ไซเบอร์ลุยทลายร้านมือถือทั่วปท.ฮับเชื่อมสัญญาณเว็บเก๊ ดูดข้อมูล!
ตร.ไซเบอร์กวาดล้างใหญ่ทั้งในภูธร-นครบาล เปิดเว็บไซต์รับแจ้งความออนไลน์ปลอมล้วงข้อมูลบัตรประชาชนเหยื่อ พ่วงขบวนการขายซิมการ์ดโทรศัพท์ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทลายแหล่งตั้งซิมบอกซ์- เราเตอร์ใช้โทร.ลวงผู้เสียหายได้มากกว่า 18.2 ล้านครั้งต่อเดือนที่ชุมพร จับร้านขาย ซิมการ์ดรายใหญ่ที่ภูเก็ต ส่วนเมืองกรุง ค้นบ้าน 3 หลัง ในหมู่บ้านหรู 3 แห่งริมถนนกาญจนาภิเษก และร้านขายซิมในปั๊มน้ำมันย่านคลองสามวา ยึดซิมโทรศัพท์ 3 หมื่นซิม พบข้อมูลการซื้อขาย-ลงทะเบียนซิมการ์ด มากกว่า 280,000 เลขหมาย
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.ตอท. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.สอท. 1 โฆษก บช.สอท. แถลงข่าวจับกุมว็บไซต์รับแจ้งความปลอม และขบวนการขายซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ซิมแก๊งคอล – พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. แถลงผลงานตำรวจไซเบอร์ ตรวจ ค้น 4 จุดกทม. ล้างบาง เครือข่ายร้านขาย ซิมการ์ดมือถือให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำไปโทร.หลอกลวงประชาชน ยึดซิมได้จำนวนมาก ที่บช.สอท. เมื่อวันที่ 10 พ.ย.
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.สอท.1 สืบทราบว่ามีการปลอมเว็บไซต์รับแจ้งความออนไลน์ http:// thaionline.xyz เพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลบัตรประจําตัวประชาชน และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ จึงรวบรวบหลักฐานขอหมายจับจากศาลจังหวัดมีนบุรี นำกำลังเข้าตรวจค้นรวม 4 จุด
3 จุดแรก เป็นบ้านพัก 3 หลัง ภายในหมู่บ้านชื่อดัง 3 แห่ง ริมถนนกาญจนาภิเษก หลังแรกอยู่ในพื้นที่ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ จับกุม น.ส.ธรรศนนรรญ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.719/2565 ลงวันที่ 8 พ.ย.65 ในความผิดฐาน “นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ระหว่างตรวจค้นและได้นําสุนัขตำรวจดมกลิ่นหาหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจยึดซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ 1,700 ซิม และโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง
หลังที่ 2 อยู่ในพื้นที่แขวงและเขตคันนายาว กรุงเทพฯ ตรวจยึดซิมการ์ด 5,186 ซิม, คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารต่างๆ และหลังสุดท้ายในพื้นที่แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ส่วนจุดที่ 4 ร้านขายซิมการ์ดโทรศัพท์ ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ตรวจยึดซิมการ์ด 541 ซิม, โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง รวมตรวจยึดซิมการ์ดไว้เพื่อตรวจสอบหาความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จํานวน 7,427 ซิม
นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่อีกชุดเข้าทลายเซ็นเตอร์ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ชุมพร จับกุม ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง GSM Gateways (Simbox) 38 เครื่อง และ router wifi ชนิดใส่ซิมการ์ด 19 เครื่อง ทั้งหมดมีประสิทธิภาพสามารถใช้โทรศัพท์ไปหลอกลวงหรือข่มขู่ ผู้เสียหายได้มากถึงวันละ 608,000 ครั้ง หรือกว่า 18.2 ล้านครั้งต่อเดือน
บก.สอท. 1 สืบสวนขยายผล กระทั่ง สืบทราบว่าซิมโทรศัพท์ที่ใช้ ถูกซื้อมาจาก ร้านจําหน่ายซิมโทรศัพท์ใน จ.ภูเก็ต และยังพบพฤติการณ์รับลงทะเบียนมือถือแทนผู้ซื้อ คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการจัดจําหน่ายซิมให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ในการกระทําความผิด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบผู้ลงทะเบียนกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ พบว่าบุคคลดังกล่าวนอกจากลงทะเบียนซิมที่ตรวจยึดได้ ยังลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือมากกว่า 280,000 เลขหมาย จึงปิดล้อมตรวจค้นทั้ง 3 ร้าน เป้าหมายใน จ.ภูเก็ต
ประกอบด้วย ร้าน K.bank mobile ตั้งอยู่ถนนศรีทัศน์ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ตรวจยึดซิมที่ลงทะเบียนแล้วและที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรวมกัน 20,673 ซิม, ร้านรวมพล สาขาตําบลวิชิต ถนนเมืองทอง-เขาขาด ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ตรวจยึดซิมที่ลงทะเบียนแล้วและที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรวมกัน 1,190 ซิม และร้านรวมพล สาขาตําบลตลาดเหนือ ภายในตลาดดาวน์ทาวน์ ซ.พิไสยสรรพกิจ ถ.ระนอง ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต ตรวจยึดพบซิมที่ลงทะเบียนแล้วและที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรวมกันอีก 89 ซิม รวม 21,952 ซิม เบื้องต้นพบลงทะเบียนไว้พร้อมใช้งาน 700 ซิม
นอกจากนั้นยังพบข้อมูลการซื้อขาย ซิมการ์ดเป็นจํานวนมาก การตรวจค้นครั้งนี้ถือเป็นกุญแจสําคัญที่จะขยายผลในการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้ลงทะเบียนและจําหน่ายไปแล้วว่ามีหมายเลขใดบ้างที่ใช้ในการกระทําความผิดที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาจถูกดําเนินคดีในความผิดฐาน เป็นตัวการหรือให้การสนับสนุนในการ กระทําความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าข้อมูล อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความ เสียหายแก่ประชาชน