ครั้งแรกของปี ยอดดอย4องศา แต่‘ใต้’ยังท่วม
‘เหมยขาบ’ แรกของปีโผล่บนยอดหญ้าดอยอินทนนท์ นักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจแห่สัมผัสความหนาวเย็น อากาศยอดดอย 4 องศา ส่วนงานทุ่งบัวตอง แม่ฮ่องสอนเริ่มคึกคัก ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิ 1 องศา ขณะที่ภาคใต้ยังอ่วมท่วมหนัก น้ำป่าจาก เขาแก้วทะลักท่วมบ้านเรือน ถนนในหาดใหญ่ ส่วนพื้นที่สงขลาจมแล้ว 5 ตำบล 43 หมู่บ้าน ปภ.เผยยังท่วม 16 จังหวัด ขณะที่นราธิวาสประสบวาตภัย ‘บิ๊กตู่’ ห่วงน้ำท่วมใต้ สั่งเร่งช่วยเหลือ
น้ำป่าทะลักท่วม‘หาดใหญ่’
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 6 พ.ย. เกิดน้ำป่าจากน้ำตกโตนปลิวจากเขาแก้วไหลเข้าท่วมหมู่ที่ 1 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มวลน้ำไหลมาอย่างรวดเร็วเข้าท่วมถนนและบ้านเรือน ชาวบ้าน ทรัพย์สินได้รับความเสียหายบางส่วน
ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 จ.สงขลา รายงานว่า สถานการณ์อุทกภัยจากฝนตกหนักในพื้นที่ จ.สงขลา มีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 5 ตำบล 43 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 1,222 ครัวเรือน ที่ ต.เขาพระ 12 หมู่บ้าน ต.กำแพงเพชร 7 หมู่บ้าน ต.ท่าชะม่วง 8 หมู่บ้าน ต.คูหาใต้ 10 หมู่บ้าน และ ต.ควนรู 6 หมู่บ้าน ถนนเสียหาย 15 สาย สะพาน 2 แห่ง ขณะนี้ปภ. เขต 12 และ ปภ.จังหวัดและหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว
เตือนสุราษฎร์-นครศรีฯรับมือฝน
ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา รายงานว่า บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ยังคงมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง สำหรับชาวเรือขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุม อ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้เข้าสู่หย่อมความกด อากาศต่ำบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างมีกำลัง อ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนตกหลายพื้นที่ และฝนตกหนักถึงหนักมาก บางแห่ง
ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่งลมตะวันออก เฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 ก.ม./ช.ม. ทะเล มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ด้านนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า พื้นที่หลายอำเภอใน จ.สงขลา โดยเฉพาะ อ.รัตภูมิ เป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายหลายตำบล ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมและน้ำไหลหลากซ้ำซาก ตนร่วมกับกรมชลประทาน ทำแผนแก้ปัญหาด้วยการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองลำแชง ต.เขาพระ 300 ไร่ แล้วเสร็จ จะสามารถจุน้ำได้หลายล้านลูกบาศก์เมตร สามารถแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมได้ และส่วนที่สองแบ่งน้ำจากคลองภูมีและคลองพรุพ้อ ลงทะเลสาบสงขลา
‘บิ๊กตู่’ห่วงน้ำท่วมใต้
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ใน ขณะนี้ว่า ตนมีความห่วงใยสถานการณ์อุทกภัย ภาคใต้ ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าฝนบ้านเราประเทศเราเริ่มจากทางเหนือ ภาคกลางและ ลงสู่ภาคใต้ และตอนนี้ก็ลงภาคใต้ ขณะนี้ ในส่วนภาคกลาง ภาคเหนือเริ่มลดระดับลงมากแล้ว ตอนนี้เร่งรัดเรื่องการดูแลเยียวยา ช่วยเหลือ การทำความสะอาด บิ๊กคลีนนิ่ง อะไรต่างๆ เหล่านี้
“ต้องขอบคุณภาคเอกชนประชาสังคมที่มาช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยมีการบริจาคช่วยเหลือต่างๆ มากมาย ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน รวมถึงมูลนิธิต่างๆ และตอนนี้กำลังเร่งระบายน้ำ ในพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ปภ.เผย 16 จว.ยังท่วม
วันเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงาน จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอันดามันตอนล่างและช่องแคบมะละกา ประกอบกับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมตะวันออก พัดปกคลุมภาคใต้ อ่าวไทย และทะเลอันดามัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง โดยในช่วงวันที่ 4-7 พ.ย. เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สตูล สงขลา ยะลา และตรัง รวม 5 อำเภอ 14 ตำบล 59 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,444 ครัวเรือน
ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 2 จังหวัด รวม 2 อำเภอ 6 ตำบล 44 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,231 ครัวเรือน ดังนี้ 1.ตรัง เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว ประชาชนได้รับผลกระทบ 6 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง 2.สงขลา น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ อ.รัตภูมิ รวม 5 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,225 ครัวเรือน ถนนเสียหาย 15 สาย สะพานเสียหาย 2 แห่ง คอสะพานเสียหาย 2 แห่ง ปัจจุบันระดับน้ำลดลง
นอกจากนี้จากสถานการณ์มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย และความกดอากาศสูงกำลัง ปานกลางจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนในห้วงที่ผ่านมา รวมถึงมีการระบายน้ำจากเขื่อนลงแม่น้ำสายหลัก และลำน้ำสาขา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในช่วงวันที่ 28 ก.ย.-7 พ.ย. เกิดอุทกภัย รวม 59 จังหวัด 353 อำเภอ 1,879 ตำบล 11,770 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 528,063 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 12 ราย ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 14 จังหวัด รวม 55 อำเภอ 442 ตำบล 3,178 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 171,041 ครัวเรือน โดยภาพรวมระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ทุกจังหวัด ดังนี้
1.นครสวรรค์ น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่อ.พยุหะคีรี อ.โกรกพระ และอ.ชุมแสง รวม 22 ตำบล 163 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,747 ครัวเรือน 2.ขอนแก่น น้ำท่วม ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองขอนแก่น อ.น้ำพอง อ.อุบลรัตน์ อ.หนองนาคำ และ อ.หนองเรือ รวม 7 ตำบล 20 หมู่บ้าน ประชาชน ได้รับผลกระทบ 682 ครัวเรือน 3.มหาสารคาม น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองมหาสารคาม อ.กันทรวิชัย อ.โกสุมพิสัย และอ.เชียงยืน รวม 46 ตำบล 563 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,173 ครัวเรือน 4.กาฬสินธุ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ฆ้องชัย และอ.กมลาไสย รวม 7 ตำบล 42 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 603 ครัวเรือน
5.ร้อยเอ็ด น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.จังหาร อ.เชียงขวัญ และอ.ทุ่งเขาหลวง รวม 10 ตำบล 54 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,773 ครัวเรือน 6.ศรีสะเกษ น้ำท่วม ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองศรีสะเกษ อ.กันทรารมย์ อ.ราษีไศล และอ.ยางชุมน้อย รวม 24 ตำบล 168 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,138 ครัวเรือน อพยพประชาชน 913 ครัวเรือน ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว 35 จุด มีผู้เสียชีวิต 3 ราย 7.อุบลราชธานี น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอุบลราชธานี อ.วารินชำราบ อ.สว่างวีระวงศ์ อ.ตาลสุม อ.ดอนมดแดง และอ.พิบูลมังสาหาร รวม 21 ตำบล 117 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,258 ครัวเรือน อพยพประชาชน 183 ชุมชน ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว 94 จุด
8.ชัยนาท น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองชัยนาท อ.วัดสิงห์ และอ.มโนรมย์ รวม 11 ตำบล 42 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,894 ครัวเรือน 9.สิงห์บุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสิงห์บุรี และอ.บางระจัน รวม 7 ตำบล 49 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,827 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย 10.อ่างทอง น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.วิเศษชัยชาญ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.เมืองอ่างทอง อ.โพธิ์ทอง และอ.แสวงหา รวม 52 ตำบล 315 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,498 ครัวเรือน
‘กรุงเก่า’หนักสุดท่วม 8 อำเภอ
11.พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.บางไทร อ.บางปะอิน อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางซ้าย และอ.ลาดบัวหลวง รวม 103 ตำบล 719 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 67,806 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย 12.ปทุมธานี น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองปทุมธานี และอ.สามโคก รวม 21 ตำบล 62 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,771 ครัวเรือน 13.สุพรรณบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสุพรรณบุรี อ.บางปลาม้า และอ.สองพี่น้อง รวม 43 ตำบล 271 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 26,105 ครัวเรือน 14.นครปฐม น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.สามพราน อ.บางเลน อ.นครชัยศรี และอ.กำแพงแสน รวม 68 ตำบล 593 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,766 หมู่บ้าน
นราธิวาสประสบวาตภัย
อีกทั้งเมื่อวันที่ 6 พ.ย. เกิดวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ส่งผล ให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 46 หลัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

เหมยขาบ – มาแล้ว ‘เหมยขาบ’ หรือ ‘น้ำค้างแข็ง’ แรกของปีนี้ เกาะบนยอดหญ้าดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ หลังอุณหภูมิลดต่ำลงเย็นยะเยือก 4 องศาเซลเซียส ทำเอานักท่องเที่ยวตื่นตาไปตามๆ กัน เมื่อเช้าวันที่ 7 พ.ย.
เหมยขาบแรกของปีโผล่อินทนนท์
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายงานว่า พบเหมยขาบแรกของปีในช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่บริเวณลานจอดรถหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่อน.5 (ยอดดอย) ขณะที่อุณหภูมิต่ำสุดบริเวณ ยอดดอยวัดได้ 4 องศาเซลเซียส ส่วนที่กิ่วแม่ปาน วัดได้ 5.5 องศาเซลเซียส โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาว บนดอยอินทนนท์ บางส่วนเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เนื่องจากเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่งดงามมาก
ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน มีกำลังปานกลาง แต่ยังคงทำให้ภาคเหนือ มีอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยอุณหภูมิต่ำสุด 16-19 องศา สูงสุด 30-32 องศา
‘ทุ่งบัวตอง’หนาวจัด 1 องศา
นายมาโนช กิ่งเมือง หัวหน้าวนอุทยานทุ่งบัวตอง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง รายงานสภาพอากาศบนทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ว่า เมื่อเวลา 06.00 น. อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 1 องศา ลดลงจากเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 1 องศา
ด้านนายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจ ท่องเที่ยวจ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนตั้งบูธให้บริการ นักท่องเที่ยวบนทุ่งบัวตอง โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทางรถยนต์ และบิ๊กไบก์ จักรยานยนต์ ทั่วไป สามารถรับใบประกาศนียบัตร 4,088 โค้ง ได้ที่บูธดังกล่าว โดยจัดทำใบประกาศมอบให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน จ.แม่ฮ่องสอนทุกคน
นายณรงค์พัชญ์ นาคทรัพย์ นายอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สำหรับเทศกาลทุ่งบัวตองบาน ที่ดอยแม่อูคอ จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พ.ย.นี้ โดยปีนี้ อ.ขุนยวม พร้อมด้วยอบต.แม่อูคอ วนอุทยานทุ่งบัวตอง สภ.ขุนยวม ร.พ.ขุนยวม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องพร้อมต้อนรับ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนดั่งญาติมิตร มีการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.ขุนยวม นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังดูแล เรื่องการจราจรเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวก และปลอดภัยในการสัญจร
แห่กางเต็นท์สัมผัสหนาว‘ภูทอก’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานกางเต็นท์ ภูทอก บ้านลาด ต.นาพึง อ.นาแห้ว จ.เลย มีนักท่องเที่ยว เดินทางมากางเต็นท์พักแรมเพื่อสัมผัสกับอากาศ หนาวและไอหมอกที่ปกคลุมทั่วอ.นาแห้ว
นายจริยาทร สูหู่ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานเลย กล่าวว่า ที่ลานกางเต็นท์ภูทอก ดำเนินการโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านลาด คิดค่ากางเต็นท์คนละ 100 บาท ถ้านำอุปกรณ์มาเอง แต่ถ้าไม่ได้นำมา ทางกลุ่มจะมีชุดเต็นท์ 1 หลัง พร้อมชุดเครื่องนอน ครบชุด ราคา 350 บาท นอนได้ 2 ท่าน และที่ลานกลางเต็นท์จะจัดชุดของสมาชิกภายในกลุ่มมาคอยเฝ้าดูแลและอำนวยความสะดวกครั้งละ 2 คน จนกว่าแขกคนสุดท้ายจะกลับลงไป กรณีไม่อยากนำรถขึ้นมาเอง จะมีบริการ ด้วยรถอีแต๊ก หรืออีต๊อกขึ้นมาส่งที่ภูทอก คิดเป็นเที่ยวละ 300 บาท โดยจะให้นักท่องเที่ยว จอดรถไว้ที่ลานจอดรถของกลุ่มด้านล่างภายใน หมู่บ้าน โดยมีการเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนกรณีถ้าอยากสั่งอาหาร อาหารพื้นบ้านหรือ อาหารป่าตามฤดูกาล ต้องโทร.ติดต่อสอบถามหรือนัดกับทางกลุ่มเสียก่อน หรือจะแจ้งเมนูมาก่อนก็ยิ่งดี
นักท่องเที่ยวที่สนใจมาพักแรม กางเต็นท์ที่ลานกางเต็นท์ภูทอก สามารถสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ 06-2504-3379 (ผู้ใหญ่วิเชษฐ์), 08-6256-8493 (ช่างเหน่ง), 08-8534-2934 (วิโรจน์), 06-1034-1676 (ดอกไม้) หรือสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม ได้ที่ททท.สำนักงานเลย โทร. 0-4281-2812 เฟซบุ๊กแฟนเพจ ททท.สำนักงานเลย : TAT LOEI Office