ห้ามพลุ-โคมลอย เที่ยวบินเชียงใหม่ยกเลิก-53ไฟลต์

นายกฯ ย้ำ ‘เจ้าท่า-ปภ.’คุมเข้มงานลอยกระทงตรวจโป๊ะ-ท่าน้ำ-สถานที่จัดงานห้ามจุดพลุ-ปล่อยโคมลอยเชียงใหม่เชียงรายยกเลิก-ปรับเวลาบินอื้อหนีอันตราย ทอท.ชี้ใครฝืนปล่อยโคมลอย-โดรนในเขตห้าม หากทำให้เกิดอันตรายต่ออากาศยานมีโทษหนักถึงประหารชีวิต

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเทศกาลลอยกระทง ว่า รัฐบาลคาดการณ์ว่าเทศกาลลอยกระทงในวันที่ 8 พ.ย.นี้ จะมีประชาชนร่วมงานจำนวนมาก เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีความยินดีที่ปีนี้ประชาชนได้กลับมาร่วมกันสืบสานประเพณีสำคัญของประเทศ และหลายหน่วยงานก็ได้กลับมาจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

รวมถึงเป็นห่วงจึงขอให้ประชาชนถือปฏิบัติตามข้อแนะนำเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยด้านต่างๆ อาทิ ความปลอดภัยจากโควิด-19 แม้สถานการณ์จะคลี่คลายแล้ว แต่ยังพบผู้ติดเชื้อกระจายตัวในพื้นที่ต่างๆ หากต้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่มีคนจำนวนมาก ให้สวมหน้ากากอนามัย ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือเมื่อสัมผัสสิ่งของต่างๆ หรือกรณีที่ต้องเข้าไป อยู่ในพื้นที่ที่มีคนแออัด ขอให้ใช้ความระมัดระวังศึกษาเส้นทางการหลบหนีเอาตัวรอดจากอุบัติการณ์ต่างๆ

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า นายกฯ ย้ำกระทรวงคมนาคม กำชับกรมเจ้าท่าตรวจสอบโป๊ะ ท่าน้ำ โดยเฉพาะในจุดที่มีการจัดงานลอยกระทง ให้อยู่ในสภาพแข็งแรง มีความพร้อม หรือหากจุดใดมีความเสี่ยง ต้องประกาศเตือนประชาชนอย่างชัดเจน เพราะจะมีคนร่วมจำนวนมาก ด้านกระทรวงมหาดไทยให้กำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานท้องถิ่น ให้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ให้พร้อมออกอำนวยความสะดวกและให้ความ ช่วยเหลือประชาชนกรณีเกิดเหตุ

นอกจากนั้นการละเล่นตามประเพณี เช่น จุดประทัด พลุ ปล่อยโคม ที่พบว่าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุไฟไหม้ในช่วงลอยกระทงเกือบทุกปี หลายจังหวัดได้ออกประกาศห้ามเพื่อลดผลเดือดร้อนของประชาชนแล้ว จึงขอให้มีการติดตามข้อกำหนดต่างๆ ของท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยด้วย ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีประกาศเรื่อง มาตรการป้องกันอันตรายจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ในช่วงวันลอยกระทงประจำปี 2565 ห้ามไม่ให้มีการให้จุดพลุ ประทัด และห้ามปล่อยโคมลอยในพื้นที่กรุงเทพฯ เด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนจังหวัดอื่นๆ ในปริมณฑลเช่น สมุทรปราการ ออกประกาศห้ามเช่นเดียวกัน

ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานทุกแห่ง งดการจุดพลุ ปล่อยโคม หรือวัตถุใดๆ ขึ้นสู่อากาศ เพื่อไม่ให้รบกวนการขึ้น-ลง และกระทบความปลอดภัยของอากาศยานและผู้โดยสาร ปัจจุบันนี้มีกฎหมายหลายฉบับที่ออกมาป้องกันเหตุอันตราย ทั้งข้อกำหนดของท้องถิ่นข้างต้น ประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.การเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 ทั้งหมดกำหนดบทลงโทษอาญาทั้งปรับและจำคุกต่อผู้ฝ่าฝืน และหากเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นจะมีโทษถึงประหารชีวิต

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เผยว่า ขอความร่วมมือประชาชนงดปล่อยวัตถุอันตรายขึ้นสู่ท้องฟ้า เช่น ปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน พลุ ตะไล บั้งไฟ ดอกไม้ไฟ ลูกโป่ง แสงเลเซอร์ และอากาศยานไร้คนขับ (Drone) หรือวัตถุอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่ออากาศยาน และการมองเห็นของนักบินในเขตปลอดภัยในการเดินทางอากาศ บริเวณสนามบิน และโดยรอบสนามบิน ทั้ง 6 สนามบินของ ทอท.ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.), ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.), ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ในช่วงเทศกาลลอยกระทง วันที่ 8-9 พ.ย. เพื่อมิให้เกิดอันตรายต่ออากาศยาน ผู้โดยสาร และประชาชน

ทั้งนี้ หากฝ่าฝืน ตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) กำหนดโทษคือ มาตรา 109/1 ผู้ใดจุดและปล่อยหรือกระทำการใด เพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ ซึ่งเป็นการรบกวน หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินอากาศ หรือปฏิบัติการของอากาศยานภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 59/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 109/2 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 59/2 หรือประกาศต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา 109/3 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในมาตรา 59/3 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รวมทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 ระบุว่า ผู้ใดกระทำการให้อากาศยานในระหว่างบริการเสียหาย จนเป็นเหตุให้อากาศยานไม่สามารถทำการบินได้ หรือเป็นเหตุ หรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างบิน ต้องระวางโทษประหารชีวิตจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 600,000 บาท ถึง 800,000 บาท

นอกจากนี้ ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เรื่อง แนวทางพิจารณาในการอนุญาตให้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกทำการบินภายในระยะ 9 กิโลเมตร (ห้าไมล์ทะเล) จากสนามบิน หรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน พ.ศ.2561 กำหนดให้ผู้บังคับ หรือปล่อยโดรนต้องขออนุญาตจากผู้มีอำนาจอนุญาตตามกฎหมายก่อนทุกครั้ง และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยพื้นที่นอกเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ขอให้ผู้ที่ต้องการปล่อยโคมลอยฯ ขออนุญาตล่วงหน้าจากผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอในพื้นที่นั้นๆ ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน

ทั้งนี้ เขตพื้นที่ภาคเหนือที่ได้รับความนิยมในการปล่อยโคมลอย เช่น เชียงใหม่ ออกประกาศไม่อนุญาตให้มีการจุด และปล่อยโคมลอย ในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ และพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษระดับ 1 (พื้นที่สีแดง) อย่างเด็ดขาด ในพื้นที่ 6 อำเภอ คือ (1) อ.เมืองเชียงใหม่ ทุกตำบล (2) อ.หางดงทุกตำบล (3) อ.สารภี ใน 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลขัวมุง ดอนแก้ว ท่าวังตาล หนองผึ้ง และสันทราย (4) อ.แม่ริม ใน 5 ตำบล ได้แก่ ต.ดอนแก้ว ริมใต้ แม่สา เหมืองแก้ว และริมเหนือ (5) อ.สันทราย 1 ตำบล คือ ต.หนองหาร และ (6) อ.สันป่าตอง 1 ตำบล คือ ต.ทุ่งต้อม

สำหรับพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ กำหนดระยะเวลาในการจุด หรือปล่อย คือ ในช่วงเทศกาลลอยกระทงหรือยี่เป็ง ให้ปล่อยได้ในคืนวันลอยกระทงเล็ก และวันลอยกระทงใหญ่ ระหว่างเวลา 19.00-01.00 น. วันที่ 8-9 พ.ย. โดยต้องแจ้งขออนุญาตจากนายอำเภอท้องที่ก่อน 30 วัน และต้องแจ้ง ทชม. หรือศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่ก่อน 14 วัน ซึ่งจะมีประกาศแจ้งเตือนผู้ทำการในอากาศให้รับทราบต่อไป

“ช่วง 8-9 พ.ย. มีสายการบินปรับเปลี่ยนเวลาทำการบิน เพื่อลดความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยโคมลอย รวม 77 เที่ยวบิน โดยมีเที่ยวบินยกเลิก 53 เที่ยวบิน เที่ยวบินที่เปลี่ยนแปลงเวลา 24 เที่ยวบิน ในส่วนจังหวัดเชียงรายได้มีประกาศกำหนดเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ได้แก่ ต.แม่ข้าวต้ม ต.นางแล ต.บ้านดู่ ต.ริมกก ต.รอบเวียง ต.เวียง ต.สันทราย ต.ท่าสาย ต.ป่าอ้อดอนชัย ต.บัวสลี อ.เมืองเชียงราย ต.ดงมหาวัน ต.เวียงเหนือ ต.เมืองชุม ต.เวียงชัย และ อ.เวียงชัย ส่วน ทชร.มีการปรับเปลี่ยนเวลาทำการบิน 10 เที่ยวบิน เพื่อลดความเสี่ยง” นายนิตินัยกล่าว

ที่ร้านโกดังขนม ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลชัยนาท เลขที่ 150 ถนนพรหมประเสริฐ ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท ได้มีการสั่งซื้ออาหารปลาขนมปังข้าวโพด มาเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเข้าไปสอบถาม ปรากฏว่ามีเจ้าของหมดแล้ว เนื่องจากความต้องการซื้อของลูกค้ามากเกินกว่าจำนวนสินค้าที่มี ทั้งซื้อหน้าร้านและออนไลน์ สาเหตุหลักคาดว่ามาจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้ต้นกล้วยใบตองขาดตลาดและราคาสูง ชาวบ้านจึงหันมาใช้อาหารปลาขนมปังข้าวโพด มาประดิษฐ์กระทงแทน ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบสีสันสวยงาม ลอยไปแล้วเป็นอาหารปลาได้อีกด้วย

น.ส.สิรากุล จันทรรัตนกร วัย 30 ปี เจ้าของร้านโกดังขนม เปิดเผยว่า บรรยากาศการซื้อขายข้าวโพดอาหารปลา คึกคักมาก ต่างจากปีที่แล้วมาก อาจเป็นผลมาจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้ขาดแคลนต้นกล้วย ใบตอง ดอกไม้ต่างๆ ที่ใช้ทำกระทง ประกอบราคาที่สูงขึ้น ลูกค้าจึงหันมาใช้อาหารปลาข้าวโพดกรอบ ในการทำกระทงแทน ด้วยที่ว่าสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ เด็กๆ ชอบ สีสันสวยงาม มีการซื้อทั้งหน้าร้าน และออนไลน์ ยอดขายปังมาก มีลูกค้าขับรถมาจากจังหวัดกำแพงเพชร เขาบอกว่าแถวโน้นไม่มีเลย และทางจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี วันนี้มีส่งออนไลน์บุรีรัมย์ 10 ถุงภาวนาให้ส่งถึงทันก่อนลอยกระทง บางคนซื้อไปเพื่อทำกระทงขาย ส่วนลูกค้าในจังหวัดชัยนาทมาซื้อกันทุกวัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง บริเวณเวทีกลางน้ำปิง เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี อ.เมือง จ.ตาก โดยนายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผวจ.ตาก มอบหมายให้ นายสุรพล วงศ์สุขพิศาล และนายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผวจ.ตาก พร้อมด้วย นายณพล ชยานนท์ภักดี นายกเทศมนตรีเมืองตาก หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมงาน

สำหรับการจัดงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ของจังหวัดตาก ประจำปี 2565 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 พ.ย. สำหรับคืนแรกมีกิจกรรมจัดขบวนแห่อัญเชิญพระประทีปพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งพระประทีปพระบรมวงศานุวงศ์รวม 9 พระองค์, ขบวนแห่อัญเชิญถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ขบวนเห่เรือกระทงสาย และขบวนแห่สายกระทงทั้ง 8 สาย เคลื่อนจากบริเวณหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมายังบริเวณปะรำพิธีหน้าอาคารกิตติคุณ ริมแม่น้ำปิง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน