เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวถึงกรณีการชี้มูลความผิด พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ คดีร่ำรวยผิดปกติ ว่า ป.ป.ช.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนพบว่า มีรายการทรัพย์สิน เงินฝากธนาคาร ที่ดินพร้อมบ้านพัก รถยนต์ และเงินที่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์หลายคันที่ได้มาไม่สัมพันธ์รายได้ และเกินกว่าฐานะ หรือรายได้จากราชการพึงมี จึงเป็นกรณีพ.ต.อ.ธิติสรรค์ร่ำรวยผิดปกติ โดยใช้อำนาจจากการปฏิบัติหน้าที่ รวม 1,352 ล้านบาทเศษ
โดยมีรายละเอียดทรัพย์สิน 32 รายการ ประกอบด้วย 1.เงินฝากในบัญชีธนาคาร 3 แห่ง กว่า 1,243 ล้านบาท 2.บ้าน 2 หลัง พร้อมที่ดินรวม 5 ไร่ มูลค่ากว่า 54 ล้านบาท 3.รถยนต์ 15 คัน มูลค่ากว่า 6.1 ล้านบาท 4.หนี้สินจากการผ่อนชำระตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ 13 คัน ที่ลดลงผิดปกติ เช่น ปอร์เช่ เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู โฟล์กสวาเกน เฟอร์รารี่ เป็นต้น จำนวนกว่า 53 ล้านบาท เนื่องจากเงินนั้นไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าได้มาโดยถูกกฎหมายหรือไม่ โดยส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
นอกจากนี้ คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติแจ้งผลพิจารณาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยถือว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ด้วยตามพ.ร.ป. ป.ป.ช. ด้วย นายนิวัติไชยกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีการเบิกจ่ายเงินสินบนนำจับจากกรมศุลกากร ในการจับรถยนต์หรูที่ลักลอกนำเข้าไทยนั้น ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะนี้มีมูลว่าทำไมจึงไปจับรถหรูได้กว่า 400 คันในหลายคดี แล้วจับเสร็จก็นำส่งกรมศุลกากร จากนั้นกรมศุลกากรนำออกมาประมูลขาย จึงต้องไปต่อยอดว่าเป็นการดำเนินคดีโดยชอบหรือไม่ หรือวางแผนร่วมกันทำเป็นขบวนการในการนำเข้ารถหรูแล้วจับกุมเพื่อหวังผลจากเงินเปอร์เซ็นต์ หรือเงินสินบนรางวัลนำจับ ในชั้นแสวงหาข้อเท็จจริงจะต้องคลี่คลายรายละเอียดให้ได้มากที่สุด เนื่องจากเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ปี 2553