‘รองต่อ-โจ๊ก’ค้น35จุด สั่งจับ3ตร.ช่วยผู้ต้องหา
ตำรวจระดมปูพรมลุยค้น 35 จุด ใน 7 จังหวัด กวาดล้างผับยาเสพติดนายทุนจีน ล็อกตัว ‘เดวิด’ เจ้าของผับเบบี้เฟซ ซอยสุขุมวิท 63 ปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 10 ปี อายัดเอกสาร-รถหรูที่ให้เงินเพื่อนคนไทย เป็นนอมินีซื้อแทน ‘บิ๊กโจ๊ก’ เผยดำเนินคดี 3 ตำรวจช่วยผู้ต้องหาคดีทลายผับร้านจินหลิงท้องที่สน.ยานนาวา ขณะที่ตำรวจพัทยารวบ ‘โกเอี่ยว’ ที่ปูดส่งส่วยจนท.วันทลายคลับวันขณะไปขึ้นศาลคดียาเสพติด ข้อหาสวมบัตรเป็นคนไทย พบเป็นแค่นอมินี ส่วนเจ้าของตัวจริง ถูกล็อกคาตม.มุกดาหารขณะจะเผ่นข้ามไปลาว
จากกรณี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.(ปป) ดูแลจัดระเบียบสถานบริการ ทั่วประเทศ พร้อมสั่งการให้ร่วมกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.(สส) วางแผนตรวจสอบกรณีสถานบริการที่มีเจ้าของ เป็นนักลงทุนชาวจีนและมีคนไทยเป็นนอมินี เพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามปัญหายาเสพติด ที่อาจมีการนำเข้ามาใช้ในสถานบริการเหล่านี้
เนื่องจากพบการกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับสถานบริการอย่างต่อเนื่อง จากกรณีการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวชาวจีนหลังไปเที่ยวสถานบริการท็อปวัน ในพื้นที่ สน.สุทธิสาร เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากเสพยาเสพติดปริมาณมาก เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ตรวจค้นสถานบริการคลับวันในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พบยาเสพติดจำนวนมากภายในสถานบริการดังกล่าว และเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ตรวจค้นร้าน จินหลิง ในพื้นที่สน.ยานนาวา พบนักท่องเที่ยว ใช้ยาเสพติดกว่า 104 ราย และพบยาเสพติดในร้านจำนวนมาก โดยสถานบริการทั้ง 3 แห่ง มีนักลงทุนชาวจีนใช้ชื่อของคนไทยเป็นนอมินี

ยึดรถหรู – พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ร่วมกันแถลงข่าวยึดรถหรูของนายเดวิด นายทุนเชื้อสายจีน เจ้าของสถานบันเทิงย่านสุขุมวิท และขยายผลตรวจค้นสถานบันเทิงอีกหลายแห่ง เมื่อวันที่ 1 พ.ย.
ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 15.30 น. วันที่ 1 พ.ย. ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.(สส) ร่วมกันแถลงนำทีมการปฏิบัติ บช.น., บช.ภ.1, บช.ภ.2, บช.ภ.4, บช.ภ.7, บช.ภ.8, บช.สอท., บช.ปส., บช.สตม., บช.ทท. และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ 700 นาย กระจายกำลังปฏิบัติการเข้าตรวจค้นตามบ้าน อาคาร ที่พัก เพื่อเสาะหาพยานหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธปืน และบ่อนการพนัน
เพื่อนำมาประกอบการดำเนินคดีเกี่ยวกับกรณีเจ้าของสถานประกอบการท็อปวัน ร้านจินหลิง เบบี้เฟซและคลับวัน พัทยา โดยขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้น 35 จุด ใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ 17 จุด ชลบุรี 11 จุด สมุทรปราการ 2 จุด ชุมพร 2 จุด นนทบุรี 1 จุด สมุทรสาคร 1 จุด และขอนแก่น 1 จุด โดยมีจุดน่าสนใจอยู่ที่บริเวณบ้านของนายเดวิด หรือ สุ่ย ไท่ เหว่ย บริเวณซอยเจริญมิตร ถ.สุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. ผู้บริหารร้านเบบี้เฟซ ซอยสุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. เบื้องต้นยึดรถยนต์หรูหลายคัน ไว้ตรวจสอบเอกสารความถูกต้อง รวมทั้งตำรวจยังตรวจยึดเอกสารสำคัญ
นอกจากนี้ ตำรวจยังเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงหลายแห่ง ประกอบด้วย ร้าน Asgars ประชาอุทิศ ห้วยขวาง ร้าน Booze ประชาอุทิศ ห้วยขวาง ร้าน Hollywood รัชดาฯ ห้วยขวาง ร้าน K.Bangkok อาร์ซีเอ พลาซ่า ห้วยขวาง ร้าน Space Plus อาร์ซีเอ พลาซ่า ห้วยขวาง ร้าน Joy luck อาร์ซีเอ พลาซ่า ห้วยขวาง ร้าน Baby Face สุขุมวิท 62 เขตวัฒนา เพื่อหาหลักฐานมาประกอบการสืบสวนขยายผลกรณีที่ตำรวจเข้าตรวจค้นสถานประกอบการ Top One ร้านจินหลิง Baby Face และ Club one พัทยา

ตรวจผับ – พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. นำกำลังเข้าตรวจสอบผับ-บาร์ สถานบริการของนายทุนต่างชาติ พร้อมกัน 6 จุดทั่วกทม.ในคืนวันฮัลโลวีน ขยายผลจากการจับกุมมาเฟียแก๊งมังกร
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า การตรวจค้นบ้านของนายเดวิด หรือนายเดวิด หรือชื่อจีนว่า สุ่ย ไท่ เหว่ย ซึ่งเข้ามาอยู่เมืองไทยประมาณ 10 ปีแล้ว ตำรวจยึดรถยนต์หรูและอาวุธปืน รวมทั้งสุรา บุหรี่ และเอกสารต่างๆ ไว้ตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังพบว่าในห้องพักมีร่องรอยการใช้ยาเสพติด จากข้อมูลที่สืบพบ นายเดวิดแต่งงานมีภรรยาเป็นคนไทย ลูกเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ สถานบริการที่ผิดกฎหมาย และประวัติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เบื้องต้นนายเดวิดถูกตั้งข้อหาช่วยซ่อนเร้นช่วยกัน จำหน่ายฯ ตามความผิดกฎหมายศุลกากร และความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสรรพสามิต กรณียึดของผิดกฎหมายประกอบด้วย รถยนต์และสุราผิดกฎหมาย
ส่วนข้อมูลการซื้อรถยนต์ของนายเดวิด พบว่านำเงินสดจำนวนหนึ่งไปฝากให้เพื่อนคนไทยซื้อ ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยาน หลักฐานว่าเข้าข่ายความผิดการกระทำลักษณะ ของกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ นอกจากนั้น นายเดวิดมีความเชื่อมโยงกับนายทุนจีนที่ทำธุรกิจสถานประกอบการในพื้นที่ชลบุรี แต่ในส่วนของสถานประกอบการจินหลิง นายเดวิดไม่ใช่เจ้าของ แต่ตำรวจมีข้อมูลแล้วว่าใครคือเจ้าของตัวจริง
ส่วนกรณีคลับวัน พัทยา ตำรวจพัทยา นำหมายศาลเข้าจับกุมนายนิติพัฒน์ หรือ โกเอี่ยว โชคชัยธนพร ที่อ้างว่าตำรวจรับส่วย โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล เบื้องต้นพบมีพฤติกรรมเป็นนอมินีทำธุรกิจแทน และอยู่ระหว่างตรวจสอบการออกเอกสารจากกรมการปกครองให้กับนายนิติพัฒน์ถูกต้องหรือไม่ และตำรวจ ตม.มุกดาหารยังจับเจ้าของตัวจริงคือนายหยู่ ฉาง เฟย ขณะเตรียมหลบหนีผ่านด่านไปยังประเทศลาว อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล นอกจากนั้นยังต้องตรวจสอบ ว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่กรณีการต่อวีซ่าให้ เนื่องจาก ผู้ต้องหาขออนุญาตอยู่ในประเทศไทยในฐานะ นักเรียน หากพบว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มีส่วนรู้เห็นหรือเอื้อผลประโยชน์ส่วนนี้ จะต้องมีการดำเนินการต่อไป
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังกล่าวถึงการตรวจค้นร้านจินหลิง ในพื้นที่สน.ยานนาวา สืบทราบว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐให้การช่วยเหลือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องหาบางราย โดยการเรียกรับ ผลประโยชน์ เพื่อเร่งให้มีการส่งตัวผัดฟ้อง ต่อศาลและได้รับประกันตัวในชั้นศาล และประสานให้มีการปล่อยรถยนต์ของกลาง ที่มีการยึดไว้ตรวจสอบคืนให้กับผู้ต้องหา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการดำเนินคดีกับ เจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวเพิ่มเติม 3 ราย ประกอบด้วย
ตำรวจยศพ.ต.ท. สังกัดสน.ลาดพร้าว ในความผิดฐานให้ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด แก่เจ้าพนักงานในตำแหน่ง ตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำ หรือประวิงการกระทำ อันมิชอบด้วยหน้าที่ 2.นายตำรวจยศ พ.ต.ต. สังกัดสน.ยานนาวา และนายตำรวจ ร.ต.อ.สังกัดสน.ยานนาวา ถูกดำเนินคดีฐานเรียกรับ หรือ ยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นโดยมิชอบฯ กรณีที่การ ส่งฟ้องผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวต่างชาติ เมื่อผู้ต้องหา ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล ตามขั้นตอนต้องส่งตัวให้ไปอยู่ในการควบคุมของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แต่ไม่ได้ส่งตัวไปจึงถือว่า มีความผิด
ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.ธีระชัย ชํานาญหมอ ผบก.สส.ภาค 2 พร้อมหน่วยคอมมานโด บูรพา 491 ถือหมายจับ 487/2565 ข้อกล่าวหาแสดง ข้อความอันเป็นเท็จต่อ เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่จดข้อความ อันเป็นเท็จลงในประวัติทะเบียนราษฎรอันเป็น เอกสารราชการ (บัตรประชาชนปลอม) เข้าจับกุมนายนิติพัฒน์ โชคชัยธนพร หรือเอี่ยว หรือกู๋เอี๋ยว หรือโกเอี่ยว อายุ 45 ปี เป็นคนต่างด้าวไม่ทราบสัญชาติ เชื้อชาติจีน ถือบัตรประชาชนไทย ออกโดยที่ว่าการอำเภอบางละมุง
โดยจับกุมได้ที่หน้าศาลจังหวัดพัทยา ระหว่าง ที่เจ้าตัวเพิ่งออกจากการพิจารณาคดีเก่า “ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) ไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน จากนั้น ตำรวจควบคุมตัวมายังสภ.เมืองพัทยา ทันที โดยนายนิติพัฒน์มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังคดี “คลับวัน” ผับฉาว สะท้อนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ และ ปกครอง จนมีการออกแฉเรื่องส่วยการเรียกรับ ผลประโยชน์ ร่วมถึงการตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่ ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือ ตำรวจสืบสวนสอบสวนหาเจ้าของตัวจริง โดยมีการนำหมายค้น เข้าตรวจสอบเอกสารสำคัญ รวมถึงเส้นทาง การเงินของคลับวัน ผับทั้งหมด จนพบว่า นายนิติพัฒน์คือเจ้าของตัวจริง และยังตรวจสอบ พบเป็นคนสัญชาติจีน แต่มีบัตรประชาชนไทย
ตำรวจเริ่มแกะรอยสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนพบว่า นายเอี๋ยวใช้ชื่อว่า นายนิติพัฒน์ โชคชัยธนพร เลขบัตรประจำตัวประชาชน 2 2399 00018 47 2 ไม่ใช่บุคคลตามทะเบียนราษฎรจริง ประกอบกับได้บันทึกถ้อยคำ นางม่วย อิฐสมบูรณ์ มารดาของ นายนิติพัฒน์ หรือเอี่ยว โชคชัยธนพร (ตามฐานข้อมูลทะเบียน ราษฎร) และนางสุนีย์ อิฐสมบูรณ์ อายุ 44 ปี พี่น้องต่างมารดา (ตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร) ให้ถ้อยคำตรงกันว่าไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้านายนิติพัฒน์ผู้ต้องหาที่ถูกจับมาก่อน ทำให้ตำรวจมั่นใจว่าผู้ต้องหาสวมชื่อบัตรประชาชน ของคนอื่น เพื่อมีบัตรประชาชนไทยไว้ในความครอบครอง และแสดงตัวตนว่าตัวเองเป็นคนไทย ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐาน จนออก หมายจับดังกล่าว
นอกจากนี้ ตำรวจแบ่งกำลังเข้าตรวจค้น 11 จุดพร้อมกันทั่วเมืองพัทยา และในท้องที่ อ.บางละมุง เพื่อหาหลักฐานสำคัญ เพื่อพิสูจน์ทราบ และหาจุดเชื่อมโยงต่างๆ หลังพบว่า กู๋เอี๋ยว มีส่วนเกี่ยวข้องกับผับคนจีนชื่อดัง “ท็อปวัน” ในการส่งลูกค้าคนจีนไปใช้บริการ หลัง “ผับ คลับวัน” ถูกปิดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา