สุนัขดม-จับได้!นักท่องเที่ยวจีนเข้าสุวรรณภูมิ
จับนักท่องเที่ยวจีนซุก ‘ค้างคาวรมควัน’ ลักลอบนำเข้าไทย เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สนามบินสุวรรณภูมิ ใช้ ‘สารวัตรบีเกิ้ล’สุนัขดมกลิ่น พบในสัมภาระจากเที่ยวบินเมืองคุนหมิง ประเทศจีน อายัดไว้ ป้องกันเป็นพาหะแพร่เชื้อโรค ทั้งไวรัสนิปาห์ อหิวาต์ แอฟริกาในหมู ก่อนนำซากไปทำลายทันที ส่วนครูสาวสกลนครโชว์เปิบพิสดารค้างคาวผ่านโซเชี่ยลเข้ารับทราบข้อหา ตร.แจ้งผิดพ.ร.บ.คอมพ์ และครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ครูสาวไลฟ์สดขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อ้างคิดน้อยไปหน่อย ต่อไปจะไม่ทำอีก ขณะที่โรงเรียนต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว
เมื่อวันที่ 10 พ.ย. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ชุดปฏิบัติการทีมสุนัขดมกลิ่น (DLD-Quarantine and Inspection Canine unit) ด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินำ “สารวัตรบีเกิ้ล” สุนัขประจำสนามบินของกรมปศุสัตว์ ออกปฏิบัติงานตรวจสอบการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์-ซากสัตว์ ทั้งขาเข้าและขาออกบริเวณอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะเที่ยวบินที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ กัมพูชา มาเลเซีย ไต้หวัน ลาว เวียดนาม และ จีน ล่าสุด “สารวัตรบีเกิ้ล” ตรวจพบสัมภาระต้องสงสัยจากเที่ยวบินที่มาจากเมืองคุนหมิง ประเทศจีน เจ้าหน้าที่จึงเปิดออกตรวจโดยละเอียด พบว่าซุกซ่อนซากสัตว์เข้ามาดังนี้ ค้างคาวรมควัน 1 ถุง น้ำหนัก 2.5 ก.ก., ขาหมูรมควัน 1 ถุง น้ำหนัก 2.5 ก.ก. และหมูสามชั้นรมควัน 1 ถุง น้ำหนัก 4.5 ก.ก.

ซุกค้างคาว – จนท.ด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ใช้สุนัขดมกลิ่น ‘สารวัตรบีเกิ้ล’ ตรวจสัมภาระผู้โดยสารจากคุนหมิง ประเทศจีน พบค้างคาวรมควัน 1 ถุงใหญ่ จึงยึดดำเนินคดีเนื่องจากเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคสู่คน เมื่อวันที่ 10 พ.ย.
นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวต่อว่า สำหรับการลักลอบนำซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 เจ้าหน้าที่จึงอายัดและเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ขณะนี้อยู่ระหว่างขออนุมัติทำลายตามระเบียบกรมปศุสัตว์ เพื่อเฝ้าระวังโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (เอเอสเอฟ) จากซากสุกร ซึ่งโรคเอเอสเอฟ เป็นโรคติดเชื้อในสุกร และโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ที่มีค้างคาวเป็นแหล่งรังโรค โดยเชื้อไวรัสนิปาห์จะก่อให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงของระบบหายใจ เกิดภาวะสมองอักเสบจนอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งนี้กรมปศุสัตว์ขอให้ประชาชนรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกและไม่รับประทานสัตว์แปลก เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดโรคดังกล่าว
สำหรับนักท่องเที่ยวดังกล่าวเดินทางด้วยเที่ยวบิน KY 8369 สายการบินคุนหมิงแอร์ เดินทางมาจากท่าอากาศยานนานาชาติชางซุ่ย เมืองคุนหมิง ประเทศจีน
ด้านสพ.ญ.ณัฐกานต์ คุรุพันธ์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ กรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งสารวัตร ด่านตรวจและทีมบีเกิ้ล เจอซากค้างคาวรมควัน ยอมรับว่าตกใจที่มีการแอบนำค้างคาว คาดว่าจะเป็นค้างคาว แม่ไก่เพราะ 2 ตัวหนักกว่า 2 ก.ก. ห่อซีลพลาสติกมาเป็นอย่างดีพร้อมกับขาหมู และหมูสามชั้นรมควัน สำหรับซากค้างคาวรมควันซึ่งลักลอบนำเข้ามาในช่วงที่ประเทศไทย กำลังมีข่าวเรื่องการบริโภคซุปค้างคาว แม้จะไม่ได้เชื่อมโยงกัน เพราะผู้ที่ลักลอบนำเข้ามาเป็นคนจีน และนำมาจากจีน แต่ค่อนข้างแปลกใจ เรื่องการบริโภคสัตว์แปลกโดยเฉพาะค้างคาวที่มีคนบอกว่าเป็นยาโป๊ ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงต่อโรคที่มีค้างคาวเป็นพาหะของโรคได้ จึงส่งไปทำลายซากทันที
ต่อมาเวลา 15.00 น. น.ส.ณัฐกานต์ คุรุพันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่นำของกลางที่สามารถตรวจยึดอายัดได้ในระยะเวลา 3 เดือน รวมทั้งค้างคาวรมควัน 1 ถุง จำนวน 3 ตัว น้ำหนัก 2.5 ก.ก. ขาหมูรมควัน 1 ถุง น้ำหนัก 2.5 ก.ก. หมูสามชั้นรมควัน 1 ถุง น้ำหนัก 4.5 ก.ก. ออกไปฝังกลบเพื่อทำลาย ที่ด่านกักกัน จ.ฉะเชิงเทรา
ส่วนกรณีครูสาวทำคอนเทนต์โชว์เปิบเมนูพิสดารกินค้างคาว ก่อนเผยแพร่ลงเพจเฟซบุ๊กซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน ทำทัวร์ลง ชาวเน็ตแห่วิจารณ์ ขณะที่สัตวแพทย์ขอให้ลบคลิป ระบุเป็นเรื่องไม่สมควรทำ เพราะค้างคาวเป็นต้นตอของโคโรนาไวรัสก่อโรค โควิด-19 พร้อมย้ำทุกวันนี้มีไวรัสหลายตัว ที่ระบาดไม่หาย ทั้งพิษสุนัขบ้า อีโบลา ซาร์ส เมอร์ส นิปาห์ หรือโควิด ก็มาจากค้างคาว ทำสูญเสียมหาศาล
ล่าสุดตำรวจสภ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร เข้าจับกุมครูสาวคนนี้แล้ว โดยแจ้งข้อหาดำเนินคดีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ตาม ม.92 (ม.17) ฐานครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองฯ โทษจำคุก 5 ปี ปรับ 5 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ เบื้องต้นครูสาวให้การปฏิเสธ
ด้านพ.ต.อ.พยุงศักดิ์ นามวรรณ รองผบก.ภ.จว.สกลนคร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร จับกุมครูสาวแจ้งข้อหาดำเนินคดีในความผิดตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ตาม ม.92 (ม.17) ฐานครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองฯ ซึ่งโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 5 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสภ.โพนนาแก้วรายงานผู้บังคับบัญชาว่า ตามคดีอาญาที่ 241/2565 กรณี เจ้าหน้าที่ป่าไม้มากล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับน.ส.พรชนก(สงวนนามสกุล) ให้ดำเนินคดีในความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ป่าคุ้มโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามที่ออกสื่อโซเชี่ยล เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2565 ต่อมาผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยให้การภาคเสธ
นายไพรวัลย์ จันทะนะ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต 1 เปิดเผยว่า เบื้องต้นให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้นสังกัดของครูสาวคนดังกล่าวตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีความผิดตรงไหนบ้าง ขณะนี้ทราบว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหาว่า ครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และกระทำความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องมาดูว่ามีความผิดด้านวินัยหรือไม่ หรือผิดวินัยร้ายแรงขนาดไหน เมื่อได้ข้อเท็จจริงตรงนี้แล้ว จะต้องดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนต่อไป ล่าสุดทราบว่าคุณครูคนดังกล่าวเข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียนต้นสังกัดแล้ว และรายงานให้ทราบถึงเรื่องที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหากับผู้บังคับบัญชาแล้ว ขณะนี้ผู้บริหารของโรงเรียนต้นสังกัด ตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นมาเพื่อพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะตักเตือนหรือลงโทษทางวินัย ทั้งนี้ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ส่วนคดีเกี่ยวกับพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่าก็ให้ว่าไปตามกฎหมายตามที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร้องทุกข์ได้ไปแจ้งความ
ต่อมาวันเดียวกันในช่วงดึก ครูสาวคน ดังกล่าวไลฟ์ขอโทษถึงการกระทำดังกล่าว โดยระบุว่า “ดิฉันครูจุ๋ยเพจก่อนแซบแบบนัวนัว ต้องขอโทษทุกหน่วยงาน สังคม คุณหมอ นักข่าว แฟนคลับ เพื่อนร่วมงานและครอบครัว การกระทำดิฉันที่ทำลงไปไม่มีเจตนาให้เป็นแบบนั้น ขอโทษกับความขาดสติและความคิด ต่อไปจะไม่ทำแบบในคลิปอีกแล้ว และจะไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีก ขอโทษที่ขาดสติและทำให้ผิดหวัง ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ไม่มีอะไรมากกว่าคำว่าขอโทษ”