ชงจับรตอ.หญิง คุ้ยเส้นทางเงิน

สั่งให้ 118 นักเรียนนายสิบพ้นสภาพ พบหลักฐานเชื่อมโยงทุจริตสอบ ศฝร.ภาค 9 ต้นปี 2565 ผู้ช่วยผบ.ตร.หัวหน้าทีมสอบชี้ไม่เกี่ยวการสอบช่วงพ.ย.ปลายปี พบทำเป็นขบวนการ เผยกลโกงแก๊งนายหน้ารับรายชื่อผู้เข้าสอบจากเจ้าหน้าที่ ติดต่อผู้เข้าสอบฐานะดีเรียกรับเงินค่าวิ่งเต้น 2-5 แสนบาท อ้างค่าซื้อคำเฉลยข้อสอบ พบหลักฐานเงินในบัญชี ร.ต.อ.หญิง รับโอนเงินจากกลุ่มผู้รับเงิน ผู้เข้าสอบหมุนเวียนกว่า 30 ล้าน ส่วนนายตำรวจระดับ พ.ต.ท. อยู่ระหว่างหาจุดเชื่อมโยง รอภาค 9 แจ้งความ แล้วเดินหน้าขอศาลออกหมายจับ

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 กล่าวชี้แจงกรณีข่าวการทุจริตการสอบเข้ารับราชการเพื่อเข้าไปเป็นตำรวจระดับนายสิบของศูนย์บังคับการฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค 9 (ศฝร.ภ.9) ว่า เรื่องทุจริตการสอบเป็นการสอบเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2565 ส่วนการสอบครั้งล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย. และประกาศผลเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2565 ไม่เกี่ยวกับการทุจริตที่เป็นข่าว

“การทุจริตการสอบเมื่อวันที่ 27 มี.ค. หลังจากมีผู้จ่ายเงินให้นายหน้าเพื่อซื้อข้อสอบ และกลุ่มผู้จ่ายเงินที่สอบไม่ได้ เข้าแจ้งความที่ สภ.เมือง จ.สงขลา มีการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงทั้งภาค 9 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนได้ข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง โดยรวบรวมหลักฐาน สอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นผู้จ่ายเงิน ผู้รับเงิน เจ้าหน้าที่ของศูนย์บังคับการฝึกอบรม และเจ้าหน้าที่หน่วยคุมสอบทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต” ผบช.ภ.9 กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่ามีการสั่งให้ผู้เข้าสอบทั้งหมดที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่าทุจริต 118 คน พ้นจากการเป็นนักเรียนนายสิบแล้ว ส่วนการสอบนายสิบซึ่งประกาศผลเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ยังไม่มีการร้องเรียนว่ามีการทุจริตในการสอบ เพราะสั่งให้เข้มงวด เนื่องจากผลการสอบเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งมีการทุจริตพบว่าทำเป็นขบวนการ ทั้งโรงเรียนกวดวิชา กลุ่มนายหน้า และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง

หนึ่งในกรรมการชุดสืบสวนเผยว่า การสอบเข้ารับราชการตำรวจระดับนายสิบทุกครั้งจะมีแก๊งนายหน้าติดต่อผู้เข้าสอบ โดยนำบัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบจากเจ้าหน้าที่ใน ศฝร.ภ.9 และติดต่อผู้สอบที่มีฐานะดี เสนอการช่วยให้สอบได้ด้วยการเรียกรับเงินค่าวิ่งเต้น อ้างว่าเป็นการซื้อคำเฉลยข้อสอบ ตั้งแต่ 2-5 แสนบาทต่อราย เหตุที่ไม่ปรากฏเป็นข่าวเพราะ ผู้จ่ายเงินไม่ออกมาเปิดเผยเหมือนครั้งนี้ที่จ่ายเงินแล้วสอบไม่ได้ จึงแจ้งความ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าผู้เข้าสอบนายสิบได้รับการติดต่อจากกลุ่มนายหน้าซึ่งขณะนี้มีหลายคนที่ถูกเรียกมาสอบสวนและรับสารภาพแล้ว เช่น นายณิชธรรมรงค์ และน.ส.รุ่งทิพย์(ขอสงวนนามสกุล) ว่ารับเงินจากผู้เข้าสอบจริง และเจ้าหน้าที่มีหลักฐานการโอนเงินจากผู้เข้าสอบเข้าบัญชีของคนทั้งสอง เป็นพยานวัตถุที่มีน้ำหนักในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้เกี่ยวข้องรายอื่นที่อยู่ในขบวนการเดียวกันอีก 3 คน มีหลักฐานการติดต่อผู้เข้าสอบเพื่อเรียกรับเงินซึ่งเชื่อมโยงกันทั้งหมด ขณะนี้รอเพียงให้ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค 9 ซึ่งเป็นเจ้าทุกข์แจ้งความดำเนินคดี จะขอให้ศาลออกหมายจับได้ทั้งหมด

แหล่งข่าวเผยต่อว่าในการสอบสวน เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องของศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งมีหน้าที่รับกล่องข้อสอบจากส่วนกลาง ดูแลรักษา และควบคุมการสอบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ประจำสนามสอบที่พบการทุจริต ได้เรียกมาสอบสวนหมดทุกนาย พบหลักฐานเชื่อมโยงการทุจริตคือเงินในบัญชี ร.ต.อ.หญิงคนหนึ่ง รับโอนเงินจากกลุ่มผู้รับเงินจากผู้เข้าสอบ โดยให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้วถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้รับเรียกเงินจากผู้เข้าสอบ ซึ่งหนีไม่พ้นความผิดในการร่วมกันทุจริต ส่วนนายตำรวจระดับ พ.ต.ท.อยู่ระหว่างหาจุดเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ทำผิด กลุ่มแรกที่มีหลักฐานเอาผิดชัดเจน

รายงานข่าวหลักฐานการสอบสวนพบว่ากลุ่มผู้รับเรียกเงินเพื่อขายใบเฉลยข้อสอบครั้งนี้มีการโอนเงินระหว่างผู้เข้าสอบกับผู้รับเรียกเงินตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2564 เช่น นายธวัชชัย (ขอสงวนนามสกุล) ผู้เข้าสอบ โดยเงินเข้าบัญชีผู้รับเรียกเงินเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายฮานาฟ (ขอสงวนนามสกุล) โอนเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายชิดดีกัน (ขอสงวนนามสกุล) โอนเมื่อ 9 ธ.ค. เข้าบัญชี น.ส.รุ่งทิพย์ทั้งหมด

สอบเข้าตร. – พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ยอมรับมีช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตสอบคัดเลือกนายสิบตำรวจในพื้นที่บช.ภาค 9 การสอบสวนเอาผิดผู้เกี่ยวข้องคืบหน้าจนใกล้จะออกหมายจับแล้ว เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.

วันเดียวกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรีผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการทุจริตสอบคัดเลือกนายสิบตำรวจในพื้นที่ บช.ภ.9 เมื่อเดือนมี.ค.2565 ซึ่งเจ้าหน้าที่พบผู้เข้าสอบนำโพยคำตอบเข้าไปในห้องสอบ 1 คนว่า หลังการสืบสวนขยายผลพบผู้กระทำผิดรวม 73 คน ขณะนี้ตัดสิทธิ์การเข้าเป็นนายสิบตำรวจแล้ว ส่วนที่เหลือไม่พบความผิดให้เข้ารับราชการตามปกติ ส่วนจะมีตำรวจ และร.ต.อ.หญิงที่พบเงินหมุนเวียนกว่า 30 ล้านบาท รวมทั้งบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ ขณะนี้ได้รับรายงานจากภูธรภาค 9 แล้ว ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน ภายในสัปดาห์นี้จะชี้แจงได้

พล.ต.ท.นิรันดรกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องร้องเรียนการทุจริตสอบนายสิบตำรวจฝ่ายอำนวยการ ในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ที่มีการเผยแพร่คำถามและคำตอบข้อสอบในครั้งนี้ซึ่งมีผู้เข้าสอบกว่า 2 แสนคน ขณะนี้สอบผ่านการคัดเลือกแล้ว 1,160 คน อยู่ระหว่างรอสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายที่จะรับเหลือ 725 คน กรณีที่พบชื่อและนามสกุลผู้เข้าสอบซ้ำกัน 2 คน ตรวจสอบพบว่าเลขประจำตัวประชาชนทั้งสองคนไม่ตรงกัน แต่ชื่อนามสกุลเดียวกัน จึงเข้าสอบได้ ยืนยันว่าหาก เลขประจำตัวประชาชนตรงกันจะไม่สามารถสมัครในเว็บไซต์ได้

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยัง ไม่ยืนยันว่าเป็นการทุจริตสอบ เบื้องต้นคำถามและคำตอบที่นำมาเผยแพร่ตรงกับข้อสอบจริง แต่คาดว่าจำคำถามมาแล้วพิมพ์ใหม่ ต้องนำไปตรวจสอบความชัดเจนทั้งหมดว่าทุจริตหรือไม่ ส่วนแผนประทุษกรรมจะเหมือนหรือเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 หรือไม่นั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ กระบวนการออกข้อสอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรัดกุมมาก ตั้งแต่การเรียกคณะกรรมการออกข้อสอบมาเก็บตัว ไม่ให้ใช้เครื่องมือสื่อสาร ให้ออกข้อสอบคนละอย่างน้อย 10 ข้อ โดยมีคณะกรรมการเลือกข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 ชุด จากนั้นส่งเข้าโรงพิมพ์ มีคณะกรรมการจัดส่งข้อสอบไปยังสนามสอบโดยมีคณะกรรมการกลางดูแลการจัดส่งไปแต่ละสนามสอบ และต้องตรวจสอบการบรรจุข้อสอบก่อนเปิดใช้ทุกครั้ง ขั้นตอนดังกล่าวมีคณะกรรมการหลายฝ่ายและหลายชุดทำให้ยากต่อการทุจริต

“ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายชุดกีฬาเข้าสอบ และห้ามนำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเข้าห้องสอบ การทุจริตนั้นยอมรับว่าอาจมีช่องโหว่ทำให้ลักลอบนำกระดาษคำตอบเข้าไป เนื่องจากมีผู้เข้าสอบจำนวนมาก คณะกรรมการจะนำไปพิจารณาแก้ไขในอนาคต รวมทั้งดำเนินการกับตำรวจที่เข้าไปร่วมทุจริตทั้งทางวินัยและอาญา ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน