จนที่ประชุม-โกลาหล ลงมติ2ครั้ง-กก.สู้ยิบตา สุดท้ายเสนอให้ขานชื่อ เท่าพิภพเซ็ง-เสียเหลี่ยมเฒ่าในทำเนียบรัฐบาล
สภาโหวตสองหนคว่ำ ‘ร่างพ.ร.บ. สุราก้าวหน้า’ ครั้งแรกชนะไปด้วยเสียง 177 ต่อ 173 เสียง จนก้าวไกลเสนอโหวตใหม่ด้วยการขานชื่อ สุดท้ายแพ้ไป 194 ต่อ 196 พ่ายไปเพียง 2 แต้มเท่านั้น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลทำสภาโกลาหลแย่งกันโหวตไม่รับจนต้องเสียเวลานับคะแนน ด้าน ‘เท่าพิภพ’ ขอเสียใจไม่เกินครึ่งช.ม.ก่อนเดินหน้าต่อ ยอมรับเสียเหลี่ยมทางการเมืองให้ผู้เฒ่าในทำเนียบ เผยก้าวไกล-เพื่อไทยลงมติหนุนเต็มที่ แม้จะมีเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลมาช่วยนับสิบเสียงแต่ก็ไม่พอ
ก้าวไกลเชื่อสุราก้าวหน้าฉลุย
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 พ.ย. ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. รับหนังสือจากเพจประชาชนชาวเบียร์ สมาคมคราฟท์เบียร์ และสมาคมสุราชุมชนไทย พร้อมแถลงยืนยันร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต หรือพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ว่า ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าของพรรคก้าวไกล คือการปลดล็อกเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และลดการเอาเปรียบของกลุ่มทุนใหญ่ เพราะใช้เวลาทำมานานเกือบ 6 ปีและมีภาคประชาชนเข้ามาร่วมแสดงความเห็นหลากหลาย ส่วนกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ….. ของกรมสรรพสามิต เป็นแค่กุศโลบายที่เป็นแค่การเปลี่ยนล็อก และเป็นการทำลายกำแพงหนึ่งและนำกำแพงอีกอันขึ้นมากั้น เหมือนการพายเรืออยู่ในอ่าง เพราะเขียนโดยราชการ ตนเกรงว่าจะตามไม่ทันศักยภาพของผู้ประกอบการและโลกของแอลกอฮอล์ ที่สำคัญคือไม่ทำให้ความฝันของผู้ประกอบการเป็นจริง
นายพิธากล่าวว่า นโยบายสุราก้าวหน้าเป็นนโยบายที่สามารถต่อยอดกับนโยบายซอฟต์เพาเวอร์ และนโยบายท่องเที่ยวของไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อย่ากังวลว่าจะเกิดสุราเสรี เพราะกฎหมายเราชื่อสุราก้าวหน้า ที่ควบคุมการผลิตและการดูแลด้านสาธารณสุข

สุราก้าวหน้า – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล รับหนังสือจาก นายธนากร ท้วมเสงี่ยม ผู้แทนกลุ่มประชาชนเบียร์ นายสมบูรณ์ แก้วเกรียงไกร นายกสมาคมสุราชุมชนไทย และนายศุภพงษ์ พึงลำพู ผู้แทนกลุ่มสมาคมคราฟท์เบียร์ประเทศไทย ยื่นสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่…) พ.ศ. …ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 2 พ.ย.
อัดกฎกระทรวงที่ครม.แก้ไข
นายพิธากล่าวว่า ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่าร่างกฎกระทรวงก่อนพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า 6 เดือนนั้น ตนไปตรวจสอบมาแล้วพบว่าเริ่มทำกฎกระทรวงมาตั้งแต่ส.ค.63 จึงควรจะเสร็จตั้งนานแล้ว แต่กลับมาประกาศใช้ก่อนการลงมติร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าเพียง 1 วัน นี่คือจังหวะทางการเมือง ทั้งนี้ กฎกระทรวงยังจัดทำโดยดุลพินิจรวมศูนย์ที่อธิบดีกรมสรรพสามิตคนเดียว อย่างไรก็ตาม ตนยังเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกส.ส.จะทำตามมติของวิปรัฐบาล และทำเพื่อประชาชน จึงเชื่อว่าร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าจะผ่านสภา และยืนยันว่า พรรคก้าวไกลไม่มีการแลกโหวตให้ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ของพรรคภูมิใจไทย เพราะเรายึดประชาชนเป็นที่ตั้ง จึงจะโหวตให้ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ตามสามัญสำนึกของเรา ซึ่งนายเท่าพิภพ ได้แปรญัตติไว้หลายมาตรา
ขณะที่ นายเท่าพิภพกล่าวว่า วันนี้จะเป็นวันชี้ชะตาร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ถ้าสำเร็จก็ออกจากอ้อมอกของตน ถ้าไม่สำเร็จก็ทำต่อไปอยู่ดี ไม่มีทางเลี่ยง เพราะเป็นงาน และความฝันของเรายังอยู่ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ครม.ได้ออกกฎกระทรวงก็ถือว่ามาเหนือเมฆ กฎกระทรวงนี้ไม่ใช่การปลดล็อกอย่างแท้จริง เราจึงควรโหวตให้ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ตนจะอธิบายให้ทุกคนจนนาทีสุดท้าย ให้ช่วยโหวตผ่านกฎหมายฉบับนี้
‘อุ๊งอิ๊ง’ยันพท.โหวตหนุนเต็มที่
ด้านน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ทวีตผ่านทวิตเตอร์กรณีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สรรพสามิต (ฉบับที่่) พ.ศ. หรือร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าว่า พท.เรายืนยันจะสนับสนุน พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าให้ผ่านสภาในวันนี้ให้ได้ แม้ว่าเมื่อวานนี้ (1 พ.ย.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะแก้กฎกระทรวงเรื่องใบอนุญาตการผลิตสุราให้สุราชุมชนขายได้ แต่การแก้กฎกระทรวงของ ครม.มีรายละเอียดซ่อนไว้ และไม่ได้ปลดล็อกจริง ยังทำธุรกิจสุราไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ การแก้กฎกระทรวงนั้นแก้เมื่อไรก็ได้ และแก้คืนเมื่อไรก็ได้เช่นกัน หากถอดบทเรียนสมัยไทยรักไทยที่เคยทำนโยบายสุราเสรี เมื่อถูกรัฐประหารสุราเสรีก็หายไป
น.ส.แพทองธาร ระบุว่า วันนี้จึงจำเป็นจริงๆ ที่ต้องผลักให้เป็นกฎหมายสุราก้าวหน้าผ่านสภาให้ได้ เพื่อรับรองว่ากฎหมายนี้จะอยู่กับประชาชน ใครจะแก้คืนก็ต้องกลับมาแก้ในสภาเท่านั้น เราเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย เรามีต้นทุนทางวัฒนธรรมสุราที่ดี ทั้งวิธีการทำและวัตถุดิบที่ดี เรามีพืชผลมากมายที่พร้อมผลิตสุรา สิ่งเหล่านี้สามารถสร้างซอฟต์เพาเวอร์ต่อโลก และนำเงินกลับเข้ามาให้พี่น้องได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าอย่างไร พรรค พท.จะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ หากวันนี้ไม่ผ่าน สุราเสรีไม่เกิดขึ้น แต่สมัยหน้ารัฐบาล พท.ต้องผ่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่น.ส.แพทองธารทวีตข้อความเสร็จ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้มาทวีตตอบข้อความว่า การผูกขาดใดๆ จะทำให้ปิดโอกาสแก่คนในสังคม โดยเฉพาะคนชั้นกลางที่จะเติบโตได้ และไม่ให้โอกาสกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือครีเอทีฟ อีโคโนมี
‘รองโฆษกอ้น’โต้-ชี้แจงพัลวัน
วันเดียวกัน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายพิธา ระบุว่ารัฐบาลไม่ได้สนใจประชาชน ในการออกกฎกระทรวงเรื่องสุรา เเค่กลัวเสียหน้า กลัวขัดผลประโยชน์นายทุน ว่า เป็นการแสดงความเห็นที่ไม่เห็นประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เอาผลการเมืองของตนเองเป็นหลัก ประกาศกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 มีประโยชน์กับประชาชน 9 ประการ คือ 1.กฎกระทรวงบังคับใช้ได้ทันเหตุการณ์ ทันที เหมาะกับบริบทของธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตสุราที่เปลี่ยนไป 2.สอดคล้องกับสภาพการณ์ในเชิงธุรกิจและการขออนุญาตจะทำได้ง่ายขึ้น 3.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจให้มากขึ้น เกิดความเท่าเทียมในการเข้าสู่ตลาด ไม่กีดกันทางการค้า 4. สุราได้คุณภาพมาตรฐานและเกิดการแข่งขันด้านกลไกตลาดที่เป็นธรรม 5.คุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคให้ปลอดภัยได้มากกว่า 6.ดูแลสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต ด้วยมีกฎหมายควบคุมไว้แล้ว 7.รักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นและส่งเสริมอาชีพให้ชุมชน 8.จัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เพิ่มรายได้เข้ารัฐที่จะส่งต่อให้สังคม และ 9. อุดช่องโหว่เรื่องไม่ควบคุมการผลิตสุรา ที่มิใช่เพื่อการค้า
อ้างกฎกระทรวงอุดช่องโหว่
น.ส.ทิพานันกล่าวว่า สิ่งที่พรรคก้าวไกล เสนอในร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. 2565 ได้ข้อเสนอให้ผู้ผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้า ให้ทำเพียงแค่จดแจ้ง รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุรา ชนิดสุรา ขั้นตอนการผลิต และปริมาณการผลิตเท่านั้น อาจเป็นช่องโหว่ที่เสี่ยง ให้การเกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคที่อาจเกิดจากกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สามารถเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้ตามปกติขั้นตอน ส่วนฝ่ายบริหาร ได้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ตามที่ผู้เกี่ยวข้องเสนอ และ ครม. มีมติประกาศกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 การอนุญาตให้ผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้า รัฐบาลให้ความสำคัญคือ ต้องมีมาตรการควบคุมคุณภาพและสุขอนามัยในการผลิต สถานที่ผลิตที่จะไม่ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่นในชุมชน และสุราที่ผลิตจะต้องปลอดภัยมีคุณภาพได้มาตรฐาน
ภท.ค้านชี้เหล้าพื้นบ้านสกปรก
เวลา 11.20 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 เป็นวันแรก โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิต หรือพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ที่กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว มีทั้งหมด 7 มาตรา เป็นการพิจารณาวาระ 2 เรียงตามมาตรา
สำหรับมาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 153 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 เพื่อไม่ให้เกิดการกีดกันการแข่งขันผ่านกำลังการผลิต กำลังแรงม้า ทุนจดทะเบียน และจำนวนพนักงาน โดย นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า เท่าที่ตนรับรู้การผลิตสุราที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งบางครั้งมีการจำหน่ายด้วย มีการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน และผลิตที่บ้าน ใช้กรวยสังกะสีเป็นสนิม บางครั้งชาวบ้านใส่กรัมม็อกโซนเพื่อเร่งเกิดการปฏิกิริยา และส่งกลิ่นเหม็นให้พื้นที่ใกล้เคียง จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ตนจึงไม่ติดใจในการปฏิบัติตามกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 เพราะกฎหมายนี้ไม่ได้มีการควบคุมชาวบ้านไม่ให้ผลิตสุราเลย
ทำให้ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะกมธ. ท้วงว่า เรื่องคุณภาพและสิ่งแวดล้อมไม่ได้ระบุในร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้านี้ก็จริง แต่ก็มีกฎหมายฉบับอื่นควบคุมอยู่แล้ว โดยกฎหมายฉบับนี้คือการอำนาจให้ไปแก้ไขกฎกระทรวง ซึ่งมีการปลดล็อก แต่มีอีกล็อกขึ้นมา เช่น การเอากำลังการผลิตเบียร์ 10 ล้านลิตรออก และให้ไปทำการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมแทน ทั้งที่จริงการทำ EIA อาจจะไม่สำคัญกับการทำโรงเบียร์ขนาดเล็กมาก
ก.ก.จวกกฎกระทรวงเอื้อรีดไถ
ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ก.ก. อภิปรายในมาตรา 3 ว่า ศักยภาพของผู้ประกอบการไทยไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหน ก็เป็นผู้ประกอบการระดับโลกทั้งนั้น ถ้าใช้กฎกระทรวงคุม ผู้ประกอบการไทยก็ไม่ได้รับการปลดล็อกเลย แต่มาตรา 3 ที่ให้ยกเลิกความในมาตรา 153 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต 2560 เพื่อที่จะไม่ให้มีการกีดกันการแข่งขันผ่านกำลังการผลิต กำลังแรงม้า ทุนจดทะเบียน และจำนวนพนักงาน ตรงนี้ต่างหากที่จะเป็นการปลดปล่อยศักยภาพของผู้ประกอบการไทยอย่างแท้งจริงที่จะไปในระดับโลก ซึ่งนโยบายสุราก้าวหน้าไม่ใช่แค่ความเท่าเทียบทางการผลิต แต่เป็นนโยบายเศรษฐกิจ การเกษตรในการแปรรูปสินค้าการเกษตร และเป็นนโยบายการท่องเที่ยวไปในตัวด้วย
“ผมจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนร่างที่กมธ.แก้ไขมาแล้วว่า สิ่งเหล่านี้ถ้าจะ ปลดปล่อยศักยภาพได้รัฐต้องเล็ก เรื่องแบบนี้รัฐจะใหญ่ไม่ได้ เพราะทำให้ศักยภาพไปต่อไม่ได้ เปลี่ยนแค่จากจดแจ้งของกมธ.ไปเป็นอนุญาต นี่ก็เรื่องใหญ่แล้ว เพราะการขออนุญาตจากราชการไทยที่รวมศูนย์ยากมาก และเป็นการเปิดดุลพินิจให้ข้าราชการรีดไถจากประชาชน ที่นายกฯ และรัฐบาลบอกว่ากลัวเหล้าเถื่อน ผมว่าที่เถื่อนไม่ใช่เหล้าแต่เป็นกฎหมาย” นายพิธากล่าว
พท.ก็ไม่เชื่อมั่น-ชี้ทำอย่างเร่งด่วน
นายพิธากล่าวต่อว่า กฎหมายนี้อาจจะไม่มีความหมายมากกับท่าน แต่สำหรับพี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการที่เขาสู้มา 30-40 ปี ตั้งแต่เครือข่ายเหล้าไทย จนมาถึงทุกวันนี้ นี่คือโค้งสุดท้ายที่จะทำให้เขามีความฝันอยู่ในประเทศนี้ ต้องเรียนว่าเรามาไกลเกินกว่าจะแพ้ กับสิทธิชุมชนในการทำธุรกิจ ในการเปลี่ยนเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการ เปลี่ยนโภคภัณฑ์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ และหาวิถีในการที่จะหาฐานะภาษีใหม่ๆ หางบประมาณใหม่ๆ ในการที่จะดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสุรา ไม่ว่าจะสุรานายทุนหรือสุรานำเข้า หรือสุราพื้นบ้าน นั่นคือการเก็บภาษีจากฐานอุตสาหกรรมใหม่ ที่จะได้จากสุราก้าวหน้าเพื่อมาดูแลเยาวชน นักดื่มรุ่นใหม่ ให้ดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ
จากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกมธ.เสียงข้างมาก อภิปรายว่า การแก้กฎกระทรวง เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำอย่างเร่งด่วน มีการประกาศในราชกิจจาฯ ภายในวันเดียว ซึ่งไม่ค่อยปรากฏในกระบวนการที่จะออกกฎกระทรวง หรือออกกฎหมายใดๆ แสดงให้เห็นถึงความเร่งรีบ อาจจะเพื่อให้มีผลกระทบกับกระบวนการพิจารณาในสภาก็เป็นได้ แต่กระบวนการในสภาไม่ควรเอาปัจจัยภายนอกเข้ามาเป็นปัจจัยในการพิจารณาตัวกฎหมาย ซึ่งศักดิ์สูงกว่ากฎกระทรวง เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของสภา ว่าทิศทางการเปิดเสรีสุราเป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดการเสมอภาคกับประชาชนไม่ให้รายใหญ่ผูกขาดอีกต่อไป ถ้าเราหวังพึ่งว่ามีกฎกระทรวงมาแล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันให้เกิดความมั่นใจได้เลยว่า ในอนาคตทิศทางของตลาดสุราจะเป็นไปอย่างไร ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านความเเห็นชอบจากสภาได้ แปลว่ากฎหมายที่เป็นแม่ของกฎกระทรวงไม่มีผลบังคับใช้
กฎกระทรวงเทียบกฎหมายไม่ได้
นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ที่ผ่านมาเห็นชัดว่ามีการผูกขาดและกีดกัน แต่กฎหมายฉบับนี้เป็นการแก้ไม่ให้มีการกีดกันและผูกขาด กฎกระทรวงที่ออกมา ทำให้มีคำถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่ยังต้องแก้กฎหมาย แต่กฎกระทรวง เป็นเพียงวิธีปฏิบัติ แต่ถ้าเราไม่มีกฎหมายที่ระบุชัดเจนว่าวิธีปฏิบัติต้องยึดโยงกับหลักการอะไรก็จะทำให้อำนาจของการกำกับไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามกฎหมายก็ได้ และฝ่ายบริหารสามารถเปลี่ยนใจได้หากพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ผ่านสภา วันนี้ใช้กฎกระทรวงที่เพิ่งออกมา พรุ่งนี้แก้ใหม่ก็ได้ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องยึดโยงหลักการของกฎหมาย ซึ่งกฎกระทรวงเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่กฎหมายถ้าจะแก้ต้องมาที่สภา และกฎกระทรวงแทนกฎหมายไม่ได้ ดังนั้นตอนนี้ถึงเวลาที่เราต้องตัดสินใจว่า เราอยากจะเห็นกฎหมายนี้ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนหรือไม่
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า วันนี้เป็นการวัดใจส.ส.ว่าจะกดตามต้อยๆ ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ สั่งมาหรือไม่ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่าน แสดงว่ายังมีส.ส.เชื่อฟังพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ เรื่องนี้เป็นการวัดใจว่าเราจะยืนข้างทุนผูกขาด หรือยืนข้างประชาชน จึงขอให้ประชาชนไปเช็ก ชื่อส.ส.ที่โหวตได้เลย เรื่องนี้ไม่ต้องรอรัฐบาลหน้าแล้วค่อยทำ จึงอยากขอให้สมาชิกมา ยืนข้างประชาชน
วาระ 2 ผ่าน-คว่ำตีตกวาระ 3
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ส.ส.อภิปรายมาตรา 3 อย่างเข้มข้นนานร่วม 2 ชั่วโมง ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 3 ด้วยคะแนน 178 ต่อ 4 งดออกเสียง 175 ไม่ลงคะแนน 3 ขณะที่มาตราอื่น อาทิ มาตรา 3/1 มาตรา 3/2 มาตรา4 มาตรา 5 ก็มีคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่าไม่เห็นชอบ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า มีคะแนนงดออกเสียงใกล้เคียงกับคะแนนเห็นด้วย มีผลต่างห่างกันไม่เกิน 10 เสียง ทั้งนี้หลังจากที่ประชุมพิจารณาครบทั้ง 7 มาตราแล้ว
เวลา 14.45 น. ที่ประชุมจึงลงมติวาระ 3 ปรากฏว่า ที่ประชุมกลับมีมติไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ด้วยคะแนน 177 ต่อ 174 งดออกเสียง 11 ไม่ลงคะแนน 4 โดยคะแนนงดออกเสียงในรายมาตรา พลิกกลับมาลงคะแนนไม่เห็นด้วย ทำให้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม
ก้าวไกลใช้สิทธิเสนอโหวตใหม่
แต่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ขอใช้สิทธิตามข้อบังคับการประชุม ข้อ 85 กรณีที่มีคะแนนต่างกันไม่เกิน 25 เสียง สามารถนับคะแนนใหม่ โดยการขานชื่อรายบุคคลได้ โดยมีส.ส.รับรองถูกต้อง แต่นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ คัดค้านโดยขอให้นับคะแนนใหม่ด้วยการเสียบบัตรลงคะแนนเท่านั้น แต่ฝ่ายค้านยืนยันตามข้อบังคับการประชุมตามข้อ 85 ต้องให้นับคะแนนใหม่โดยการขานชื่อเท่านั้น ในที่สุดนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ตัดสินให้นับคะแนนใหม่โดยการขานชื่อรายบุคคล แต่ก็ยังเกิดความวุ่นวายตามมา เมื่อฝ่ายค้านเสนอให้นับองค์ประชุมก่อนการขานชื่อรายคน โดยที่ระหว่างนั้นส.ส.เดินเข้าเดินออกห้องประชุม มีทีท่าองค์ประชุมจะไม่ครบ
จนทำให้นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สอบถามว่า ขณะนี้ ส.ส.เดินออกจากห้องประชุม ถ้าองค์ประชุมไม่ครบ หมายความว่า การกลับมาโหวตใหม่ในครั้งหน้า จะต้องใช้วิธีเสียบบัตรลงคะแนนใหม่หรือไม่ ซึ่งนายสุชาติชี้แจงทันทีว่า สภาค้างคาเรื่องใดไว้ก็ต้องกลับมาดำเนินการต่อ ไม่สามารถยกเลิกเรื่องใดได้ สุดท้ายเมื่อนับองค์ประชุมเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า มีองค์ประชุม 257 ครบองค์ประชุม จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอนขานชื่อเป็นรายบุคคล
ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลโหวตหนุน
ต่อมาเวลา 15.09 น. ได้เริ่มการลงคะแนนด้วยการขานชื่อเป็นรายบุคคล โดย ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เช่น พรรคพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ส่วนใหญ่ลงมติไม่เห็นด้วย และยังมีส.ส.หลายคนที่ไม่มีการขานลงมติเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่งดออกเสียง
อย่างไรก็ตาม มีส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล บางคนที่โหวตเห็นด้วย เช่น นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ส.ส.ชุมพร พรรค ปชป. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรค ปชป. นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรค ปชป. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนากล้า นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ศท. นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร พรรค ศท. เป็นต้น ขณะที่ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน เช่น พรรค เพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย ต่างลงมติเห็นด้วยไปในทิศทางเดียวกัน
วุ่นช่วงท้าย-ส.ส.ฮือขอโหวตค้าน
เมื่อขานชื่อลงคะแแนนเรียบร้อยแล้ว ส.ส.จำนวนมาก ประมาณ 30 คนที่มาโหวตลงคะแนนไม่ทัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ได้แย่งกันขานชื่อ จนเกิดความชุลมุนมั่วไปหมด ส.ส.บางคนขานชื่อตัวเองถึง 3 รอบ ทำให้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 ที่ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ต้องบอกให้สมาชิกใจเย็นๆ เพราะเกรงว่ากรรมการที่ทำหน้าที่นับคะแนนจะจดผลคะแนนไม่ทัน และอาจจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกรรมการใช้เวลารวมคะแนนนานกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พรรค พท. ลุกขึ้นถามว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมใช้เวลานับคะแนนนานจนผิดสังเกตขนาดนี้ ทั้งที่มีคนนับถึง 6 คน นายสุชาติจึงชี้แจงว่า ไม่ใช่หน้าที่ของประธาน ต้องถามกรรมการที่ได้รับมอบหมาย แต่สุดท้ายการนับคะแนนก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ จนนายสุชาติได้สอบถามกรรมการนับคะแนนว่านับคะแนนเสร็จเรียบร้อยหรือไม่ เพราะมีสมาชิกกระวนกระวายใจ และย้ำว่าอยากให้ทำให้ละเอียดจะได้ไม่มีปัญหา
สุดท้ายโหวตคว่ำ 196 ต่อ 194
ทั้งนี้ ในระหว่างรอคะแนน นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ได้แจ้งว่าทางพรรค ก.ก.ได้ย้อนดูเทปในช่วงการขานชื่อลงคะแนน พบว่ามีสมาชิกหมาย 225 และหมายเลข 255 โหวต 2 ครั้ง ทำให้นาง สุเนตตา แซ่โก๊ะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิงว่า หมายเลขของตนคือ 255 แต่นายธีรัจชัย แย้งว่า ผู้ที่ขานหมายเลข 255 เป็นผู้ชาย โดยนายสุชาติ ยืนยันว่า อำนาจการนับคะแนนอยู่ที่กรรมการที่ตั้งขึ้น ทำให้น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. หนึ่งในกรรมการนับคะแนน แจ้งว่าขอให้วางใจการทำหน้าที่นับคะแนน เพราะกรรมการประกอบด้วยฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล จึงจะทำหน้าที่ด้วยความรอบคอบ แต่นายธีรัจชัยยังคงข้องใจการลงคะแนนของหมายเลข 225 และหมายเลข 255 ทำให้นายสุชาติชี้แจงว่า ถ้ามีใครมีหลักฐานว่าขานชื่อซ้ำโดยทุจริต ก็ไม่ต่างจากการกดบัตรแทนกัน มีสิทธิที่จะไปฟ้องต่อได้
กระทั่งเวลา 17.15 น. ภายหลังการนับคะแนนเรียบร้อยแล้ว นายสุชาติได้ประกาศผลการลงมติ ปรากฏว่าที่ประชุมยังคงโหวตไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ด้วยคะแนน 196 ต่อ 194 งดออกเสียง 15 ถือว่าที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับ ร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต

เดินหน้าต่อ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมสมาชิกพรรค และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. ผู้ผลักดันสุราก้าวหน้า แถลงหลังสภามีมติคว่ำร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า โดยแพ้เพียง 2 คะแนน ยืนยันเดินหน้าผลักดันต่อไป ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 2 พ.ย.
กก.ลั่นฟื้นกม.นี้เป็นจุดขาย
เมื่อเวลา 17.30 น. พรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธาและนายเท่าพิภพ แถลงข่าวหลังสภามีมติคว่ำร่างแก้ไข พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต หรือพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า
นายพิธากล่าวว่า ส่วนตัวมีกำลังใจดีไม่เสียใจเลย เพราะเราเดินทางมาได้ไกลขนาดนี้ ส.ส.ก้าวไกล ก็ควรภูมิใจกับผลงานและควรที่จะยิ้มสู้อยู่ คนที่ร้องไห้ได้คนเดียวคือ นายเท่าพิภพ คงต้องใช้โอกาสนี้ขอบคุณเพื่อนส.ส. และขอบคุณประชาชนที่คอยสนับสนุน ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า มาตลอด แม้วันนี้จะยังไม่สามารถปลดล็อกความเหลื่อมล้ำ แต่เชื่อว่ายังสามารถปักหมุดได้ในระดับหนึ่ง ในการเป็นจุดยืนของพรรคก้าวไกลตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ถ้าครั้งนี้ส.ส.ยังไม่สามารถโหวตและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในรัฐสภา ก็เหมือนกับเป็นการปิดประตูไปบานหนึ่งและเราต้องเปิดประตูบานใหม่ คือการเลือกตั้งที่จะถึง แน่นอนว่านโยบายสุราก้าวหน้าจะเป็นนโยบายที่เป็นเรือธงของพรรคก้าวไกล ซึ่งหากประชาชนชอบนโยบายนี้ก็ขอให้เลือกพรรคที่สนับสนุนเรื่องเกี่ยวกับพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า และการทลายกลุ่มทุนผูกขาด และในที่สุดก็จะไปปรับปรุงเค้าโครงด้านเศรษฐกิจใหม่ เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการไทย และเกษตรกรไทยไปสู่เวทีโลกได้ ฉะนั้นขอยืนยันว่าเราเสียดายแต่ไม่เสียใจ ยังเข้มเเข็งและพร้อมที่จะทำงานต่อเพื่อประชาชนให้มากขึ้น
รับเสียเหลี่ยมเฒ่าในทำเนียบ
ด้านนายเท่าพิภพกล่าวว่า มันยากที่คนธรรมดาทำอะไรและจะมาไกลได้ขนาดนี้ ตนไม่เคยเชื่อในความมหัศจรรย์และปาฏิหาริย์เท่าไร แต่วันนี้ก็หวังลึกๆ ตั้งแต่ออกจากบ้านว่า จะมีเรื่องมหัศจรรย์หรือปาฏิหาริย์อะไรบางอย่างเกิดขึ้น แต่ก็ไม่เป็นไร ตนคิดเสมอว่าเรามาไกลขึ้น และวันนี้ซึ่งเป็นวันที่เรารอมา 6 ปี ก็ได้รู้อะไรบางอย่าง ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติม ตลอดช่วงเวลาที่ทำการเมืองมา เราอาจจะเสียร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ที่ไม่ผ่านไป แต่ตนเชื่อว่าสิ่งที่ตนได้มาในใจคือความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น และประสบการณ์ที่ตนได้เรียนรู้มา จากการทำกฎหมายฉบับนี้ ตนก็ต้องขออภัยกับทุกคนที่อยู่นอกสภาและได้ฝากความหวังไว้กับตน ซึ่งตนจะมาขอโทษด้วยตัวเอง
“เขาหวังว่าผมจะมาเป็นตัวแทน และแก้ไขกฎหมายและก็ต้องกราบขออภัยที่ผมทำไม่สำเร็จ แม้จะเป็นตัวเลขเพียง 2 คะแนน แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างแพ้ก็คือแพ้ แต่การแพ้แบบนี้มันคือความเจ็บปวด ผมก็อยากจะรับไว้เอง ยิ่งใกล้มันยิ่งเจ็บ ฉะนั้นก็ไม่เป็นไรขอเศร้าแค่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวจะกลับไปทบทวนตัวเอง ว่าเราได้ทำอะไรไม่เต็มที่ และจะพยายามร่างกฎกระทรวงที่เป็นของพรรคก้าวไกล ที่เราอยากเห็นว่ากฎกระทรวงมันควรจะเป็นอย่างไร ซึ่งผมยอมรับว่าเสียเหลี่ยมทางการเมืองผู้เฒ่าในทำเนียบ ถ้าเรามีกฎกระทรวงที่อยากให้แก้ตั้งแต่แรก เขาก็คงไม่ออกกฎกระทรวงเช่นนี้มา ฉะนั้นผมจะร่างเตรียมไว้เลย และจะเริ่มเคมเปญตั้งแต่เสร็จ และวันนั้นทุกคนก็จะได้รู้ว่าทำไมต้องเลือกก้าวไกล และเชื่อว่าไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าผมจะได้รับเลือกหรือไม่ได้รับเลือกให้เป็นส.ส. แต่ก็จะมีเพื่อนๆ ก็จะมีอุดมการณ์ที่จะมาผลักดันเช่นกัน” เท่าพิภพกล่าว
ทั้งนี้ หลังจากนายเท่าพิภพพูดจบ หัวหน้าพรรคก้าวไกลตบเบาที่แขนของนายเท่าพิภพ และกล่าวว่า ไม่เป็นไรทำเต็มที่แล้ว เมื่อถามว่า หลังการลงมติได้ตั้งข้อสังเกตถึงเสียงของพรรคฝ่ายค้านที่หายไปหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่พวกเราก็ทำเต็มที่แล้ว จากนั้นนายเท่าพิภพกล่าวแซว ผู้สื่อข่าวว่า “ทำไมวันนี้ดูเศร้าๆ จัง”