แฉเล่ห์ใช้คริปโต โยกเงินกลับปท.
ตร.ลุยล้างบางบ่อนศูนย์เหรียญ จ่อหมายจับเพิ่มแก๊งมังกร ‘บิ๊กเด่น’ พร้อมรับเบาะแสบ่อนการพนันจากประชาชน ยืนยันลงดาบตำรวจนอกแถวที่เข้าไปมีส่วน ‘รองโจ๊ก’ ยืนยันยังไม่พบความเชื่อมโยงอดีตรมต.กับบ่อนจีน แฉพบเบาะแสขบวนการลอบส่งเงินกลับไปจีนในรูปแบบคริปโตเคอร์เรนซี ผบช.น.แจงจนท.ตรวจสอบในทางลับปมนักพนันอ้างตัวเลขมีบ่อนทั่วกรุงกว่า 30 แห่ง พร้อมรับข้อมูลเพิ่มเติมทุกช่องทาง หากจะสื่อสารผ่านสื่อก็ไม่มีปัญหา เจ้าหน้าที่ยินดีรับมาปฏิบัติ
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ถึงกรณีการปราบปรามบ่อนการพนันที่ชาวบ้านในพื้นที่ออกมาให้เบาะแสว่ายังมีบ่อนการพนันอยู่ว่า ต้องถามว่าเหตุเกิดตอนไหน ก็ต้องชัดเจน การพูดต่างๆ ต้องดูว่าเหตุเกิดตอนไหนต้องชัดเจน ส่วนกรณีมีตำรวจไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทามีบทลงโทษหรือดำเนินการอย่างไรนั้น เป็นไปตามกฎหมาย กำชับไปอย่างชัดเจนหากใครทำผิดหรือพยานหลักฐานไปถึงต้องดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ทุกอย่าง
ด้านพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. ตอบคำถามเกี่ยวกับการเข้าไปค้นทะเบียนราษฎร ว่า การเข้าไปตรวจสอบ ท.ร.14 เนื่องจากต้องการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบัญชีม้า ที่เกี่ยวกับเรื่องสถานบันเทิง หรือแม้แต่ออนไลน์ เมื่อตำรวจหรือข้าราชการหน่วยอื่นๆ ลงชื่อเข้าไปดู เจ้าหน้าที่จะเช็กว่าข้อมูลตัวนี้เขาเอาไปทำอะไรได้บ้าง การไปกดทะเบียนราษฎรเป็น 1,000 ครั้งมันผิดปกติ ผบ.ตร.ให้ประสานกับทางปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง ในการทำบันทึกการกดข้อมูล ท.ร.14 โดยผิดปกติจะแจ้งมาทางตำรวจ และยังตรวจสอบทางลับ
“สิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องพึงระวัง หากเข้าไปเอาข้อมูลแล้วข้อมูลหลุดไปยังมิจฉาชีพ ท่านจะต้องรับผิดชอบ ฉะนั้นผู้ที่จะต้องเข้าไปเอาข้อมูลได้จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี หรือมีหน้าที่สอบสวน ซึ่งได้มีการสอบถามกับกระทรวงมหาดไทยแล้ว” รองผบ.ตร. กล่าว
สำหรับกรณีมีนักพนันให้ข้อมูลอ้างตัวเลขถึง 30 กว่าบ่อนในพื้นที่กรุงเทพฯ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบทางลับอยู่แล้วตามที่กล่าวอ้าง แต่ถามว่า สิ่งที่พูดอยู่บนพื้นฐานอะไร แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล หากพบดำเนินการจับกุมเลย ส่วนน้ำหนักของนักพนันที่กล่าวอ้างนั้น เจ้าหน้าที่น้ำหนักที่จะให้อยู่ที่เอกสาร หรือข้อมูลที่เขานำมา มีข้อมูลนำมาส่ง เจ้าหน้าที่ยินดีรับ มีช่องทางทุกการสื่อสารอยู่แล้ว หากจะสื่อสารผ่านสื่อไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร เจ้าหน้าที่ยินดีรับมาปฏิบัติ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ผบ.ตร. กำชับนโยบายกวาดล้างนักธุรกิจชาวจีนและนอมินีเปิดบ่อนศูนย์เหรียญในเมืองไทย ว่า ผบ.ตร. ให้ทำอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจน ผิดต้องผิด ขณะนี้นักลงทุนจีนส่วนใหญ่เข้ามาลงทุนโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่มีบางส่วนที่ทำผิดกฎหมาย ขณะนี้สถานบริการที่ผิดกฎหมายปิดตัวลงไปแล้ว ส่วนการไล่จับตัวคนจีนทำได้บางส่วนแล้ว เหลือเพียงบางส่วน
ในเครือข่ายมีทั้งคนจีนและคนไทย เพราะขบวนการเหล่านี้ที่อยู่ในประเทศไทยได้ต้องมีคนไทยให้การช่วยเหลือ และอาศัยคนไทยเป็นนอมินี เป็นพฤติการณ์แบบเก่าที่ทำตอนทัวร์ศูนย์เหรียญ แล้วแปลงร่างมาเป็นบ่อนศูนย์เหรียญ กระบวนการเช่นนี้ที่อยู่ในประเทศไทยจะก่อเหตุเช่นนี้ได้เราต้องไปดูตั้งแต่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) หาก ตม. หย่อนยานกระบวนการเช่นนี้จะเกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้น ผบ.ตร. จึงเข้มงวดเรื่องตรวจคนเข้าเมือง ขณะนี้การดำเนินคดีต่างๆ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เชื่อว่าจะออกหมายจับคนที่เกี่ยวข้องได้ภายในวันที่ 4 พ.ย.นี้
สำหรับกระแสข่าวว่าคนไทยที่ให้การสนับสนุนเป็นนักการเมือง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ผู้ที่ถูกอ้างถึงเป็นอดีตนักการเมือง แต่วันนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานที่โยงไปถึงขนาดนั้น พบเพียงแต่ว่า มีบริษัทที่ไปเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 1 พ.ย. เจ้าหน้าที่เข้าค้นอาคารของอดีตรัฐมนตรีรายดังกล่าว แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ถึงอย่างไรท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ต้องไล่ทุกเส้นทาง ทั้งเส้นทางการเงิน และความเชื่อมโยงทั้งหมด เพื่อตอบคำถามของสังคมให้ได้ และเรียนต่อผบ.ตร.ได้ ดังนั้นวันนี้ไม่มีอะไรที่น่าหนักใจ เมื่อไหร่ที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้มแข็ง ขบวนการเหล่านี้ก็จะไม่กล้าอยู่ในประเทศนั้น จะต้องย้ายฐานไปประเทศอื่นต่อ
“วันนี้เราได้แสดงให้เห็นว่าเราเอาจริง บังคับใช้กฎหมายจริง และไม่ยอมให้คน เหล่านี้อยู่ในประเทศไทยมาทำผิดกฎหมายประเทศไทย เช่น ค้ามนุษย์ ใช้แรงงานเด็ก ค้ายาเสพติด เปิดบ่อน แต่ถ้าเปิดสถานบริการเปิดผับ เราก็รับได้ เพราะการเปิดสถานบริการถือเป็นการนำรายได้เข้าประเทศ แต่การเปิดในลักษณะที่เขาทำนั้นเป็นการเปิดเพื่อคนจีนทั้งหมด เพราะคนไทยใช้บริการไม่ได้ เงินก็กลับไปประเทศจีนหรือไปที่อื่นที่เขาต้องการให้ไป จากการตรวจที่เกิดเหตุ พบว่ามีคริปโตเคอร์เรนซี เพราะพบว่ามีกล่องเก็บคริปโต เป็นจำนวนมากเนื่องจากเขาใช้โอนเงินออกไปทางคริปโตไปทั้งจีนและประเทศเพื่อนบ้าน เราต้องดำเนินการอย่างจริงจัง” รองผบ.ตร. กล่าว
ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นยึดรถยนต์ของนักธุรกิจชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดและบ่อนพนันในประเทศ ว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของเครือข่ายนักธุรกิจชาวต่างชาติดังกล่าว และผู้ที่ถือทรัพย์สินของชาวต่างชาตินั้นหนีหมายศาล แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกันสืบค้นดำเนินคดีอาญาและดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ มีทั้งที่ดินและคอนโดมิเนียมในหลายจังหวัด รวม 71 แปลง และหากรวมกับส่วนที่ได้อายัดทรัพย์สินไว้ก่อนหน้านี้แล้วมีมูลค่ารวมกันประมาณ 1,800 ล้านบาท อีกทั้งยังมีส่วนที่เรายังไม่สามารถติดตามได้ทั้งหมด เราจะใช้ ช่องทางตามกฎหมายปราบปรามการฟอกเงินและประมวลกฎหมายรัษฎากรมาดำเนินการ ด้านภาษี
เมื่อถามว่ามีข่าวว่านักการเมืองระดับชาติเกี่ยวข้องนักธุรกิจชาวต่างชาติด้วย นาย สมศักดิ์กล่าวว่า ถ้ามีเกี่ยวข้องกันตรงไหนแล้วเรายึดทรัพย์เขาไม่ได้ต้องดำเนินการในเรื่องภาษี แต่ถ้าพบแล้วยังไม่ดำเนินการ ตนจะจัดการกับเลขาธิการป.ป.ส.เช่นกัน ต่อข้อถามว่าแสดงว่าทราบแล้วใช่หรือไม่ว่ามีคนไทยคนใดที่เกี่ยวข้องบ้าง นายสมศักดิ์กล่าวว่า เรามีข้อมูลและในการทำงานต่างๆ แต่บางครั้งข้าราชการยังไม่ตื่น ทั้งที่กฎหมายฉบับใหม่กำหนดให้มีการคำนวณและตรวจสอบย้อนหลัง 10 ปี ถ้าพบว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ต้องถูกจัดการทั้งหมด ขอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติดตื่นได้แล้ว เลิกดำเนินการปราบปรามแบบเดิมๆ