เมื่อวันที่ 13 พ.ย. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ จัดเสวนาพิเศษ “ร่างกฎหมายกัญชา เพื่อกัญชาทางการแพทย์ หรือเพื่อกัญชาเสรี?” โดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธาน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม.กล่าวเปิดงานว่า กัญชากลับมาเป็นประเด็นร้อนทางสังคมอีกครั้งเมื่อไม่มีการบรรจุร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ. …. ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ (กมธ.) พิจารณาแปรญัตติ จำนวน 95 มาตรา กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2-3 ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันเจตนารมณ์สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ทั้งนี้การที่จะให้สาธารณชนได้รับประโยชน์และได้รับข้อมูลข้อเท็จจริง พรรคจึงจัดเวทีเสวนา พร้อมเชิญบุคลากรทางการแพทย์มาร่วมถกแถลง และให้ข้อมูลทางวิชาการ สำหรับนำไปศึกษา พิจารณา หาแนวทางแก้ไข เพราะเป็นประเด็นโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคน หากเปิดให้กัญชาเป็นสันทนาการจะส่งผลต่อเด็ก เยาวชน ประเทศชาติในระยะยาว
นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเสวนาว่า การประกาศคุมช่อดอกเป็นการออกค่อนข้างผิดเพี้ยน โดยหลักของสมุนไพรควบคุม ต้องคุมทั้งต้น คือต้นกัญชา ไม่ได้คุมเฉพาะช่อดอก เพราะถ้าคุมเฉพาะช่อดอก แล้วส่วนอื่นซึ่งมีสาร THC อยู่ ก็สามารถเกิดฤทธิ์ต่อจิตประสาทได้ ดังนั้นเนื้อหาประกาศที่ออกมาใหม่มีลักษณะเอื้อให้ใช้เพื่อสันทนาการว่าถ้าคนอายุเกิน 20 ปีขึ้นไป ขออนุญาตก็ได้ ซึ่งมันตีความได้ จึงน่าห่วงว่าออกประกาศไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื้อหาไม่เหมาะสม และจากข้อมูลวันนี้เกษตรกรที่ปลูกกัญชากว่า 80% ปลูกแล้วขาดทุน เพราะไม่ได้เกรดทางการแพทย์ ต้องทำลายหรือเอาไปทำอย่างอื่น เป็นกัญชาที่ ไม่ได้คุณภาพ มีเชื้อรา มีพิษ มีการก่อมะเร็ง และเปิดช่องให้เกิดการฟอกเงินได้
ส่วนผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีการรวบรวมรายชื่อผู้ที่จะร่วมกันค้านผ่านเว็บไซต์ CHANGE ได้ 1.8 หมื่นคน รายชื่อแพทย์ 1.6 พันคนที่ไม่เห็นด้วยกับกัญชาเสรี ทั้งนี้นับแต่วันที่ 9 มิ.ย.ที่การปลดออกจากยาเสพติดมีผลบังคับใช้นั้น ทำให้ประเทศไทยมีการใช้กัญชาเสรีที่สุดในโลก ไม่มีการควบคุมอะไร ล่าสุดประกาศที่ออกมาก็คุมแค่ช่อดอกเท่านั้น ส่วนอื่นๆ เช่น ใบ ใช้ได้ปกติ ขณะที่ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่กำลังจะพิจารณา ดูแล้วการควบคุมยังต่ำกว่าประเทศที่เสรี สันทนาการด้วยซ้ำ ทั้งที่ประเทศไทยอ้างออกกฎหมายเพื่อการแพทย์ ทั้งนี้นอกจากพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่ต้องปรับปรุงแล้ว ยังจำเป็นต้องเพิกถอนประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด เพราะกว่าพ.ร.บ.นี้จะออกมาก็นาน แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วมีมาก
ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล นักวิทยาศาสตร์ Center for Addiction and Mental Health ประเทศแคนาดา กล่าวว่า ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเปิดเสรีกัญชาทางสันทนาการ และเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่ต้องถกกันอีกมาก ส่วน ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ก็เป็นห่วงยางที่รั่ว วิธีที่แก้คือต้องยกเลิกประกาศ และถอดพ.ร.บ.กัญชาฯ ออกจากสภาด้วย ส่วนกรณีศึกษาของประเทศ แคนาคาที่มีกัญชาเสรีเพื่อสันทนาการนั้นเขาตามมาด้วยมาตรการการควบคุมที่เข้มงวดชัดเจน และห้ามมิให้เยาวชนเข้าถึงโดยเด็ดขาด แต่ในกรณีของไทยกลับไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจนสำหรับนำมาใช้ จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
ศ.นพ.มานิต ศรีสุรภานนท์ ประธานราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ตนยืนยันไม่เห็นด้วยกับนันทนาการ ไม่มีแม้แต่ประเทศเดียวในเอเชียยอมรับ ดังนั้นถ้าเพื่อเศรษฐกิจ ยอมรับมีเงินหมุนเวียนในประเทศ แต่อย่าหวังเอาไปขายต่างประเทศเพราะกัญชาที่ออกมาไม่ได้เกรดทางการแพทย์ตามประกาศสธ. ส่วนปัญหากัญชากับโรคทางจิตเวชนั้นมีมาก คนที่บอกว่าเอาไปใช้เพื่อการนอนหลับดี หรือ รักษา 39 โรคนั้น แต่พอเกิดปัญหาหูแว่วประสาทหลอนเขาไม่ได้ไปหาคนพูด แต่มาหาจิตแพทย์ ซึ่งเจอเยอะ ซึ่งในไทยไม่มีการรวบรวมข้อมูล แต่ที่เดนมาร์กมีการรายงานในวารสารวิชาการพบว่ามีโรคจิตเวชจากการใช้กัญชาเพิ่มขึ้นจาก 2% ในปี 1995 เป็น 10% ในปี 2010 จึงต้องควบคุมการใช้