โกงสอบนายสิบโยงรร.กวดวิชายังไม่ขยับสำรอง – จำหน่ายผู้ที่เข้าข่ายทุจริตการสอบไปแล้ว 118 คน ผบช. ภาค 9 เผยยังไม่ขยับสำรอง ที่สอบติดนักเรียนนายสิบตำรวจต้องรอผลสอบสวนให้ชัดเจนก่อน ชุดสืบสวนนเผยทำเป็นขบวนการและแนบเนียน เพราะจ่ายเงินแล้วสอบผ่าน ทุกคน แม้แค่คนที่ได้เกรดเฉลี่ยแค่ 1.5 รองผบช.ศึกษาเผยางส่วนสารภาพเกี่ยวข้องกับโกงข้อสอบและให้การเป็นประโยชน์
ความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบเข้ารับราชการตำรวจระดับนายสิบ บช.ภ.9 9 เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9. เปิดเผยว่าหลังจำหน่ายนักเรียนที่ทุจริต 118 คนให้พ้นสภาพไปแล้ว ขณะนี้ยังไม่สามารถเลื่อนผู้ที่มีบัญชีรายชื่อสำรองเพื่อเข้าเป็นนักเรียนนายสิบได้ เพราะจะต้องรอผลการสอบสวนดำเนินคดีการทุจริตในการสอบครั้งนี้ให้จบก่อน โดยเรื่องนี้มีระเบียบของกฎหมายอยู่แล้ว
พล.ต.ท.นันทเดชกล่าวว่า ผลการสอบสวนเพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด มีความสมบูรณ์ที่จะเอาผิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้รอขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานทั้งหมด หลังจากนั้นศูนย์ฝึกอบรมตำรวจ ภาค 9 จะได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี เพื่อเอาผิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จากหลักฐานพยานที่มีอยู่ในขณะนี้ มีนายตำรวจที่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาเพียงคนเดียว โดยไม่มีนายตำรวจระดับสูงเข้าไปมีส่วนการทุจริตแต่อย่างใด
ผบช.ภ.9 กล่าวต่อว่า การสอบตำรวจ นายสิบสายอำนวยการ ที่จัดสอบเมื่อวันที่ 27 พ.ย. และประกาศผลไปเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ขณะนี้ได้รับการร้องเรียน และได้รับเบาะแสว่าอาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งได้สั่งการให้ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร 9 และหน่วยที่เกี่ยวข้อง สืบสวนสอบสวนเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการทุจริตจริงหรือไม่
เจ้าหน้าที่ในชุดสืบสวนข้อเท็จจริงของ การทุจริตการสอบนายสิบตำรวจรุ่นที่ 2 ที่จำหน่ายผู้สอบได้ถึง 118 คน เปิดเผยว่า ต้นเหตุของการจับได้ว่ามีการทุจริตมาจาก เจ้าหน้าที่ควบคุมการสอบ ยึดโพยคำตอบข้อสอบได้จากนายจิรภพ จันทร์เทพ ผู้สมัครเข้าสอบที่หน่วยสอบ ร.ร.นวมินทราชูทิศทักษิณ อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งได้นำส่ง พ.ต.ท.อเสก สีเขียวแก้ว สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สงขลา จนได้ข้อเท็จจริง
เจ้าหน้าที่กล่าวต่อว่าการขายข้อสอบที่เกิดขึ้น ทำกันเป็นขบวนการและแบบเนียน เพราะผู้ที่จ่ายเงินแล้วทุกคนสอบผ่านข้อเขียน ผลสอบสวนพบว่า แม้แต่คนที่มีประวัติการเรียนได้เกรดเฉลี่ย 1.5 ยังทำข้อสอบได้ ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยที่ควรจะเป็น ข้อสงสัยเหล่านี้ที่เป็นต้นเหตุให้สืบสวนสอบสวนจนพบการทุจริตที่ทำเป็นกลุ่มอย่างน้อย 3 กลุ่ม จนต้องจำหน่ายผู้ที่อยู่ในข่ายทุจริตการสอบครั้งนี้
ด้านนายตำรวจในชุดสอบสวนนายหนึ่งเปิดเผยว่า การเฉลยข้อสอบเป็นการส่งผ่านระบบไอพีแอดเดรส ซึ่งมีอยู่ 19 กลุ่ม มี ผู้เข้าสอบใน 19 กลุ่ม 365 คน แต่ไม่ได้ซื้อผลเฉลยข้อสอบทั้งหมดทุกกลุ่มหรือทุกคน และจากการให้ปากคำของ นายจิรภัทร ผู้เข้าสอบที่ถูกจับได้ พร้อมโพยเฉลยข้อสอบ พบว่าเป็นการปรินต์กระดาษคำตอบจากเครื่องปรินเตอร์ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของนายจิรภัทรที่ไปพบกับทีมผู้ขายข้อสอบที่อานนท์รีสอร์ต เพื่อบอกวิธีการของการปรินต์ข้อสอบจากเครื่อง ในเบื้องต้นพบว่ามีการเชื่อมโยงกับโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง
นายตำรวจคนดังกล่าวเปิดเผยต่อว่าจากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการรักษาข้อสอบ ก่อนที่จะกระจายข้อสอบจากศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภาค 9 ไปยังสนามสอบย่อย เช่น พ.ต.อ.วีรชัย โพธ์ปักษา รอง ผกก.กส., พ.ต.อ.หญิง เฉลียว ผิวแดง ผกก.ศฝร.ภ.9 และเจ้าหน้าที่ระดับรองลงมาอีก 4 นาย ไม่พบว่าบกพร่องหรือทุจริตในการสอบ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวน เชื่อว่า การทุจริตเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.สงขลา เพราะขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอยู่ที่นั่น และบางคนเป็นข้าราชการอยู่ในพื้นที่ จ.ตรัง
วันเดียวกัน ที่อาคารนอร์ทวิงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โสมาภา รองผู้บัญชาการศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้มารายงานตัว 580 ราย ไม่มารายงานตัว 10 ราย สำหรับ วันนี้ภาคเช้าไม่มารายงานตัว 12 รายส่วนจำนวนผู้สละสิทธิ์อยู่ในระหว่างสอบสวนข้อมูล มีบางส่วนจำนวนหลายรายยังระบุจำนวนไม่ได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการ พูดคุยเนื่องจากเพิ่งเริ่มกระบวนการ จำนวนที่แยกออกไปหลายรายยังอยู่ในระหว่างการ พูดคุยส่วนใหญ่ ต้องยอมรับว่ากระบวนการทุจริตส่วนใหญ่คงทราบกันแล้วว่ามีการทุจริตจริงแน่นอน
เพราะผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจ แห่งชาติเองออกมายอมรับมันมีกระบวนการขึ้นมา ต้องจัดการในเรื่องกระบวนการทุจริตเหล่านี้ คนที่สละสิทธิ์นี้ส่วนใหญ่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพราะว่าสละสิทธิ์เนื่องจากไปเกี่ยวพันกับเรื่องการทุจริตจำนวนหลายรายอยู่ ภาคเช้าที่เข้าไปสอบห้องแยกมีน้ำหนักที่น่าเชื่อถือเยอะจำนวน 13 ราย การสืบสวนของทางทีมงานของคณะกรรมการสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กำลังสืบสวนกันอยู่
“ทีมงานในฐานะโฆษกของกองบัญชาการศึกษาต้องมองว่ากระบวนการพวกนี้ก็ต้องไปหาว่าใครเป็นผู้ร่วมขบวนการในส่วนของทีมสืบสวนภายในกองบัญชาการศึกษาเองจะทำความจริงให้ปรากฏว่าตกลงแล้วกระบวนการทุจริตนี้เกิดขึ้น ณ ขั้นตอนตรงไหน มีใครเกี่ยวข้องบ้าง ต้องขยายผลไปหามีใครเกี่ยวข้องบ้าง หรือผู้ร่วมขบวนการ แต่ข้อมูลส่วนใหญ่สอดคล้องกันเป็นประโยชน์ในแนวทางที่ไปหาตัวผู้กระทำความผิด ผู้บังคับบัญชาไม่ได้มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะขั้นตอนหรือหลักการในการปฏิบัติการทำงานมีอยู่แล้ว เนื่องจากโครงการนี้มันเกี่ยวพัน ไปจากที่ทางทีมงานเข้าสืบสวนอยู่” พล.ต.ต. ญาณพงศ์ กล่าว