ก่อเหตุซ้ำที่อุบลลงมือทุ่งศรีเมืองอีกรายในบขส.
ตำรวจตั้ง 5 ข้อหาหนัก ดาวคุกพ้นโทษไม่นาน ก่อเหตุ เตะก้านคอสาวหน้าสนามทุ่งศรีเมืองอุบลราชธานีลากตัวไปขืนใจและยังมอมยากักขังขืนใจเหยื่อสาวอีกราย โดยคดีส่งฟ้องเอาผิดเป็น 8 สำนวน ให้ศาลพิจารณาลงโทษหนักไม่ให้ออกมาก่อเหตุ เดือดร้อนชาวบ้านอีก รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดประสานอัยการจังหวัดอุบลฯ ให้ตรวจสอบประวัติคนร้าย บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษสถานหนักเพราะพฤติกรรมไม่เข็ดหลาบ ขณะที่วัยรุ่นเมืองอุบลราชธานีผวา ไม่กล้าไปออกกำลังยามดึก ชาวบ้านจี้เทศบาลเพิ่มไฟ กล้องวงจรปิด ปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน
จากกรณีตำรวจสภ.เมืองอุบลราชธานี จับกุมนายปธานิน หรือ ปาน เจ็น อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุเตะก้านคอเหยื่อสาววัย 18 ปี จนล้มคว่ำบริเวณประตูสวนสาธารณะทุ่งศรีเมือง ก่อนลากตัวผู้เสียหายเข้าไปในสวนสาธารณะหวังข่มขืน แต่เปลี่ยนใจพาเหยื่อซ้อนท้ายไปขืนใจที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาเหยื่อหนีออกมาได้เข้าแจ้งความตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงออกสืบหาเบาะแสกระทั่งบุกจับ ผู้ต้องหาได้คาห้องพักเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมช่วยเหลือหญิงสาวชาวเหนืออีกรายที่ถูกหลอกมอมยาแล้วขืนใจที่ถูกขังในห้องเช่าที่เกิดเหตุ ตรวจประวัติอาชญากรรมพบ ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และเสพยา เข้าออกคุกมาแล้วถึง 4 ครั้ง ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พ.ย. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี แจ้งข้อกล่าวหานาย ปธานินผู้ต้องหา ประกอบด้วย 1.ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะที่ผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ 2.หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และ 3.ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่จิตใจและร่างกาย และคดีเกี่ยวกับทรัพย์คือ ลักทรัพย์ในเคหสถาน และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน อีก 6 คดี รวมการทำความผิดครั้งนี้ 5 ข้อหา พนักงานสอบสวนมีการแยกคดีส่งฟ้องเอาผิดเป็น 8 สำนวน เพื่อขอให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาในสถานหนักไม่ให้ออกมาก่อเหตุซ้ำอีก
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของเทศบาลนครอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเพิ่มความถี่ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และรปภ.เข้ามาตรวจตราในสวนสาธารณะ ขณะเดียวกันกลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาทำกิจกรรมรวมกลุ่มกลับบ้านเร็วขึ้นตามเวลาปิด 22.00 น.เพื่อความปลอดภัย ส่วนภาคประชาชนที่จับตาการทำงานของเทศบาลส่งข้อเสนอให้ติดตั้งไฟส่องสว่างในจุดลับตาเพิ่ม ขยายเวลาเปิดไฟภายในสวนสาธารณะจากเดิม 21.30 น.เป็น 24.00 น. ตัดแต่งไม้พุ่มเตี้ย มุมอับสายตา เพิ่มกล้องวงจรปิด มีป้อมตรวจได้มาตรฐาน มีจุดปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉินกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ในสวนสาธารณะ จัดชุดรปภ.ที่มีรถติดไฟเพื่อสะดวกในการลาดตระเวนขณะมีประชาชนใช้บริการ ป้องกันไม่ให้คนร้ายมาก่อเหตุแบบนี้ได้อีก
วันเดียวกัน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซ บุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าวว่า พฤติกรรมอุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ต้องฟ้องศาลดำเนินคดีให้หนัก อัยการจะบรรยายคำฟ้องถึงประวัติเก่า ติดคุกมากี่ครั้ง พ้นโทษมาแล้วมาก่อเหตุคดีนี้อีก อุกอาจทำร้ายข่มขืนผู้หญิงกลางเมืองอุบลราชธานี ตามกฎหมายมีเหตุเพิ่มโทษ บวกโทษ
งานโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดประสานนางศิริพร สังวรณ์ อัยการจังหวัดอุบลราชธานี ขอให้ตรวจสอบประวัติคนร้าย บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษสถานหนักเพราะพฤติกรรมไม่เข็ดหลาบ ติดคุกแล้วยังออกมาก่อคดีทำร้ายข่มขืนผู้หญิงอีกหลายคดี บังอาจกระทำความผิดในที่สาธารณะกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ที่ประชาชนควรจะต้องได้รับความปลอดภัยที่สุด ทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยแม้อาศัยอยู่กลางเมือง
จากข่าวเมื่อ 28 พ.ย. กรณีคนร้ายเลวโดยสันดาน ติดคุกมาแล้ว 4 ครั้งยังออกก่อเหตุต่อเนื่อง โดยภาพวงจรปิดได้จับภาพคนร้ายก่อเหตุทำร้ายร่างกายสาววัย 18 ปี ด้วยการเตะก้านคอจนสลบที่บริเวณทางเข้าทุ่งศรีเมือง หน้าศาลแขวงอุบลราชธานี อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ก่อนลากเข้าไปขืนใจ ตามข่าวที่เสนอไปก่อนหน้านี้
“พบเหยื่ออีกราย “เดนคุก” เตะก้านคอสาวลากไปชำเรา ล่าสุดพบเหยื่ออีกรายเป็นสาวไทใหญ่ถูกมอมเหล้า นำตัวกักขังใน ห้องเช่าลงมือขืนใจข้ามวัน เปิดประวัติเลวโดยสันดาน ติดคุกมาแล้ว 4 รอบ ล่าสุดเดือนเดียวก่อเหตุ 6 คดี”
เป็นหน้าที่อัยการต้องหาทางลงโทษสถานหนักตามพฤติการณ์ของคนร้ายและมาตรการต่างๆ ตามกฎหมายต่อไป