กมธ.สภาเรียกสอบพร้อมผบ.ทร. ระดมค้นหาต่อเนื่อง23ผู้สูญหาย ญาติจุดธูปไหว้-ยังหวังปาฏิหาริย์ ยืนยันอัตลักษณ์ 6 ศพ-อยู่รพ.18
ผลพิสูจน์อัตลักษณ์เหยื่อเรือสุโขทัยล่มยืนยันแล้วเสียชีวิต 6 ศพ เตรียมนำไปประกอบพิธีศพที่สัตหีบวันนี้ ปูนบำเหน็จผู้เสียชีวิต 5 ชั้นยศ พร้อมเงินอีก 1-2 ล้าน แล้วแต่สิทธิ์ของแต่ละคน ‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯ รับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ทร.ระดมค้นหาทหารเรือ 23 นายที่ยังสูญหาย โต้ข่าวพบ 1 ศพลอยคอในทะเล 60 ชั่วโมง พร้อมส่งยานซีฟ็อกซ์สำรวจเรือสุโขทัยเพื่อนำมาวางแผนกู้เรือ ผบ.กองเรือแจงข่าวเรือส่งซ่อม แต่ยังนำออกทะเล สรุปยังสูญหาย 23 บาดเจ็บนอนร.พ.18 ราย กลับบ้านได้แล้ว 58 ราย ขณะที่ญาติพี่น้องจุดธูปไหว้หวังปาฏิหาริย์ขอให้ทุกคนปลอดภัย ฝ่ายค้านจี้ ‘บิ๊กตู่’ รับผิดชอบ ลาออกจากเก้าอี้รมว.กลาโหม ส่วนกมธ.สภาเตรียมเรียกนายกฯ-ผบ.ทร.มาชี้แจง
ทร.ส่ง‘ซีฟ็อกซ์’ดำสำรวจเรือสุโขทัย
จากกรณีเรือหลวง (ร.ล.) สุโขทัยประสบอุบัติเหตุอับปาง ขณะกำลังลาดตระเวนอยู่บริเวณแบริ่ง 090 ระยะ 20 ไมล์ จากท่าเรืออ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี น้ำทะเลบางส่วนไหลเข้าระบบเครื่องไฟฟ้าผ่านท่อไอเสียข้างเรือ แล้วเครื่องไฟฟ้าดับ เครื่องจักรใหญ่หยุดทำงาน เป็นเหตุให้เรือไม่สามารถควบคุมเรือได้ และน้ำเข้าภายใน ตัวเรืออย่างรวดเร็วจนทำให้เรือเอียงในเวลาต่อมา หลังเกิดเหตุพบว่ามีกำลังพลประจำเรือหายไป 30 รายจากยอดรวม 105 ราย กระทั่งล่าสุดพบกำลังพล 1 รายได้รับความช่วยเหลือจากเรือบรรทุกน้ำมัน ขณะที่มีกำลังพลเสียชีวิตรวม 6 ราย เหลือกำลังพลที่สูญหายอีก 23 ราย กองทัพเรือส่งเรือหลวงอ่างทอง และเรือนเรศวร พร้อมด้วยการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ช่วยออกตามหาตลอด 24 ช.ม. ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. สั่งการไปยังกองเรือทุ่นระเบิดให้เตรียมยานสำรวจใต้น้ำ เพื่อบันทึกภาพใต้น้ำบริเวณที่ร.ล.สุโขทัยอับปาง และเตรียมเป็นข้อมูลใช้ในการประเมินกู้เรือ โดยวันนี้ ร.ล.บางระจัน 631 ซึ่งเป็นเรือล่าทำลายทุ่นระเบิดออกเดินทางจากกองเรือทุ่นระเบิด จ.สมุทรปราการ ไปยังจุดที่เรืออับปาง จะถึงที่หมายในช่วงเช้าวันที่ 22 ธ.ค. ซึ่งกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ระบุว่าคลื่นลมบริเวณอ.บางสะพาน ลดระดับลงจากระดับ 3-4 มาอยู่ที่ระดับ 2-3 แต่ต้องดูหน้างานว่าจะสามารถปฏิบัติการได้หรือไม่ โดยกองทัพเรือจะใช้ยานสำรวจใต้น้ำ ซี ฟ็อกซ์ (Sea Fox) ดำลงไปถ่ายภาพใต้น้ำ ดูลักษณะการวางตัวของร.ล.สุโขทัยว่าอยู่ในลักษณะใด เพื่อนำมาใช้วางแผนกู้เรือและดูรายละเอียดเรือส่วนต่างๆ ส่วนการกู้เรือก็จำเป็นให้ภาคเอกชนในประเทศไทยเข้ามาร่วม แม้กองทัพจะมีเครื่องมือ แต่ไม่ทันสมัยเท่ากับของภาคเอกชนที่มีเครื่องมือพร้อมกว่า
นำร่าง 5 ทหารกล้าขึ้นฝั่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.49 น. วันที่ 20 ธ.ค. ที่ท่าเรือน้ำลึกอำเภอบางสะพาน เฮลิคอปเตอร์นำร่างทหารกล้าที่เสียชีวิตจาก เหตุร.ล.สุโขทัยอับปางกลางทะเล จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย ร.ท.สามารถ แก้วผลึก, พ.จ.อ.อัชชา แก้วสุพรรณ์, พ.จ.อ.อำนาจ พิมที, จ.อ.จักร์พงศ์ พูลผล และพลฯ อัครเดช โพธิ์บัติ จากเรือหลวงนเรศวร ขึ้นฝั่งที่ท่าเรือบางสะพาน โดยมีเครือญาติผู้เสียชีวิต ตลอดจนผู้สูญหายที่ยังไม่พบตัวมารอเฝ้าดูด้วยความหวังและรอคอยปาฏิหาริย์
จากนั้นรถกู้ภัยทั้งหมดลำเลียงร่างไปยังมูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล
สำหรับช่วงเช้านี้จัดแบ่งเรือในการค้นหาทั้งหมด ประกอบด้วยเรือหลวง 4 ลำ ได้แก่ เรือหลวงกระบุรี เรือหลวงภูมิพล เรือหลวงอ่างทอง และเรือหลวงนเรศวร มีเฮลิคอปเตอร์ค้นหาอีก 2 ลำ และอากาศยานไร้คนขับ (UAN) อีก 1 ลำ เพื่อค้นหาในทะเลทางด้านลึก
นอกจากนั้นยังมีเรือตำรวจน้ำ เรือกรม เจ้าท่า เรือกรมอุทยานแห่งชาติฯ เรือกรมประมง และเรือทช. อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนเรือประมงจากจ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร และใกล้เคียงเพื่อร่วมภารกิจค้นหาบริเวณชายฝั่ง
ทร.ยันแค่ลือพบผู้รอดชีวิตเพิ่ม
เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ร.ท.พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวในโลกออนไลน์ว่าพบผู้ประสบภัยจากเรือหลวงสุโขทัย ตามเกาะหรือพิกัดต่างๆ ทั้งที่ยังมีชีวิตและเสียชีวิต โดยเฉพาะมีผู้รอดชีวิต 1 คนลอยคออยู่ในทะเลนาน 60 ชั่วโมงนั้นว่า เบื้องต้นยืนยันว่า เมื่อมีข่าวปรากฏ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้ว ยังไม่มีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ
ทั้งนี้ยืนยันว่าข่าวก่อนหน้านี้ยังเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ยืนยันตัวเลขผู้สูญหายเท่าเดิม คือค้นหา 23 ราย ผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว 6 ราย
โต้ข่าวเรือสุโขทัยซ่อมไม่เสร็จ
ส่วนมีรายงานว่าก่อนที่เรือหลวงสุโขทัยจะออกเรือก่อนเกิดเหตุอับปาง พบว่ามีใบส่งซ่อมตัวเครื่อง แต่กลับได้รับอนุญาตให้นำเรือออกทะเลได้ พล.ร.ท.พิชัยกล่าวชี้แจงว่า การแจ้งซ่อมเรือนั้นจะมีหน่วยตรวจสอบรายละเอียดการซ่อมการบำรุงรักษา ซึ่งการซ่อมนั้นจะเป็นรายละเอียดเล็กน้อย เช่น ตู้เย็นเสีย อุปกรณ์อื่นๆ ในเรือเสีย ไม่ใช่เครื่องยนต์ และอุปกรณ์หลักในการเดินเรือ และกรณีนี้ยังไม่ทราบว่ามีใบแจ้งซ่อม แต่เป็นคนอนุญาตให้เดินเรือได้ เพราะสภาพเครื่องยนต์พร้อมในการออกทะเล เรือทุกลำที่ออกทะเลได้ต้องผ่านการอนุญาตจากตน ส่วนรายละเอียดทั้งหมดจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอีกครั้ง
เมื่อถามถึงการที่ลูกเรือลอยคออยู่ในทะเลเกิน 48 ชั่วโมง จะส่งผลต่อความปลอดภัยหรือไม่ พล.ร.ท.พิชัย กล่าวว่า ส่วนตัวคงไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากร่างกายและการฝึกฝนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ยกกรณีที่สึนามิ เป็นเด็กเกาะขอนไม้ได้ถึง 7 วัน และกินน้ำทะเลประทังชีวิต ยังรอดชีวิตได้
สำหรับประเด็นกำลังพลที่ขึ้นเรือหลวงสุโขทัยไปนั้น ว่ายน้ำเป็นหรือไม่ ยืนยันว่าส่วนใหญ่จะว่ายน้ำเป็นทั้งหมด ยกเว้นพลทหาร แต่ชื่อว่าการฝึกนั้นต้องมีการฝึกช่วยเหลือตัวเองกลางทะเลด้วย ก่อนจะส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ โดยจะเร่งเดินหน้าค้นหาไปจนกว่าจะพบร่างสุดท้าย เพราะทุกคนคือครอบครัวทหารเรือ
ยังไม่พบ‘ต้นเรือพลับ’
ด้านพล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ตัวเลขของผู้สูญหายยังอยู่ที่ 23 นาย ส่วนกระแสข่าวที่ว่าเจ้าหน้าที่รับแจ้งพบผู้รอดชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย หลังลอยคอนานกว่า 60 ช.ม.นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แต่ทั้งนี้ทางกองทัพเรือได้รับการประสานจากเรือประมงว่าพบศพลอยอยู่กลางทะเล 1 ราย แต่รัศมีที่พบนั้นอยู่นอกพื้นนอกค้นหา และมีระยะไกลเกินไป ดังนั้นจึงต้องนำร่างมาพิสูจน์อัตลักษณ์ก่อนว่าเป็นกำลังพลของเรือหลวงสุโขทัยหรือไม่ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังไปตรวจสอบ เนื่องจากผ่านไปหลายวัน กระบวนการการพิสูจน์ อัตลักษณ์ค่อนข้างที่จะยากขึ้น
พล.ร.อ.ปกครองยังกล่าวถึงกระแสข่าวว่าพบน.ต.พลรัตน์ สิโรดม หรือต้นเรือพลับ ตำแหน่งต้นเรือหลวงสุโขทัยแล้วนั้นว่า ณ ขณะนี้ยังไม่พบน.ต.พลรัตน์
ทรงรับไว้ในพระราชานุเคราะห์
ด้านพล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เปิดเผยถึงแนวทางการลำเลียงผู้เสียชีวิตทั้ง 6 รายจากเหตุเรือหลวงสุโขทัยล่มว่า สำหรับศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพล เรือหลวงสุโขทัย ณ สโมสรสัญญาบัตร กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีหน้าที่ดูแลญาติผู้เสียชีวิตและสูญหาย ซึ่งขณะนี้ติดตามเฝ้าดูรายชื่อผู้สูญหายว่าอยู่ที่ไหน มีใครพบเจอหรือยัง หากท่านใดที่มีข่าวร้าย ทางศูนย์แห่งนี้จะดูแลตั้งแต่ทายาทจากทางสัตหีบนำขึ้นเครื่องบินเพื่อไปพิสูจน์อัตลัษณ์ที่บางสะพาน ทั้งนี้เมื่อพิสูจน์ อัตลักษณ์ทราบว่าเป็นใคร จึงจะเริ่มกระบวนการนำศพกลับมาที่สัตหีบ ซึ่งคนป่วยทุกราย รวมถึงศพทุกศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ทั้งทางทร.จะดำเนินตาม ขั้นตอนเพื่อให้สมเกียรติ ทั้งการตั้งขบวน กองเกียรติยศในการรับศพ
“ขณะนี้เตรียมการดูแลญาติและครอบครัวอย่างสุดกำลัง โดยศพจะมีการเคลื่อนย้ายมาที่สนามบินอู่ตะเภา และจะนำเข้าฌาปนสถานกองทัพเรือ ซึ่งจะมีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และประกอบพิธีหลวงอย่างน้อย 1 คืน หากศพรายใดเป็นคนต่างจังหวัด ทางกองทัพเรือก็จะลำเลียงศพเพื่อไปประกอบพิธีที่ต่างจังหวัด ซึ่งกองทัพเรือจะดูแลจนกว่าจะมีพิธีฌาปนกิจ โดยทุกขั้นตอนต่อจากนี้ ทางกองทัพเรือจะดำเนินการอย่างสมเกียรติสมดั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยและเมตตา” พล.ร.อ.อะดุงกล่าว
เผยขั้นตอนพิธีศพ
พล.ร.อ.อะดุงกล่าวต่อว่า ภายในศูนย์แห่งนี้ได้จัดตั้งจุดวันสต๊อปเซอร์วิส ในการอำนวยความสะดวกให้กับญาติผู้เสียชีวิต ทั้งการประสานเรื่องของเงินประกันชีวิตและเงินฌาปนกิจ รวมถึงเงินที่กองทัพเรือจะได้มอบให้ ซึ่งจะมีการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยแห่งนี้ ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางกองทัพเรือเสียใจอย่างสุดซึ้งกับความเสียหายและการเสียชีวิตในครั้งนี้ แต่กาลเวลาไม่สามารถย้อนไปได้ ตัวเองก็จะขอทำข้างหน้าให้ดีที่สุด
“จากนี้จะนำญาติผู้เสียชีวิตบางรายไปพิสูจน์อัตลักษณ์ เพื่อให้ญาติยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตก่อนจะลำเลียงมายังสนามบินอู่ตะเภา เพื่อนำมาประกอบพิธีการทางศาสนา โดยญาติผู้เสียชีวิตจะเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพเรือ โดยจะใช้เวลาเดินทางจากสัตหีบไปบางสะพาน 1 ชั่วโมง 10 นาที หากมีการพิสูจน์อัตลักษณ์เสร็จ ก็จะนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมา หากพิสูจน์อัตลักษณ์เสร็จพร้อมกันทั้ง 6 ศพ ก็ลำเลียงมาด้วยเครื่องบินซี 130 ของกองทัพอากศ แต่หากการพิสูจน์อัตลักษณ์เสร็จไม่พร้อมกัน ก็จะใช้เครื่องบินลำเล็กในการลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตกลับมาที่สัตหีบ ขณะนี้ยังไม่มีการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตแม้แต่รายเดียว อยู่ระหว่างการเดินทางของญาติ ทั้งเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวและเดินทางโดยเครื่องบินของกองทัพเรือที่จัดเตรียมไว้ให้” พล.ร.อ.อะดุงกล่าว

ยังมีหวัง – ญาติ กำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่สูญหาย จุดธูปไหว้ขอพรเสด็จเตี่ยช่วยให้ลูกหลานปลอดภัย ที่ศูนย์ประสาน งานช่วยเหลือ สโมสรสัญญาบัตรกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.
ญาติจุดธูปไหว้-หวังปาฏิหาริย์
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย ที่สโมสรสัญญาบัตรกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีญาติของกำลังพลที่สูญหายจำนวนหลายสิบคนเดินทางมารอฟังความคืบหน้าการค้นหา ส่วนใหญ่มีความหวังรอฟังข่าวว่าญาติจะมีชีวิตรอด ปลอดภัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่บางส่วนแยกตัวไปจุดธูปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรเสด็จเตี่ยให้ช่วยค้นหาญาติ และยังหวังว่าจะปลอดภัย โดยขอให้ช่วยคุ้มครองผู้ที่ยังไม่พบตัว ให้รอดปลอดภัยจากเหตุการณ์ครั้งนี้
นางแก้วมะนี พิมที ภรรยาของ พ.จ.อ.อำนาจ พิมที สังกัดสอ.รฝ. ซึ่งเสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ได้รับแจ้งจากทางกองทัพเรือตั้งแต่วานนี้ว่าพบสามีแล้ว โดยสามีเป็นหนึ่งใน 6 ของผู้เสียชีวิตที่พบร่างแล้ว ส่วนตัวแล้วได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแน่นอน จึงเดินทางมารอรับเพื่อให้สมเกียรติของลูกผู้ชายชาติทหารที่ทำงานเพื่อชาติให้ดีที่สุดจนถึงลมหายใจในวาระสุดท้ายของชีวิต
ด้านน.ส.บุญพิทักษ์ หงษ์ทอง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 หมู่ที่ 7 ต.หนองคล้า อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร พี่สาวของพลทหารสุทธิพงษ์ หงษ์ทอง หนึ่งในผู้ที่สูญหาย ยังคงเฝ้าติดตามข่าวสารและการค้นหาลูกเรือที่สูญหาย โดยเฉพาะน้องชายของตนอย่างใจ จดใจจ่อ และอยากให้น้องชายของตนกลับมาอย่างปลอดภัย
น.ส.บุญพิทักษ์กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุ ตนไม่ทราบว่ามีน้องชายอยู่บนเรือลำดังกล่าวด้วย ทราบเพียงว่าน้องชายจะต้องไปภารกิจที่จ.ชุมพร 3 วัน มารู้อีกทีว่ามีน้องชายอยู่ด้วยในช่วงบ่ายของวันจันทร์ เนื่องจากต้นสังกัดโทรศัพท์มาแจ้งตนและครอบครัวว่ายังไม่พบตัวน้องชาย ทำให้ตนรู้สึกตกใจและเป็นห่วงน้องชาย อยากให้น้องชายพร้อมทุกคนบนเรือที่สูญหายกลับมาอย่างปลอดภัย ตอนนี้ทำได้เพียงเฝ้ารอฟังข่าวอย่างเดียว อยากให้กำลังใจผู้ที่สูญหายและทีมค้นหา ให้สู้ๆ และให้ทุกคนปลอดภัย ตั้งแต่ทราบข่าว ก็มีปลัดอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บรรดาญาติและเพื่อนบ้านเดินทางมาให้กำลังใจอยู่ตลอด
ทร.สรุปสูญหาย23-นอนร.พ.18
เมื่อเวลา 19.20 น. พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือเปิดเผยว่า สำหรับการปฏิบัติการในการค้นหาและช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย ในวันนี้ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรืออากาศยานของกองทัพเรือและกองทัพอากาศ รวมถึงศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ เข้าร่วมในการค้นหา ซึ่งพื้นที่ในการปฏิบัติการโดยคำนวณจากทิศทางของกระแสน้ำและกระแสลม รวมทั้งบริเวณที่ตรวจพบและช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยล่าสุด นำมาพิจารณาพื้นที่ที่เป็นไปได้ว่ากำลังพลที่เหลือจะอยู่ตรงบริเวณดังกล่าว
โดยวันนี้มุ่งเน้นเส้นทางทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในระยะ 40 ไมล์ทะเลจากจุดเรือจมโดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 11 พื้นที่ ปัจจุบันมีเรือในพื้นที่ 3 ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงกระบุรี รับผิดชอบพื้นที่ 6 และ 7 เรือหลวงนราธิวาส รับผิดชอบพื้นที่ 9 เรือหลวงนเรศวร รับผิดชอบพื้นที่ 10 และ 11 นอกจากนั้นวันนี้กองทัพเรือส่งเรือหลวงตากสินเข้าพื้นที่ เพื่อเสริมกำลังในการค้นหา ขณะที่ ศรชล.จัดเรือตรวจการณ์ชายฝั่งเข้าร่วมในการค้นหา โดยเฉพาะในพื้นที่ตามแนวชายฝั่งพร้อมกับได้จัดกำลังเสริมประกอบด้วย UAV เพิ่มในการค้นหา ในส่วนของศรชล.ประสานไปยังสมาคมเรือสินค้าแจ้งให้เรือที่เดินทางในเส้นทางต่างๆ ช่วยตรวจสอบและให้การช่วยเหลือกำลังพลที่อาจพบในพื้นที่เดินเรือ ปัจจุบันยังไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติมแต่อย่างใด
สรุปยอดกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่ยังคงสูญหายมีดังนี้ โดยรายชื่อกำลังพลที่สูญหาย รวม 23 นาย ประกอบด้วย 1.ว่าที่นาวาตรี พลรัตน์ สิโรดม, 2.จ่าเอก ไพร ร่วมญาติ, 3.พันจ่าเอก จิราวัฒน์ เจริญศิลป์, 4.จ่าเอก บุญเลิศ ทองทิพย์, 5.จ่าเอก ชูชัย เชิดชิด 6.จ่าโท ธวัชชัย สาพิราช, 7.จ่าโท สหรัฐ อีสา, 8.จ่าตรี นพณัฐ คำวงศ์, 9.จ่าตรี สถาพร สมเนื้อ, 10.จ่าตรี ศราวุธ นาดี, 11.จ่าตรี ศุภกิจ ทิวาลัย, 12.จ่าตรี โสภณ วงษ์สนิท, 13.จ่าตรี สิริธิติ งามทอง, 14.พลทหาร วรพงษ์ บุญละคร, 15.พลทหาร อับดุลอาชีด มะแอ, 16.พลทหาร สุทธิพงษ์ หงส์ทอง, 17.พลทหาร จำลอง แสนแก, 18.พลทหาร ทวีศักดิ์ แซ่เชียว, 19.พลทหาร จิราวัฒน์ ธูปหอม, 20.พลทหาร ปรีชา รักษาภักดี, 21.พลทหาร ชลัช อ้อยทอง, 22.พลทหาร ชัยชนะ ช่างวาด, 23.พันจ่าเอก คุณากร จริยศ
ส่วนกำลังพลที่เข้ารับการรักษาตัวที่ โรงพยาบาล รวม 18 นาย ประกอบด้วย 1.ว่าที่เรือโท ธีระศักดิ์ รัฒยา, 2.พันจ่าเอก สามารถ เที่ยงพูลโภค, 3.พันจ่าเอก ธวัชชัย เตระวัตร, 4.พันจ่าเอก นัทธี นาคมณี, 5.พันจ่าเอก ธันวา คันทรง, 6.พันจ่าเอก สมศักดิ์ สิทธิทูล, 7.จ่าเอก กิระศักดิ์ ชำนาญนอก, 8.จ่าเอก พัฒนพงษ์ พลพิมาย, 9.จ่าเอก อัษฎา เสกรัมย์, 10.จ่าเอก ชำนาญ ครุฑเครือ, 11.จ่าเอก สนธยา แก้วโพธิ์, 12.จ่าเอก พรชัย รอดเรียง, 13.จ่าเอก สมคิด สากล, 14.จ่าโท ภัทราวุธ มาลาม, 15.พลทหาร ทะนงศักดิ์ เล็งสอน, 16.พลทหาร องอาจ ประจงกลาง, 17.พลทหาร วิชัย ฆะระบุตร, 18.พลทหาร ชนัญญู แก่นศรียา
กลับบ้านได้แล้ว 58 นาย
สำหรับกำลังพลที่กลับบ้านแล้ว มีทั้งสิ้น 58 นาย ประกอบด้วย 1.นาวาโท พิชิตชัย เถื่อนนาดี, 2.เรือเอก อัครพัชร์ คลังทรัพย์, 3. เรือโท ภัทร์ณวัฒน์ พิริยะพงษ์พันธ์, 4. เรือโท สายันต์ กิจเกียรติ์, 5. เรือโท อภิมุข กลิ่นลำดวน, 6. พันจ่าเอก เสริม ศรีสมอ, 7. พันจ่าเอก ไพรวัลย์ เกตุรักษา, 8. พันจ่าเอก พงศ์พิศนุ เขตตินนท์, 9. พันจ่าเอก วรรธนดล จันทร์หอม, 10. พันจ่าเอก วิโรจน์ จิตต์มั่นคง, 11. พันจ่าเอก สรายุทธ วรรธนะอมร, 12. พันจ่าเอก สุวิทย์ สำโรงลุน, 13. พันจ่าเอก อนุชา ศรีบุญราช, 14. พันจ่าตรี บุญญรัตน์ สีลานันท์, 15. พันจ่าตรี พงษ์นเรศ ทองพา, 16. จ่าเอก จิระศักดิ์ ลอยวิเวก, 17. จ่าเอก ฐาปกรณ์ วันดี, 18. จ่าเอก ณัฐรินทร์ คำลือชา, 19. จ่าเอก นิธิกร บุตรวัน, 20. จ่าเอก พิชญุญธ์ พรมกล่ำ, 21. จ่าเอก มนตรี วันทะสีมา, 22. จ่าเอก วิทยา องศาวัฒน์, 23. จ่าเอก สิทธิกร พันธ์ประสิทธิเวช, 24. จ่าเอก สุทธิพงษ์ ก่ำมา, 25. จ่าเอก สุพรรณ์ งามตา, 26. จ่าเอก ทิวา แสงสี, 27. จ่าเอก สุวัฒน์ พิภพ, 28. จ่าเอก ชัชวาลย์ สุภาภรณ์, 29. จ่าโท ธฤตวัน การะศรี, 30. จ่าโท ภาณุพงษ์ บุญแก้ว, 31. จ่าโท วรเศรษฐ์ ใบปัว, 32. จ่าโท อภิธา อินอนันต์, 33. จ่าโท รัชชานนท์ จันทรขจร, 34. จ่าตรี พชร บุญโญปกรณ์
35. จ่าตรี พิตรพิบูล ทรงเดช, 36. จ่าตรี ภัครพล กรดจำนง, 37. จ่าตรี สรวิศิษฏ์ เพชรนอก, 38. จ่าตรี สรวิชญ์ หวังเสียวกลาง, 39. พลทหาร กมล โชคสวัสดิ์, 40. พลทหาร คมกฤช ขจรศิริ, 41. พลทหาร ฉัตรมงคล เรืองวังทอง, 42. พลทหาร นคเรศ ภูโปร่ง, 43. พลทหาร พีรพล สมพงษ์, 44. พลทหาร ศุภมัย หลาบสุภา, 45. พลทหาร สมภพ ภารเจิม, 46. พลทหาร สุรพล ระกังขา, 47. พลทหาร อภิสิทธิ์ ทองชัย, 48. พลทหาร ภาณุเดช อินทร์ฉาย, 49. พลทหาร เมธา โพธิ์สำนัก, 50. พลทหาร ธันวา ศรีมงคล, 51. พลทหาร จักรกฤษ นาทอง, 52. พลทหาร อาทิตย์ วิไลวาส, 53. พลทหาร ณัฐวัฒน์ ฤกษ์ดี, 54. พลทหาร อมตะ อุณหพันธ์, 55. พลทหาร ศราวุธ อนุรักษา, 56. พลทหาร คีตณัฎธุ์ นิมมานสมัย, 57. พลทหาร ธีรวัฒน์ บุญไสย์ และ58. พลทหาร บุคขอรีย์ หมัดมี

ผู้สูญเสีย – กองทัพเรือนำญาติกำลังพลที่เสียชีวิตจากเหตุเรือหลวงสุโขทัยล่ม ขึ้นฮ.เดินทางไปพิสูจน์อัตลักษณ์ ที่อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินการนำศพกลับบ้าน เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.
พิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันแล้ว6ศพ
สำหรับร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือเรียบร้อย ผลการพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันแล้วทั้ง 6 นาย ประกอบด้วย 1.ร.ท. สามารถ แก้วผลึก ตำแหน่ง สรั่งกล เรือหลวงสุโขทัย 2.พ.จ.อ.อัชชา แก้วสุพรรณ์ ช่างโซนาร์ เรือหลวงสุโขทัย 3.พ.จ.อ.อำนาจ พิมที สังกัด สอ.รฝ, 4.จ.อ.จักรพงศ์ พูลผล ช่างโซนาร์ เรือหลวงสุโขทัย, 5.พลทหารอัครเดช โพธิ์บัติ พลเรือ เรือหลวงสุโขทัย และ6.พ.จ.อ.สมเกียรติ หมายชอบ
ส่วนผู้รอดชีวิตพบอีก 1 ราย คือพ.จ.อ. จิรวัฒน์ เจริญศิลป์ สังกัดนาวิกโยธิน
โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 6 นายได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยในวันที่ 22 ธ.ค.65 กองทัพเรือจะนำกำลังพลที่เสียชีวิตและพิสูจน์อัตลักษณ์แล้วจำนวน 6 รายเดินทางกลับอ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ จากกองบิน 5 จ.ประจวบ คีรีขันธ์ มีกำหนดเดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภา ในช่วงบ่าย ซึ่งพล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร.จะเป็นประธานในพิธีรับกำลังพลที่ เสียชีวิต โดยพิธีจะเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับอย่างสมเกียรติ
สำหรับกำลังพลผู้เสียชีวิต 6 รายนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยตั้งบำเพ็ญกุศล ที่กิจการฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ
ปูนบำเหน็จผู้เสียชีวิต5ชั้นยศ
เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ร.อ.ปกครอง เปิดเผยว่า สำหรับการปฏิบัติการในการค้นหาและช่วยเหลือ ทางศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรืออากาศยานของกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ รวมถึงศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ตลอดจนหน่วยงาน อื่นๆ เข้าร่วมในการค้นหา ซึ่งพื้นที่ในการปฏิบัติการโดยคำนวณจากทิศทางของกระแสน้ำและกระแสลม รวมทั้งบริเวณที่ตรวจพบและช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยล่าสุดนำมาพิจารณาพื้นที่ที่เป็นไปได้ว่ากำลังพลที่เหลือจะอยู่ตรงบริเวณดังกล่าว
“โดยวันนี้มุ่งเน้นเส้นทางทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในระยะ 40 ไมล์ทะเลจากจุดเรือจม โดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 11 พื้นที่ ปัจจุบันมีเรือในพื้นที่ 3 ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงกระบุรี รับผิดชอบพื้นที่ 6 และ 7 เรือหลวงนราธิวาส รับผิดชอบพื้นที่ 9 เรือหลวงนเรศวร รับผิดชอบพื้นที่ 10 และ 11 นอกจากนั้นในวันนี้กองทัพเรือส่งเรือหลวงตากสิน เข้าพื้นที่เพื่อเสริมกำลังในการค้นหา ขณะที่ ศรชล.จัดเรือตรวจการณ์ชายฝั่งเข้าร่วมในการค้นหา โดยเฉพาะในพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง พร้อมกับจัดกำลังเสริม ประกอบด้วย UAV เพิ่มในการค้นหา นอกจากนั้นในส่วนของศรชล. มีการประสานไปยังสมาคมเรือสินค้าแจ้งให้เรือที่เดินทางในเส้นทางต่างๆ ช่วยตรวจสอบและให้การช่วยเหลือกำลังพลที่อาจพบในพื้นที่เดินเรือ” โฆษกทร.กล่าว
โฆษกทร. กล่าวด้วยว่า สำหรับการเยียวยากำลังพลรวมถึงหน่วยงานอื่นๆ กองทัพเรือจะดำเนินการตามระเบียบทางราชการ โดยรายชื่อผู้สูญเสียจะได้รับการชดเชยปูนบำเหน็จ ตามระเบียบราชการ ในภาพรวมคือจะได้รับการเลื่อนยศ 5 ชั้นยศ เช่นเกิดการสูญเสียในชั้นยศ นาวาตรี จะได้เลื่อนชั้นเป็นพลเรือโท และได้รับเงินชดเชยตามระเบียบของทางราชการประมาณ 1-2 ล้านบาท แล้วแต่สิทธิของแต่ละบุคคล
พระราชทานแจกันดอกไม้ผู้บาดเจ็บ
เมื่อเวลา 14.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี พระราชทานแจกันดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 17 นาย โดยมีพล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นผู้แทนพระองค์ นำสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเรือหลวงสุโขทัยอับปาง
เมื่อเวลา 15.30 น. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีพระราชทานแจกันดอกไม้พระราชทานแก่กำลังพลเรือหลวงสุโขทัย ที่ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 17 นาย โดยมีพล.ร.อ.อะดุง เป็น ผู้แทนพระองค์นำสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเรือหลวงสุโขทัยอับปาง
‘บิ๊กตู่’เสียใจอย่างสุดซึ้ง
เมื่อเวลา 12.15 น. ที่จ.เชียงราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวแสดงความเสียใจ กับกำลังพลของกองทัพเรือที่สูญเสียจากเหตุการณ์ เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ตนสั่งให้รายงาน ส่งชื่อส่งอะไรมาให้ดูแล ครอบครัวผู้บาดเจ็บและ เสียชีวิตดูแลเรื่องการเยียวยา นายกฯ สั่งหมดทุกวัน และวันนี้ก็ทราบข่าวว่ามีการพบ ผู้สูญหายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพบผู้เสียชีวิต ตนต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว ทุกคนก็ต้องระมัดระวังให้ได้มากที่สุดในการจัดการ
“เห็นบางส่วนก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปเยอะแยะไปหมด นี่เหตุการณ์คนเสียชีวิตนะ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาซ้ำเติม ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาพูดจาให้ร้ายเสียหาย นี่แหละคือประเทศไทยเป็นอย่างนี้เพราะอะไร ขออย่าสร้างความเกลียดชังกันมากนักเลย ยุ่งไปหมดทุกเรื่อง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
จี้‘บิ๊กตู่’ลาออกรมว.กลาโหม
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีเรือหลวงสุโขทัยจมลงใต้ทะเลแล้วในช่วงดึกของวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า การแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย แสดงความเสียใจกับกองทัพไทย แสดงความเสียใจกับพี่น้องประชาชนคนไทยคงไม่พอ เราถอดบทเรียนกันมาตลอด ครั้งนี้ก็มีผู้เรียกร้องให้ถอดบทเรียนของการสูญเสีย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ด้วยสมรรถนะเรือรบไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์นี้ แพ้โดยที่ยังไม่ได้รบ แพ้ตนเอง แพ้การตัดสินใจ แพ้ของการใช้ดุลพินิจ เรือเริ่มมีน้ำเข้าช่วงเย็น และอับปางหรือคว่ำลงในช่วงดึก ซึ่งไม่ควรมีผู้สูญหาย เรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ ตนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่สภา ในวันที่ 22 ธ.ค. เพื่อเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมมาแสดงความรับผิดชอบและต้องมาตอบกระทู้ถามสดในสภา เพราะเรื่องนี้ถือเป็นด่วนและเรื่องที่ประชาชนสนใจ กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างมหาศาล
นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า แม้เราจะไม่ถามกระทู้สด แต่ในฐานะเป็นฝ่ายตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน พล.อ.ประยุทธ์ต้องสำนึกต่อหน้าที่และมีความละอายเกรงกลัวต่อบาป ต้องลาออกจากรมว.กลาโหม ตนขอเรียกร้อง เพราะปล่อยปละละเลย ประเทศอื่น บ้านอื่น เมืองอื่น รถไฟคว่ำขบวนเดียวก็ลาออกจากรมว.คมนาคม เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
“วันนี้พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรมว.กลาโหม ประกาศอะไรออกมาหรือไม่ที่จะแสดงความรับผิดชอบ เรื่องนี้ปล่อยไม่ได้ การติดตามตรวจสอบการใช้เม็ดเงิน เป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ ถ้าพบร่องรอยว่าเครื่องปั่นไฟ 6 ตัว เหลือใช้ได้อยู่ 3 ตัว มันคือเรื่องใหญ่ คนขึ้นเรือไปเป็นร้อย แต่เสื้อชูชีพไม่พอ ออกไปกลางทะเล เป็นไปได้อย่างไร นี่หรือวิธีคิดของกองทัพไทยที่จะต้องจัดหาเรือดำน้ำมาอีก 3 ลำ แสวงหาอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างมากมาย สู้กับตัวเองยังไม่ชนะ แล้วจะไปสู้กับใคร นี่คือความไม่วางใจของพี่น้องประชาชนต่อกองทัพไทยและตัวรมว.กลาโหม ผมจะรับผิดชอบตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้น” นพ.ชลน่าน กล่าว
กมธ.เรียก‘ประยุทธ์-ผบ.ทร.’แจง
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหาร สภา กล่าวว่า ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหาร ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการแล้ว จึงเตรียมเรียกพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรมว.กลาโหม และ พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร.เข้ามาชี้แจงต่อกมธ.ภายในสัปดาห์หน้า