ชาวประมงพบเพิ่มชูชีพลอยไปไกลถึงเกาะเต่าขยายค้นหา23สูญหายญาติยังมีหวัง-จุดธูปรอ
ทร.พบอีก 1 ศพใกล้จุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ส่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ยืนยันเป็นใคร ทั้งยังเจอ\เสื้อชูชีพลอยไปไกลถึงเกาะเต่า แต่ไม่พบคน สั่งขยายพื้นที่ค้นหาไปทางใต้ ระดมหา 23 กำลังพลผู้สูญหาย ลาดตระเวนหาตามแนวชายฝั่งด้วย ตั้งแต่ประจวบฯ ชุมพร ยันสุราษฎร์ธานี ญาติ ‘พ.จ.อ.’ หนึ่งใน 6 ผู้เสียชีวิตรับศพกลับบ้านสุรินทร์ พี่สาวสลดน้องพูดเป็นลางเหมือนสั่งเสีย ขณะที่ญาติราย อื่นๆ ยังคงจุดธูปรอผู้สูญหาย
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม กทม. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เดินทางมารับฟังการบรรยายสรุปถึงผลการปฏิบัติค้นหากำลังพลที่ยังคงสูญหายจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง จากนั้นพล.อ.ชัยชาญฝากข้อห่วงใยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปยังกำลังพลและครอบครัว โดยหวังว่าจะพบผู้สูญหายและยังมีชีวิต พร้อมทั้งแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และนายกฯ ยังคงติดตามความคืบหน้าอยู่ตลอด หวังว่าจะพบทุกคนยังคงมีชีวิต

ส่งรักษา – เครื่องบินราชนาวีนำพลทหารชนัญญู แก่งศรียา ผู้รอดชีวิตรายล่าสุดจากเหตุ ร.ล.สุโขทัยล่ม เดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภา ส่งรักษาต่อที่ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.
ขณะที่พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่ายังคงค้นหาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยเรือหลวงตากสิน เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงกระบุรี เรือหลวงนราธิวาส เรือ ต.114 เรือ ต.270 และเรือหลวงบางระจัน ปัจจุบันคลื่นลมทะเลอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง เรือขนาดกลางและเล็กออกทะเลได้ กองทัพเรือจึงประสานเครือข่ายศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า สมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล และทางจังหวัด เพื่อให้ประสานเครือข่ายเรือประมงช่วยค้นหาตามแนวชายฝั่ง ลาดตระเวนทางเท้าบริเวณชายหาด สรุปการช่วยเหลือผู้ประสบภัย 105 นาย ช่วยได้แล้ว 76 นาย รักษาหายกลับบ้าน 57 นาย รักษาตัวอยู่ ในร.พ. 19 นาย เสียชีวิต 6 นาย และยังคงสูญหาย 23 นาย

กลับบ้าน – ญาติเคลื่อนย้ายศพ พ.จ.อ.สมเกียรติ หมายชอบ ทหารนาวิกโยธิน หนึ่งในผู้เสียชีวิตเหตุร.ล.สุโขทัยล่ม จากฌาปนสถานกองทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี นำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดจ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.
ที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ญาติติดต่อขอรับศพ พ.จ.อ. สมเกียรติ หมายชอบ สังกัดหน่วยนาวิกโยธิน หนึ่งในกำลังพล 6 นายที่เสียชีวิต กลับไปบำเพ็ญกุศลต่อที่บ้านเกิด ต.คูตัน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นางวันนา อินหา พี่สาวกล่าวว่าช่วงที่เจอน้องชายครั้งสุดท้าย เหมือนสั่งเสียว่าถ้าไม่อยู่ขอให้ช่วยเลี้ยงลูกวัย 10 ขวบให้ด้วย ถ้าเป็นอะไรไป ขอให้พากลับบ้าน น้องบอกว่าอาชีพแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ วันที่ 12 ธ.ค. ยังโทรศัพท์คุยกันบอกว่าปีใหม่จะรีบกลับบ้าน จะไปกินข้าวที่บ้าน ไม่คิดว่านั่นจะเป็นเหมือนคำสั่งเสียครั้งสุดท้าย
ขณะเดียวกัน ที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย สโมสรสัญญาบัตรกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ ยังมีญาติกำลังพลที่ยังสูญหายมารอฟังความคืบหน้าการค้นหาท่ามกลางความวิตกกังวล และบางคนยังจุดธูปไหว้รออย่างมีความหวัง
ที่ศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด ชี้แจงพร้อมหลักฐานการส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ กรณีสื่อสังคมออนไลน์ระบุท่าเรือไม่ยินยอมให้เรือหลวงสุโขทัยจอดเทียบท่าจนนำไปสู่การอับปางนั้น คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ทำให้บริษัทเสียหาย ในวันเกิดเหตุเรือหลวงสุโขทัยเป็นฝ่ายตัดสินใจเองจะเข้าหรือไม่เข้า ก่อนตัดสินใจไม่เข้า และเดินทางกลับ อ.สัตหีบ
ส่วนพล.ร.ท.พิชัย ล้อชูสกุล ผบ.ทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่าจากการใช้ยานสำรวจใต้น้ำสำรวจจุดที่เรืออับปางยังไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากใต้น้ำมีคลื่นแรง ไม่สามารถนำยานเข้าใกล้เรือได้ จากนี้จะเริ่มลาดตระเวนค้นหาตามแนวชายฝั่งตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร และ จ.สุราษฎร์ธานี แต่เน้น จ.ชุมพร พยายามค้นหาให้ถึงที่สุด ขยายพื้นที่ค้นหามากขึ้นไปทางตอนใต้ แบ่งพื้นที่ค้นหา 7 โซน มีเรือหลวง 4 ลำเป็นกำลังหลัก พร้อมเรือตรวจการณ์ของตำรวจน้ำ เฮลิคอปเตอร์กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ขณะที่น.อ.มานะ บุญเต็ม แพทย์นิติเวชกองทัพเรือ ประชุมวางแนวทางดำเนินการต่อ หลังปิดศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สภ.บางสะพาน และยังเหลือญาติที่ยังไม่ได้มาตรวจดีเอ็นเออีก 8 ราย จาก 23 รายที่ยังสูญหาย จึงขอให้มาพบพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน เพื่อส่งต่อไปพิสูจน์หลักฐาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอส่งไปยังสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ และต่อไปหากพบผู้เสียชีวิตก็จะถูกส่งไปยังนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อตรวจยืนยันตัวบุคคล และจะแจ้งกองทัพเรือนำญาติมารับศพ หรือกรณีไม่สามารถเดินทางมา สภ.บางสะพานได้ ให้ไปพบพนักงานสอบสวนในท้องที่ภูมิลำเนา เพื่อส่งต่อไปยังพิสูจน์หลักฐานจังหวัด เก็บดีเอ็นเอส่งไปศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ส่วนน.ส.รัชวัลย์ บุญโฉม ผอ.ศูนย์สุขภาพจิตที่ 5 กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า นำเจ้าหน้าที่ดูแลสภาพจิตใจครอบครัวผู้ประสบภัยที่มารอคอยอยู่ที่ศูนย์ประสานงานความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย อ.บางสะพาน จากการตรวจพบว่าต่างมีความกังวลใจ และมีความหวัง บางรายนอนไม่หลับ ปวดเมื่อยร่วมด้วย เกิดความเครียดสะสม เจ้าหน้าที่ประเมินอาการ และให้ยาพร้อมคำแนะนำในการดูแลสุขภาพ

ยังมีหวัง – ญาติจุดธูปอธิษฐานในฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ขอให้พบกำลังพลที่สูญหาย ขณะที่วันที่ 23 ธ.ค.พบเสื้อชูชีพร.ล.สุโขทัยลอยไปไกล ถึงเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ห่างจุดเกิดเหตุกว่า 100 ก.ม. แต่ไม่พบตัวบุคคล
ที่จ.สุราษฎร์ธานี มูลนิธิกุศลศรัทธา เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน รับแจ้งจากนายสมพล แซ่โหงว ชาวเกาะเต่าออกเรือตกปลาห่างจากฝั่ง 8-9 ไมล์ทะเล พบเสื้อชูชีพสีส้มเขียนว่าสุโขทัย และหมายเลข 333 จึงประสานนายนพพฤช ชำนาญฤทธิ์ ปลัดอำเภอเกาะพะงัน ตำรวจ สภ.เกาะเต่า และเจ้าท่าเข้าร่วมตรวจสอบ ก่อนได้รับการยืนยันว่าเป็นเสื้อชูชีพของเรือหลวงสุโขทัย แต่ไม่พบผู้สวมใส่ จึงนำเสื้อชูชีพส่งศรชล.ชุมพรต่อไป
ที่จ.ยะลา นายอัมรันทร์ บากา นายอำเภอกาบัง พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นเดินทางไปบ้านพลทหารอับดุลอาซิส มะแอ อายุ 22 ปี สังกัดหน่วยนาวิกโยธิน หนึ่งใน 23 กำลังพลที่ยังสูญหาย เพื่อมาให้กำลังใจและประสานความช่วยเหลือ ขณะที่นายลูดิง มะแอ พ่อได้แต่ขอวิงวอนพระผู้เป็นเจ้าขอให้ลูกชายปลอดภัย
นายลูดิงกล่าวว่าวันที่ 18 ธ.ค. เวลา 2 ทุ่ม ลูกชายโทร.มาหาบอกว่าอยู่ตรงหัวเรือ จะทำอย่างไรดี เรือกำลังจมแล้ว พร้อมกับร้องไห้ ตนตกใจมาก พูดอะไรไม่ออก เลยไปบอกภรรยาก็ตกใจพูดไม่ออกเช่นกัน เลยยื่นโทรศัพท์ให้คุยกับพี่สาวภรรยา บอกให้หลานอ่านกุรอ่าน ส่วนตนไปละหมาดฮายัต เพราะขณะนั้นคิดว่าไม่มีที่พึ่งใดนอกจากขอดุอาอ์ต่อพระเจ้าให้ลูกปลอดภัย คุยกับลูกได้ 5 นาที บอกให้ลูกวางสาย เพื่อเซฟแบตฯ มือถือไว้ใช้ยามฉุกเฉิน จากนั้นก็หายเงียบไปเลย ครอบครัวยังมีความหวังลูกจะรอด ยังรอคอยที่จะได้เจอลูกอีกครั้ง
เย็นวันเดียวกัน ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม กทม. พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร.เข้ารับฟังการรายงานสถานการณ์การค้นหากำลังพลที่สูญหาย โดยพล.ร.อ.ปกครอง โฆษกกองทัพเรือ รายงานว่าเมื่อเวลา 16.15 น. เรือหลวงบางระจันพบศพมนุษย์ลอยน้ำบริเวณที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง นำศพขึ้นเรือเดินทางกลับท่าเรือบางสะพาน มีกำหนดถึงเวลา 19.00 น. จากนั้นจะส่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป