สภ.คลองหลวง ปทุมฯ จับ 4 รถกระบะตู้ทึบขนจยย.ส่งชายแดนรวบได้ขณะขนถ่ายขึ้นรถ ภายในปั๊มน้ำมันย่านคลองหนึ่ง สอบปากคำรับจ้างขนคันละ 1-1.5 พัน แล้วไปจ้างกระบะตู้ทึบคันอื่นมาช่วยขน ตรวจยึดได้ 17 คัน เป็นรถที่ถูกขโมย

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 พ.ย. พล.ต.ต.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมตำรวจชุดปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ร่วมกันแถลงผลจับกุม 1.นายฉลองรัช หรือยอด แขนยาว อายุ 27 ปี 2.นายธวัชชัย หรือวัช สังข์วรรณ อายุ 47 ปี 3.นางพรพิมล หรือเปิ้ล มณีสุวรรณ อายุ 43 ปี 4.น.ส.มัศยา หรืออี๊ฟ โจนลายดา อายุ 38 ปี

แก๊งตู้ทึบ – พล.ต.ต.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี แถลงจับ 4 ผู้ต้องหา พร้อมรถกระบะตู้ทึบ 4 คัน ซุกซ่อนรถจยย.ที่ถูกขโมยมารวม 17 คัน เตรียมส่งขายจังหวัดชายแดนภาคเหนือ ที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 18 พ.ย.

พร้อมของกลาง 1.รถยนต์กระบะตู้ทึบโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ รีโว่ สีขาว ทะเบียน 3ฒถ9417 กทม. 2.รถยนต์กระบะตู้ทึบมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีดำ ทะเบียน ผข1717 นครปฐม 3.รถยนต์กระบะตู้ทึบโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีขาว ทะเบียน 2ฒศ1433 กทม. 3.รถยนต์กระบะตู้ทึบอีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีเทา ทะเบียน 2ฒฉ9536 กทม. และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ รุ่นคลิก สกูปี้ และยี่ห้อห้อยามาฮ่า รวม 17 คัน โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถนนพหลโยธินขาออก ม.12 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 17 พ.ย. เวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ชุมพลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ (ศปจร.สภ.คลองหลวง) ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.กวินเวทย์ วิริยะสิริภักดี รองผกก.(ป.) และ พ.ต.ต.สิรภพ บัวหลวง สารวัตรสืบสวน ร.ต.อ.มนตรี คงอาจ รอง สว.ป. ได้กวดขันตรวจตราและวางแผนการตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ต่อมาวันที่ 17 พ.ย. เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าพนักงานตำรวจ ศปจร.
สภ.คลองหลวง ออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบถึงบริเวณภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถนนพหลโยธินขาออก ก่อนถึงนวนคร ม.12 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง พบรถกระบะตู้ทึบหลายคันจอดอยู่ในที่มืดและมีบุคคลชายหญิงหลายคนกำลังช่วยกันขนย้ายรถจักรยานยนต์หลายคันขึ้นท้ายรถกระบะตู้ทึบ
พล.ต.ต.ชุมพลกล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการตรวจสอบพบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่ได้แจ้งหายไว้ที่ สภ.คลองหลวง สภ.ธัญบุรี และ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหา และตรวจยึดรถยนต์กระบะตู้ทึบ 4 คัน และรถจักรยานยนต์ 17 คัน ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาและบางส่วนเป็นรถจักรยานยนต์ที่ผู้ครอบครองดาวน์รถออกมาและส่งมอบให้บุคคลอื่นโดยยังไม่เปลี่ยนสัญญากับบริษัทไฟแนนซ์

จากการสอบถาม น.ส.มัศยา และนายไกรวิชญ์ ให้การว่า วิ่งรถรับจ้างทั่วไป ได้รับการว่าจ้างจาก น.ส.กาญจนาให้ขับรถไปรับรถจักรยานยนต์กับบุคคลต่างๆ ที่ น.ส.กาญจนาแจ้งมา ในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง จากนั้น น.ส.กาญจนาได้ให้นำรถจักรยานยนต์ที่ถูกจับกุมและตรวจยึดไปส่งตามจังหวัดชายแดนทางภาคเหนือ โดยได้ค่าจ้างในการนำรถไปส่งคันละ 1,000-1,500 บาท และ น.ส.มัศยาได้ว่าจ้างนายธวัชชัยและนายฉลองรัชให้นำรถกระบะตู้ทึบของทั้งคู่มาขนรถจักรยานยนต์เพื่อไปส่งตามจังหวัดชายแดนภาคเหนือ โดยจ้างเหมาครั้งละ 5,000-7,500 บาท เมื่อนำรถจักรยานยนต์ขึ้นรถกระบะตู้ทึบแล้วจะใช้แพ็กขวดน้ำวางเรียงกั้นไว้ที่ท้ายกระบะเพื่อเวลาเดินทางหากเจอด่านตรวจจะสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้

นายฉลองรัชให้การรับว่าได้บรรทุกรถจักรยานยนต์ไปส่งที่ จ.ตาก มาก่อนหน้านี้แล้ว 2 ครั้ง ส่วนนายธวัชชัยให้การรับว่าได้บรรทุกรถจักรยานยนต์ไปส่งที่ จ.ตาก มาก่อนหน้านี้แล้วจำนวน 2 ครั้งเช่นกัน ซึ่งรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาจะถูกส่งไปที่ภาคเหนือและส่งขายที่ประเทศเพื่อนบาทคันละ 30,000 บาท และฝากถึงประชาชนกรณีล็อกรถก็ล็อกดิสก์เบรกด้วยและอย่าเสียบกุญแจคาไว้ในรถ
ขณะที่นายเจริญ แซ่กือ อายุ 24 ปี ผู้เสียหายมาดูรถของกลาง บอกตนเองได้จอดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟไอ สีดำ ทะเบียน 4ขษ4463 กทม. ที่ข้างสำนักการเงินเทอร์ แต่ถูกคนร้ายขโมยไป หลังจากที่รถหายไปแล้วก็ลำบากมาก และรู้สึกดีใจมากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายเอาไว้ได้และเอารถมาคืนตนเองได้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน