ไม่พอฟื้นฟูนาจม วอนชดเชยเพิ่ม ขอนแก่นยังท่วม เลื่อนเปิดเทอม
ชาวนาครวญรัฐบาลเยียวยาไร่ละ 1,200 บาทไม่เพียงพอหลังน้ำท่วมนาที่กมลาไสย กาฬสินธุ์ กว่า 2 สัปดาห์จากเหตุพนังกั้นขาด ทำให้นาข้าวกลายเป็นทะเลสาบ เงินชดเชย ช่วยเหลือจากรัฐบาลไร่ละ 1,200 บาท และประกันน้ำท่วมจาก ธ.ก.ส.อีกไร่ละ 1,200 บาทน้อยเกินไป ไม่พอค่าแรง ค่าปุ๋ยที่แพงขึ้น วอนให้ช่วยเพิ่มเงินช่วยเหลือมากกว่านี้ 12 โรงเรียนชั้นประถมติด แม่น้ำมูนที่เมืองอุบลฯ ยังเปิดเทอมไม่ได้ มีน้ำท่วมขัง ส่วนโรงเรียนเอกชนบางแห่งถูกใช้เป็นศูนย์อพยพ นักเรียน 1.2 พันคนต้องหันเรียนออนไลน์ที่บ้านแทน กรมอุตุฯ ประกาศ พายุโซนร้อนกำลังแรง ‘นัลแก’ บริเวณทะเลจีนใต้ หอบมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ปกคลุมไทยตอนบน 2-5 พ.ย. ส่งผลให้ภาคเหนือและอีสานมีอากาศเย็น อุณหภูมิ ลดลง 1.2 องศา ส่วนภาคใต้ยังมีฝนตกหนัก บางแห่ง เฝ่าระวังน้ำป่า-ท่วมฉับพลัน
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุ “นัลแก” ฉบับที่ 4 ระบุว่า พายุโซนร้อนกำลังแรงนัลแก บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 110 ก.ม. ต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือด้วยความเร็วประมาณ 15 ก.ม. ต่อชั่วโมง
พายุนี้มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่ง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนในช่วงวันที่ 2-3 พ.ย.2565 ขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลาง อีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 2-5 พ.ย. จะทำให้พายุ อ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว โดยพายุนี้ไม่ส่งผล กระทบโดยตรงต่อประเทศไทย
ส่วนพยากรณ์อากาศประเทศไทย บริเวณ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนยังคงปกคลุม ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิลดลง 1-2 องศา ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณ ดังกล่าว มีอากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย
สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ประกอบกับร่องมรสุมยังคง พาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ทำให้บริเวณ ดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตราย จากฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ที่จ.กาฬสินธุ์ จากผลกระทบมวลน้ำชี ซัดพนังกั้นขาด บริเวณ ก.ม.6 บ้านสะดำศรี ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ คือที่อ.ลำฆ้องชัย และอ.กมลาไสย จำนวน 7 ตำบล 41 หมู่บ้าน 2,147 หลัง คาเรือน 7,089 คน วัด 12 แห่ง โรงเรียน 4 แห่ง ถนนจำนวน 10 สาย พื้นที่การเกษตร คาดว่าจะได้รับความเสียหายจำนวน 26,158 ไร่ และด้านประมง 185 ไร่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันพื้นที่ อ.ฆ้องชัย จากเดิมมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมจำนวน 863 หลังคาเรือน ล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายแล้ว บางพื้นที่ประชาชนสามารถกลับเข้าบ้านตนเองได้ บางส่วนอยู่ระหว่างสำรวจ ส่วนพื้นที่อ.กมลาไสย ประชาชนกลับเข้าอยู่อาศัยในบ้านได้แล้ว 360 หลัง คาเรือน จากเดิมมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วม 1,284 หลังคาเรือน และยังคงถูกน้ำท่วมอยู่ 924 หลังคาเรือน ซึ่งแนวโน้มสถานการณ์น้ำในพื้นที่ระดับน้ำในแม่น้ำชีมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทางจังหวัดและหน่วยที่เกี่ยวข้อง จะเร่งฟื้นฟู เยียวยา และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ภาพรวมทั้งจังหวัด จากข้อมูลของปภ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงฤดูฝนพบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 9 อำเภอ 27 ตำบล 226 หมู่บ้าน 9,043 ครัวเรือน 2,346 หลังคาเรือน ถนน 12 สาย วัด 14 แห่ง โรงเรียน 5 แห่ง รพ.สต. 2 แห่ง โดยมีพื้นที่ การเกษตร คาดว่าจะได้รับความเสียหายรวม 80,673.75 ไร่ และด้านประมงอีกกว่า 285 ไร่
ด้านเกษตรกรใน ต.ดงลิง อ.กมลาไสย เผยว่า น้ำท่วมปีนี้หนักมาก นาข้าวหลายพื้นที่ กลายเป็นทะเลสาบ และถูกน้ำท่วมขัง มานานกว่า 2 สัปดาห์ รวมทั้งนาข้าวของตนด้วย ซึ่งถูกน้ำท่วม 5 ไร่ คาดว่าน่าจะเสียหายทั้งหมด ทั้งนี้ทราบว่าหลังจากนี้เกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยและช่วยเหลือจากรัฐบาลไร่ละ 1,200 บาท และได้รับเงินช่วยเหลือประกันน้ำท่วมจาก ธ.ก.ส.ไร่อีกละ 1,200 บาท นั้นไม่คุ้มและยังน้อยอยู่ เนื่องจากที่ผ่านมาชาวนาต้องจ่ายค่าแรง รวมทั้งค่าปุ๋ยก็แพงด้วย ซึ่งหากได้รับเงินช่วยเหลือเท่านี้จึงถือว่าไม่คุ้ม อยากให้เพิ่มมากกว่านี้
ขณะที่ความคืบหน้าการกู้ถนนสายกาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด ช่วงบ้านหัวแฮด ต.ธัญญา อ.กมลาไสย ไปถึงบ้านท่ากลาง ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย นายธวัชชัย รอดงาม รองผวจ.กาฬสินธุ์ นางดวงตา พายุพล ผอ.แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ยังคงใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็กติดตั้งตามแนว กระสอบทราย เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ ด้านนอกเนื่องจากระดับน้ำที่ลดลงอย่าง ต่อเนื่อง โดยมีน้ำท่วมขังพื้นผิวถนนเหลืออยู่ ระยะทาง 800 เมตร และระดับลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 10-20 ซ.ม. จากเดิมท่วมสูงถึง 90 ซ.ม.
ที่จ.อุบลราชธานี ยังมีน้ำท่วมสูงใน อ.เมืองและอ.วารินชำราบ ทำให้โรงเรียนที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำมูนยังเปิดเรียนไม่ได้ 12 โรง และโรงเรียนเอกชนบางส่วนใช้เป็นพื้นที่อพยพ ทำให้ไม่สามารถเปิดเรียน ได้ตามปกติในการเปิดเทอมวันแรก ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. โดยทางโรงเรียนได้จัดให้เรียนออนไลน์แทน นักเรียนกว่า 1,200 คน ต้องเรียนออนไลน์แทน
นายเสรี ตุ้มอ่อน ศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนมัธยม และประถมศึกษาขนาดใหญ่ในเขตอำเภอเมือง และอ.ชำราบ จ.อุบลราชธานี เปิดเรียน ได้ตามปกติ และทางโรงเรียนได้ชี้แจงถึงสถานการณ์น้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนของแต่ละโรงเรียน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความช่วยเหลือทั้งการแจกถุงยังชีพ และเงินสดใช้จ่ายช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบทั้งจังหวัดกว่า 8,950 คน รวม 93 โรง โดยจะต้องมีการสอนเสริมในส่วนที่ยังเรียนไม่ครบ ส่วนการซ่อมแซมอาคารเรียนหลังน้ำลด จะมีการสำรวจความเสียหาย แล้วรายงานของบสนับสนุนจากส่วนซ่อมแซมครุภัณฑ์ และสิ่งก่อสร้างที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ต่อไป
จังหวัดอุบลฯ มีโรงเรียนทั้งหมดจำนวน 1,120 แห่ง มีโรงเรียนถูกน้ำท่วมทั้งเอกชนและรัฐบาลจำนวน 93 แห่ง ส่วนใหญ่น้ำลด เกือบหมดแล้ว เหลือเพียง 12 โรงที่มีน้ำท่วม ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนตั้งอยู่ตามชุมชน ที่อยู่ใกล้แม่น้ำมูน ยังมีน้ำท่วมอาคาร ชั้นล่าง และเป็นโรงเรียนประถมขนาดเล็ก มีนักเรียนตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักร้อย ทำให้มีนักเรียนที่ยังไม่เปิดเรียนตามปกติประมาณ 1,200 คน หลังน้ำลดสู่ภาวะปกติโรงเรียนจะกลับมาสอนตามปกติอย่างช้าราวกลางเดือนพ.ย.นี้
ส่วนที่โรงเรียนบ้านบึงเนียมใคร่นุ่นท่าหิน ต.บึงเนียม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งอยู่ติดกับ ลำน้ำพอง ที่รับน้ำจากการระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ พบว่า ระดับน้ำได้ลดลง จนเกือบแห้งแล้ว มีเพียงบางจุดที่เป็นที่ลุ่มต่ำ ที่น้ำยังท่วมขังรอการระเหย ส่วนบริเวณภายในอาคารเรียนน้ำแห้งแล้ว เหลือเพียงคราบน้ำที่เคยท่วมสูงครึ่งเมตร ขณะที่ โต๊ะ เก้าอี้ และสื่อการเรียนการสอนต่างๆ ยังคงถูกวางไว้บนที่สูง ซึ่งคณะครูอาจารย์ได้ช่วยกันยกขึ้นไว้เพื่อไม่ให้น้ำท่วมถึงและป้องกันความเสียหาย
นางประไพวรรณ ราชซุยแสน อายุ 55 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านบึงเนียมใคร่นุ่นท่าหิน กล่าวว่า โรงเรียนแห่งนี้ เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียน ครู บุคลากร รวม 227 คน สอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนจาก 9 ชุมชนมาเรียน โดยน้ำพองเริ่มหลากเข้าท่วมภายในบริเวณโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น น้ำที่เคยท่วมขังในโรงเรียนจะลดลงจนเกือบแห้งแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ เนื่องจากห้องเรียน อาคารเรียน ห้องสุขา และบริเวณโรงเรียนยังมีดินโคลน และคราบ สกปรกที่ต้องทำความสะอาด และที่สำคัญคือ บางชุมชนที่บุตรหลานมาเรียนหนังสือที่โรงเรียน น้ำยังท่วมขัง หากเปิดการเรียนการสอนอาจส่งผลกระทบกับนักเรียน ในชุมชนนั้นๆ ได้ ทาง ผอ.โรงเรียนจึงได้เรียกประชุมครู อาจารย์ รวมทั้งคณะกรรมการสถานศึกษา ก่อนจะมีมติว่า ให้เลื่อนการเปิดเทอมในวันที่ 1 พ.ย. ออกไปก่อน แล้วกลับมาเปิดการเรียน การสอนอีกครั้งในวันที่ 7 พ.ย.นี้
ด้านน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีสถานการณ์ น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ เช่น จ.ขอนแก่น อุบลราชธานี และมหาสารคาม ตนได้ มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำรวจความ เสียหาย เพื่อจัดหางบประมาณสนับสนุนซ่อมแซมโรงเรียนให้จัดการเรียนการสอนได้โดยเร็ว หากโรงเรียนไหนน้ำลดแล้ว พบว่าอาคารสถานที่ อุปกรณ์ไม่ได้รับความเสียหายมาก จัดการเรียนการสอน ในโรงเรียนได้ ให้เปิดเรียนตามปกติ ส่วนโรงเรียนใดที่น้ำยังท่วมขัง ไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ ให้นำเด็กไปเรียนรวมกับโรงเรียนใกล้เคียง โดยให้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนักเรียน
ส่วนที่อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พื้นที่หมู่ 5 และหมู่ 6 ต.หัวตะพาน ที่มีน้ำท่วมสูงถึง 1-2 เมตร ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทำให้ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี หรือผู้ว่าฯ ปู อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วย นางชุติพร วิจิตรแสงศรี และภรรยา เปิดบ้านสวนริมน้ำ ทำก๋วยเตี๋ยวผัดไทย นำออกไปแจกจ่ายให้ประชาชนตามบ้านเรือน ที่ถูกน้ำท่วม และแจกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ถูก น้ำท่วมด้วย
สำหรับ จ.อ่างทอง ได้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ อ.เมือง อ.วิเศษชัยชาญ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.โพธิ์ทอง และอ.แสวงหา รวม 6 อำเภอ 52 ตำบล 316 หมู่บ้าน 25,508 ครัวเรือน