เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่สน.หลักสอง พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รองผบก.น.9 พ.ต.ท.จตุรพล สุวรรณจักษ์ สว. (สอบสวน) สน.หลักสอง ควบคุมตัวนายพีรสิน หรือพี กุลชุติสิน อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ยิงใส่นายคมสัน หรือม่อน อินทร์ฤทธิ์ อายุ 32 ปี คู่กรณีจนเสียชีวิต และนายอนุสร วิชาธร อายุ 33 ปี ทนายความได้รับบาดเจ็บบนสอบสวน สน.หลักสอง ในระหว่างเจรจาชดใช้ค่าเสียหายคดีทำร้ายร่างกายจากอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน ไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี

ต่อมาศาลพิจารณาแล้วอนุญาตฝากขัง จากนั้นญาตินายพีรสิน ผู้ต้องหา ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พร้อมยินยอมให้สวมใส่กำไลอิเล็กทรอนิกส์ แต่ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะเป็นการกระทำอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับพนักงานสอบสวน ผู้ร้อง และภรรยาผู้ตายคัดค้าน หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จึงให้ยกคำร้อง

รับศพ – น.ส.ปภาดา นิสสัยสุข อายุ 32 ปี และญาติรับศพนายคมสัน อินทร์ฤทธิ์ อายุ 32 ปี สามีที่ถูกคู่กรณีรัวยิงเสียชีวิตบนโรงพัก ขณะเจรจาชดใช้ค่าเสียหายคดีทำร้ายร่างกายและอุบัติเหตุ ท่ามกลางความเศร้าสลด ที่นิติเวช ร.พ.ศิริราช กทม. เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.

ขณะเดียวกัน ที่นิติเวช ร.พ.ศิริราช นางนุชนารถ พุทธคุณ อายุ 58 ปี แม่ผู้เสียชีวิต และน.ส.ปภาดา นิสสัยสุข อายุ 32 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เดินทางมารับศพนายคมสัน โดยน.ส.ปภาดากล่าวว่าเหตุการณ์รุนแรงเกินไป จากเหตุทะเลาะวิวาทกลายมาเป็นเหตุยิงกันตาย แถมไม่ได้ยิงนัดเดียว แต่ยิงจนหมดแม็กในพื้นที่บนโรงพักสถานีตำรวจเป็นที่พึ่งพาของประชาชน แต่กลับถูกยิงตายบนโรงพัก ถ้าหากตอนนั้นตำรวจระงับเหตุอย่างทันท่วงที สามีคงไม่ตาย หลังจากนี้อาจจะดำเนินคดีตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาเกิดเหตุด้วย เนื่องจากมองว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน