่อนปรนเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากกฎหมายเดิมตึงเกินไป โดยเฉพาะเหล้าเถื่อนถ้ากินไปแล้วบางรายถึงขั้นตาบอด เสียชีวิต จึงขอให้ปรับปรุงกฎกระทรวงฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อผ่อนปรนและเน้นเรื่องความปลอดภัย คุ้มครองผู้บริโภค พร้อมเน้นย้ำให้มีความเสรีภายใต้กฎหมาย โดยก่อนหน้านี้ที่ประชุมได้ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปดำเนินการปรับปรุง ขณะนี้เสร็จแล้วจึงเอามารายงานครม.ในครั้งนี้ หลังจากนี้รอประกาศใช้ลงราชกิจจานุเบกษา
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงทำความเข้าใจว่า พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าถ้าจะเปิดเสรีอย่างที่เสนอนั้นทำไม่ได้ โดยที่ประชุมครม.มอบหมายให้นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีไปประสานกับวิปรัฐบาลในเรื่องนี้
นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ร่างกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ….. เป็นการปรับปรุงแก้ไขใบอนุญาต ซึ่งเดิมมีการกำหนดใบอนุญาต 2 ประเภท คือ การผลิตสุราแช่ชนิดเบียร์ และสุรากลั่นชุมชน โดยในส่วนของสุราแช่หรือเบียร์เป็นการยกเลิกการกำหนดจำนวนทุนจดทะเบียนสำหรับผู้ขออนุญาต ซึ่งเดิมกำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท และยกเลิกการกำหนดกำลังการผลิตขั้นต่ำระหว่าง 100,000-1,000,000 ลิตรต่อปี แต่ต้องเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือใช้เครื่องจักรอุปกรณ์การผลิตสุราแช่ชนิดเบียร์ที่มีมาตรฐาน
“การแก้กฎหมายครั้งนี้จะทำให้เบียร์ที่เป็นบริวผับ หรือเบียร์โรงเล็ก ต่อไปนี้ไม่ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท และไม่ต้องมีกำลังการผลิตขั้นต่ำ แต่จะมีมาตรการเรื่องระเบียบของกรมโรงงานบางส่วน ทั้งสินค้าและเครื่องไม้เครื่องมือที่ต้องกำหนดไว้ตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้การดูแลของกรมควบคุมมลพิษ” นายณัฐกรระบุ
ส่วนสุรากลั่นหรือสุราชุมชนที่ได้รับใบอนุญาตผลิตสุรามาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และไม่มีประวัติการกระทำความผิดตามกฎหมายภาษีสรรพสามิตครบหนึ่งปี สามารถขออนุญาตเป็นโรงงานอุตสาหกรรม จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 5 แรงม้า ให้เพิ่มเป็นไม่เกิน 50 แรงม้าได้ และจากเดิมกำลังคนไม่เกิน 7 คน ให้ขยายกำลังคนไม่เกิน 50 คน “กฎหมายที่ปรับแก้ไขจะเป็นการปลดล็อกกรณีที่เป็นการค้า ส่วนกรณีที่ไม่ใช่การค้า ขณะนี้กรมได้อนุญาตให้สามารถผลิตได้ เช่น ทำเอง ดื่มเองภายในครัวเรือน แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขคือ ต้องขออนุญาต โดยมีกำลังการผลิตไม่เกิน 200 ลิตรต่อปี และผู้ผลิตต้องบรรลุนิติภาวะไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ขณะเดียวกันเมื่อผลิตเสร็จแล้วต้องให้ตรวจสอบคุณภาพก่อน”
ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงมติครม.เเก้กฎกระทรวงเกี่ยวกับการผลิตสุราพื้นบ้านว่า มติดังกล่าวไม่เข้าใจจุดประสงค์ของ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าเลย ชัดเจนว่าเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ ถึงนายวิษณุจะบอกว่าไม่ได้ปาดหน้าพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าของพรรคก้าวไกล เเละอ้างว่าทำมานาน 6 เดือนก่อนสุราก้าวหน้าก็ตาม หากจะอ้างเหตุผลเช่นนี้ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว และทางพรรคได้ยื่นร่างกฎหมายฉบับนี้มาตั้งเเต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ไม่ถูกยุบ
“ชัดเจนว่าการมีมติครม.ก่อนการลงมติพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าออกมาเพียง 1 วัน เป็นการจงใจเพื่อให้ส.ส.รัฐบาลอภิปรายเป็นเหตุผลกับสภาว่า พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าไม่จำเป็นอีกต่อไปเเล้ว เพราะกฎกระทรวง ออก มาเเล้ว ซึ่งจริงๆ เเล้วพ.ร.บ.สุราก้าวหน้ายังคงจำเป็นในการประกันหลักเสมอภาคในการเเข่งขันทางธุรกิจของประชาชน เนื่องจากเป็นกฎหมายลำดับชั้นสูงกว่าที่เเก้ยากกว่ากฎกระทรวง ซึ่งผมได้เตรียมตอบทุกข้อสงสัยในสภาอยู่เเล้ว” นายพิธากล่าว
นายพิธากล่าวว่า ตนได้ดูรายละเอียดกฎกระทรวงดังกล่าว ตอนเปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อสัปดาห์ก่อนในเว็บไซต์กรมสรรพสามิต และคิดว่าน่าจะใช้เวลาระยะหนึ่งเเต่ก็ไม่คิดว่าเสร็จสิ้นเร็วขนาดนี้ รู้สึกว่าพี่น้องประชาชนและพรรคก้าวไกลโดนหลอกมาตั้งนาน ที่แท้กฎกระทรวงก็เเก้ไม่ยากอย่างที่อ้าง เเละเมื่อดูรายละเอียดมีการปลดล็อกกำลังการผลิตก็จริง เเต่ก็มีการใส่ข้อจำกัดอื่น ทำให้ไม่ใช่การปลดล็อกการผลิตสุราให้รายย่อยจริง การออกกฎกระทรวงนี้ไม่ได้ตอบโจทย์การปลดปล่อยอุตสาหกรรมสุราจากทุนผูกขาดที่เเท้จริง เเละยังเป็นเครื่องพิสูจน์อีกครั้งว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนใจประชาชน เเค่กลัวเสียหน้า กลัวขัดผลประโยชน์นายทุนที่พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าจะผ่านในวันพรุ่งนี้เท่านั้น